whyborder สร้างแพลตแพลตเชื่อมการซื้อขายอสังหาฯ ไทย ทั่วโลก - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • whyborder สร้างแพลตแพลตเชื่อมการซื้อขายอสังหาฯ ไทย ทั่วโลก

whyborder สร้างแพลตแพลตเชื่อมการซื้อขายอสังหาฯ ไทย ทั่วโลก

whyborder แพลตฟอร์มการซื้อขายประมูลอสังหาริมทรัพย์แบบไร้พรมแดน ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมมอบโอกาสให้ผู้ซื้อในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่กำลังต้องการอสังหาฯ ในทำเลที่มีศักยภาพให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก

Dave Loo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายบอร์เดอร์ดอทคอม จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์ม whyborder ในประเทศไทย “สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชียและอาเซียนแล้วนั้นประเทศหรือกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วยจุดแข็งไม่ว่าจะเป็นเมืองที่มีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมากและมีความคุ้นชินกับสถานที่ โครงการต่างๆ ที่ช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจในการลงทุนได้ง่ายขึ้น

รวมไปถึงคุณภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศที่ได้ชื่อในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 พฤติกรรมของนักลงทุนเและนักท่องเที่ยวในอาเซียนเลือกเดินทางมายังประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อพักผ่อนยังคอนโดมิเนียมที่พวกเขาซื่้อไว้ อาทิ เดินทางมาพักผ่อนวันศุกร์ เดินทางกลับวันอาทิตย์เพื่อกลับไปทำงานต่อ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียหรือพิลิปปินส์เราไม่เห็นพฤติกรรมการเดินทางแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เรามั่นใจในประเทศไทย”

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ พบว่าช่วงก่อนเกิดภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลาดอสังหาฯ ในประเทศไทยอยู่ภาวะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีผู้พัฒนาโครงการหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศและมีผู้ซื้อจำนวนมากที่รอคว้าโอกาสการซื้อ

แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ผู้พัฒนาโครงการไม่สามารถบริการจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างคล่องตัว และประสบปัญหาด้านการขาย อีกทั้งผู้ซื้อในต่างประเทศถูกปิดกั้นจนไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ นำไปสู่การเหลืออสังหาฯ คงค้างจำนวนมากในตลาด และยังมีปัจจัยความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนยูนิตในไทยมากถึงร้อยละ 30 ที่ยังไม่สามารถขายได้

ภาวะชะลอตัวต่างๆ นี้ ส่งผลทำให้ผู้พัฒนาโครงการได้ทบทวนและประเมิน แนวโน้ม และความต้องการของผู้ซื้ออย่างแท้จริง โดยคอนโดมิเนียมแบบ Low-Rise ชานเมืองที่สามารถมีพื้นที่ใช้สอย และพื้นที่กลางแจ้งกว้างขวางกว่าคอนโดใจกลางเมืองนั้นได้รับผลตอบรับที่ดี

เนื่องจากปัจจัยการเลือกซื้อในปัจจุบันที่ผู้อยู่อาศัยต้อง เรียนออนไลน์ และทำงานที่บ้าน นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่าแนวโน้มความต้องการนี้จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากการแพร่ระบาดจบลง สำหรับคอนโดมิเนียมหรูแบบ High-Rise ใจกลางเมือง และย่านธุรกิจ ก็จะยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของผู้ที่มองหาไลฟ์สไตล์คนเมือง

“จาก 24 ประเทศทั่วโลกที่ผมได้เดินทางทำงานและได้ร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีนักลงทุนจากต่างชาติที่หลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง” Dave Loo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายบอร์เดอร์ดอทคอม จำกัด กล่าวและเสริมว่า

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งการท่องเที่ยวเป็นหลักมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาด้วยจุดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ใช้เวลาเดินทางไม่ไกล สามารถท่องเที่ยวได้แบบครอบครัว และค่าเดินทางไม่แพง แต่ปัจจัยด้านโควิดทำให้เป็นอุปสรรค์ในการเดินทางเพื่อตัดสินใจในการลงทุนหรือเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ การที่ Whyborder มีเทคโนโลยีการเยี่ยมชมแบบ 360 องศาและตัวแทนขายจะช่วยให้การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยง่ายยิ่งขึ้น”

นอกจากการซื้อขายแบบปกติแล้วเรายังได้เตรียมบริการด้านการประมูลอสังหาฯ ที่เรียกว่า Whybid ระบบการประมูลที่เป็นการประมูลแบบย้อนกลับ (Reverse Bidding) โดยราคาซื้อของผู้ประมูลจะสามารถกำหนดราคาต่ำกว่าราคาตั้ง กล่าวคือราคาประมูลไม่ได้สูงขึ้นตามการประมูลทั่วไป เมื่อผู้ขายตกลงหรือการประมูลสิ้นสุดลง ผู้ชนะจะได้คอนโดที่ทำการประมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่น จะได้รับการเสนอยูนิตอื่นๆ ที่มีการประมูลโครงการในไทยจะเผยแพร่สู่ 7 ประเทศพร้อมกันทั่วโลก

