AWC ลุยต่อภารกิจปลุก “เอเชียทีค” ภายใต้งบลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท ล่าสุดจับมือพันธมิตร EMM Williams Productions เตรียมสร้างแลนด์มาร์กใหม่ในธีม Avatar ที่เอเชียทีคแห่งแรกในโลก! พาทุกคนกลายเป็นชาวนาวีเข้าสู่โลก Pandora สัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ พร้อมไฮไลต์ของโซนนี้ Blue Dome สถาปัตยกรรมระดับไอคอนิกแลนด์มาร์กที่นำมาจากงาน World Osaka Expo
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศความร่วมมือกับ EMM Williams Productions เพื่อนำ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟภายใต้ลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ภาพยนตร์ Avatar ของ James Cameron มาเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายใต้รูปแบบ The Magic Walk™ Experience เป็นแห่งแรกในโลก โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเฟสแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2570
AWC ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการปรับโฉมเอเชียทีคสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงระดับโลก ภายใต้แนวคิด Experience-led IP ที่นำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลกมาผสานกับเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ การแสดงสด ร้านค้า และร้านอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยประสบการณ์ Avatar: Guardians of Eywa จะจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร พาผู้เข้าชมเดินทางสู่โลกแพนโดรา (Pandora) ผ่านการเล่าเรื่องแบบอิมเมอร์ซีฟ พร้อมกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ การแสดงสด และพื้นที่ธีม Avatar ที่สะท้อนแนวคิดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านบทบาทของชาวนาวีในฐานะผู้พิทักษ์ Eywa
ทั้งนี้ แฟรนไชส์ Avatar ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ด้วยรายได้รวมมากกว่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ AWC คาดหวังว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และช่วยยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับนานาชาติ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 8,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 224,000 ตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่โซนใหม่ขนาดกว่า 16,000 ตารางเมตร ซึ่งมี Blue Dome at Asiatique Destination เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และจะเปิดในไตรมาส 4 ปี 2569

อาคารโดมแห่งนี้ออกแบบโดย Shigeru Ban สถาปนิกชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัล Pritzker Prize และย้ายมาจากงาน World Expo 2025 Osaka ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำกลับมาใช้งานต่อภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
AWC ระบุว่า การนำ Blue Dome มาต่อยอดแทนการก่อสร้างใหม่ สะท้อนแนวคิด Building Better Future ที่มุ่งสร้างแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับชุมชน ขณะที่ความร่วมมือกับ EMM Williams Productions ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการจับมือพันธมิตรระดับโลก เพื่อนำประสบการณ์ความบันเทิงระดับสากลมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า การคัดเลือกพันธมิตรระดับโลกเพื่อนำมาสร้างประสบการณ์ภายในโครงการ จะพิจารณาจากแบรนด์ที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งและสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้คนจากทั่วโลกได้ รวมถึงต้องมีแนวคิดที่สอดคล้องกับประเทศไทยและวิสัยทัศน์ของบริษัทในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์
“สำหรับการเลือกแฟรนไชส์ Avatar นั้น เป็นเพราะถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก มีฐานผู้ชมหลากหลายกลุ่ม และเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Building Better Future ของ AWC ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ควบคู่กับการขับเคลื่อนความยั่งยืน
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ EMM Williams Productions ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกันในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยความหมาย ผ่านการผสานการแสดงสดและความบันเทิงจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก เข้ากับการช็อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” วัลลภากล่าว

อองตวน ฮาสวานี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ EMM Williams Productions กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์ Magic Walk™ แห่งแรก เตรียมเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอรูปแบบความบันเทิงแห่งอนาคตที่จะมาสร้างนิยามประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟไปอีกขั้น ด้วยการผสานการเล่าเรื่อง การเดินทางผ่านโลกแห่งการผจญภัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตระการตา และการแสดงกายกรรมสด
“เรื่องราว Guardians of Eywa ซึ่งสร้างสรรค์โดย EMM ถ่ายทอดให้ผู้ชมก้าวเข้าสู่ใจกลางของเรื่องราว และร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความฝันที่ดำเนินไปแบบเรียลไทม์ เป็นประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะการเข้าชมจริงเท่านั้น การมีส่วนร่วมของผู้ชมทุกคนคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้มีเอกลักษณ์และสร้างความประทับใจเหนือความบันเทิงในรูปแบบเดิมๆ”
ด้าน กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่ม value ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 70,000-80,000 บาทต่อคนต่อทริป และกลุ่ม volume ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่สร้างการเดินทางเข้าสู่ประเทศ เนื่องจากทั้งสองกลุ่มมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
“การเปิดตัวประสบการณ์ Avatar: Guardians of Eywa จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ระดับโลก และเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว จะไม่ได้ใช้จ่ายเฉพาะค่าเข้าชม แต่ยังใช้บริการโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างรายได้ให้กับประเทศ” กิตติพงษ์กล่าว
กิตติพงษ์ระบุอีกว่า ททท. จะร่วมกับ AWC ทำการตลาดในต่างประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก โดยมองว่าที่ผ่านมาไทยเป็นที่รู้จักจากเสน่ห์ด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่การมีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (man-made attraction) ระดับโลก จะช่วยดึงดูดแฟนคลับของแฟรนไชส์จากทั่วโลก และเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง
ทั้งนี้ AWC คาดว่าหลังจากพัฒนาโซนนี้แล้วจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกในเอเชียทีคให้เพิ่มเป็น 50,000 คนต่อวัน จากที่ในช่วงโควิดอยู่ระดับหลัก 30,000 คน และค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นอยู่ในหลัก 40,000 คน
ภาพ: AWC
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : AWC ผนึกยักษ์ Universal เนรมิตมิกซ์ยูสเยาวราช-พัทยา ชู “กังฟูแพนด้า-ดรีมเวิร์กส์” หวังดึงทัวริสต์ครอบครัวดันเศรษฐกิจ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