Whybid จะมีฐานข้อมูลของผู้ซื้อและนักลงทุนกว่า 7 ประเทศ โดยบริษัทนายหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งในแต่ละประเทศ จะทำหน้าที่ช่วยจัดการรายละเอียดและธุรกรรมการซื้อขาย สำหรับประเทศไทย บริษัทเน็กซัส (Nexus) จะทำหน้าที่นายหน้าอสังหาฯ สนับสนุนขั้นตอนการประมูลและเตรียมเปิดการประมูลเป็นครั้งแรกในช่วง 8-15 ตุลาคม 2564 นี้

สำหรับการเตรียมความพร้อมในประเทศ Dave Loo กล่าวว่าจากประสบการณ์ในการจัดเตรียมข้อมูลและแพลตฟอร์มต่างๆ จากฮ่องกงทำให้เราสามารถเตรียมข้อมูลของประเทศไทยบนแพลตฟอร์มได้อย่างเร็วรวด โดยกลยุทธ์หลักๆ ในช่วงเริ่มต้นมุ่งไปที่การสื่อสารทางการตลาดและการใช้งานแพลตฟอร์มให้เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งปัจุบัน WhyBorder ร่วมกับพาร์ตเนอร์ธุรกิจอสังหาฯ อาทิ ศุภาลัย เป็นต้น

ด้าน บุศรินทร์ รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ถือเป็นโอกาสดีที่เราได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอสังหาฯ ไทยทั้งในวันนี้และอนาคต การแพร่ระบาดส่งผลกระทบอย่างมหาศาล อีกทั้งทำให้ผู้ซื้อและนักลงทุนชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อเลือกดูโครงการอสังหาฯ และดำเนินการซื้อขายด้วยตนเองได้ ด้วยการพัฒนาการบริการของวายบอร์เดอร์นั้นสามารถลดอุปสรรคดังกล่าวและเปิดโลกแห่งโอกาสใหม่ๆ สำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะยังคงมีมาตรการในการปิดกั้นผู้ซื้อจากต่างประเทศ แต่วันนี้ เราสามารถเปิดดำเนินธุรกิจ และพร้อมต้อนรับผู้ซื้อชาวต่างชาติผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของวายบอร์เดอร์ได้อย่างเต็มที่”

“เทคโนโลยีจากวายบอร์เดอร์ทำให้ต้นทุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เคยตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคหรือนักลงทุนลดลง” บุศรินทร์ รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้มีการคาดการณ์ในตลาดอีกว่า ความแปรปรวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกนั้น เป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจ และทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกและใช้เครื่องมือการค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อเงินบาทอ่อนค่าลงจึงเป็นเวลาที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เล็งเห็นโอกาสจะเข้ามาซื้อโครงการในไทย whyborder เล็งเห็นถึงโอกาสสำคัญนี้สำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อ ให้สามารถค้นพบโครงการในฝันได้ในราคาที่เหมาะสมจากผู้พัฒนาโครงการโดยตรง และสามารถทำการประมูลได้ทั้งจากในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ whyborder เริ่มแพลตฟอร์มราวปี 2017 เปิดตัวในปี 2020 ในรูปแบบแพลตฟอร์มเว็บไซต์แนวใหม่เพื่อยกระดับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบข้ามพรหมแดน และมอบความสะดวกสบายให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นายหน้า ผู้ขาย และผู้ซื้อ ผ่านการดำเนินงานระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมมุ่งปรับเปลี่ยนวงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเสนอดีลการซื้อขายที่โปร่งใส ให้ผู้ซื้อทั่วโลกเยี่ยมชมโครงการแบบเสมือนจริง (Interactive Virtual 360 Tour) ผ่านสื่อวิดีโอ และภาพนิ่ง ที่นำเสนอธีมการตกแต่งภายใน ผังโครงการ และเอกสารรายละเอียดผังห้อง

ตลอดจนให้ข้อมูลเกี่ยวกับทำเลที่ตั้ง ระยะทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ช็อปปิ้งมอลล์ สถาบันการศึกษา และแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มสามารถประเมินโครงการได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้ซื้อยัง สามารถติดต่อพูดคุยกับนายหน้าและผู้พัฒนาโครงการ เพื่อรับคำแนะนำ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปัจจุบันแพลตฟอร์มแห่งนี้นำเสนอโครงการใน 54 เมืองใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 6,173 เขต เส้นทางรถไฟ 555 สาย สถานีรถไฟ 9,537 แห่ง และแลนด์มาร์กสำคัญ 9,649 จุด

“แม้สถานการณ์โควิด-19 จากสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ในการทำธุรกิจต่างๆ แต่เราเชื่อว่าด้วยความสามารถของเทคโนโลยีจะพาธุรกิจก้าวผ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้” Dave Loo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายบอร์เดอร์ดอทคอม จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม: H2O Hospitality เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โรงแรมดิจิทัล รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP