เรสซิเดนซ์หรูแบรนด์ Upper House โปรเจ็กต์ร่วมทุน “โสภณพนิช-Swire” กวาดยอดขาย 1 หมื่นล้านใน 6 เดือน

เรสซิเดนซ์หรูแบรนด์ Upper House โปรเจ็กต์ร่วมทุน “โสภณพนิช-Swire” กวาดยอดขาย 1 หมื่นล้านใน 6 เดือน

หลังจาก “โสภณพนิช” และ “Swire Properties” จากฮ่องกง จับมือเปิดตัว branded residences ระดับอัลตร้าลักชัวรี่บนถนนวิทยุแบรนด์ Upper House เมื่อ 6 เดือนก่อน ทำยอดขายแล้วราว 100 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท บางยูนิตทำราคาเกิน 8.5 แสนบาท/ตร.ม. พร้อมเดินหน้าขยายตลาดลูกค้าต่างประเทศ เริ่มฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น


    หลังจากเปิดขายแบบไพรเวตตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา โครงการ branded residences ระดับอัลตร้าลักชัวรี่บนถนนวิทยุอย่างโครงการ Upper House Residences Bangkok และ The Wireless Residences by Upper House ก็สามารถสร้างยอดขายสะสม 1 หมื่นล้านบาท จากการขายราว 100 ยูนิต สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ โดยเฉพาะโครงการกรรมสิทธิ์ฟรีโฮลด์ที่มีวิวสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติเป็นจุดขายสำคัญ

    โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ Upper House เป็นการพัฒนาโดย บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ซิตี้ เรียลตี้ ของตระกูลโสภณพนิช และ Swire Properties (สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์) หนึ่งในเครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ในฮ่องกง ซึ่งก่อนหน้านี้รายงานว่าโครงการดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท

    Adrian To ผู้อำนวยการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย Swire Properties กล่าวว่า “ประเทศไทยมีแนวคิดและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวที่ชัดเจน ขณะที่กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Swire Properties ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เรากำลังลงทุนอยู่ เช่นเดียวกับ Ho Chi Minh, Jakarta และสิงคโปร์

    “การได้ร่วมมือกับซิตี้ เรียลตี้ เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความพิเศษแห่งนี้ บนทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของเรา ซึ่งหลังจากที่เราได้เปิดตัวโครงการนี้ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่เมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา วันนี้ผมยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า มูลค่ายอดขายได้แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยเราสามารถจำหน่ายห้องพักอาศัยได้แล้วประมาณ 100 ยูนิต” To กล่าว

​

Adrian To


    ทั้งนี้ ที่ดินริมถนนวิทยุแปลงนี้เป็นของตระกูลโสภณพนิชมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของซิตี้ เรียลตี้ ที่มี “ชาลี โสภณพนิช” เป็นหัวเรือใหญ่ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึงเกิดการพัฒนาสู่โครงการดังกล่าว

    สำหรับโครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 8 ไร่ โดยประกอบไปด้วย 2 อาคาร คือ Upper House Residences Bangkok เป็นอาคารสูง 52 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแบบ 2, 3 และ 4 ห้องนอน และเพนต์เฮาส์ ทุกยูนิตออกแบบให้กว้างขวางด้วยเพดานสูง 3.2 เมตร เน้นเรื่องการตอบโจทย์สุขภาวะและความสงบ

​

Upper House Residences Bangkok


    ขณะที่ The Wireless Residences by Upper House เป็นอาคารสูง 71 ชั้น จำนวน 239 ยูนิต ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแบบ 1, 2, 3 และ 4 ห้องนอน และเพนต์เฮาส์ ออกแบบเพื่อครอบครัวยุคใหม่และการอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชันรวมถึงสัตว์เลี้ยง

​

The Wireless Residences by Upper House


    โดยในจำนวน 100 ยูนิตที่ขายได้นั้นครอบคลุมทั้งสองอาคาร ซึ่งรูปแบบ 1 ห้องนอนที่ราคาเริ่มต้นราว 40 ล้านบาท มีจำนวน 8 ยูนิต ขายหมดแล้ว ทำให้ปัจจุบันรูปแบบเริ่มต้นจะอยู่ที่รูปแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่เริ่มต้น 105 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท ขณะที่รูปแบบเพนต์เฮาส์ 3 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 91 ล้านบาท

    ทั้งนี้ Upper House Residences Bangkok มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ตามด้วย The Wireless Residences by Upper House ในปี 2574

​

The Wireless Residences by Upper House


    ด้าน Casey Au กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด กล่าวว่า ซิตี้ เรียลตี้มีความรู้ความเข้าใจในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศมาอย่างยาวนาน จึงมีทั้งความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น เครือข่ายด้านการเงิน ความสัมพันธ์กับคู่สัญญา และความเข้าใจในกระบวนการกำกับดูแลต่างๆ

    “ขณะที่ Swire Properties เป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ที่เน้นความเรียบหรู ไม่จำเป็นต้องแสดงออกอย่างหวือหวา โดยตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ดีที่สุดคือ Upper House ในฮ่องกง ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นต้นแบบสำคัญของความหรูหราที่เรียบง่ายและมีรสนิยม

    “เมื่อเราทราบถึงโอกาสในการสร้าง Upper House Residences แห่งแรกของโลกในกรุงเทพฯ เราจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ร่วมกัน” Au กล่าว

​

Casey Au


    ด้าน Thomas Woolsey กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด กล่าวว่า Upper House ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ ความหรูหราเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ไม่ใช่มาตรฐานสำเร็จรูปที่กำหนดไว้ตายตัว ปัจจุบันมีโรงแรมในเครืออยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ฮ่องกง Chengdu และ Shanghai โดยแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีทำเล บุคลิกภาพ และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน แต่ยังคงรักษามาตรฐานและการยอมรับในระดับสูงเอาไว้ได้

    “สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านรางวัลต่างๆ ที่เราได้รับ โดย Upper House Hong Kong ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 8 จากโรงแรม 50 แห่งที่ดีที่สุดในโลกในปีนี้ และติดอันดับ 10 อันดับแรกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โรงแรมแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะนำเสนอความหรูหราที่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกอย่างชัดเจน”


Thomas Woolsey

​

    Woosley กล่าวอีกว่า Upper House มุ่งผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งการออกแบบที่เรียบหรูและบรรยากาศสงบ เข้ากับเสน่ห์ของกรุงเทพฯ โดยนำ DNA ด้านการบริการและความมีน้ำใจแบบไทยมาสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น

    เขากล่าวอีกว่า ด้านสถาปัตยกรรม Norman Foster และทีม Foster + Partners ได้ออกแบบอาคารทั้งสองแห่งให้มีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่เลียนแบบสถาปัตยกรรมไทยโดยตรง แต่หยิบยกภูมิปัญญาการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศมาประยุกต์ใช้ ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงแสงธรรมชาติและการสร้างร่มเงา เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายและลดการพึ่งพาระบบปรับอากาศ สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสานความเรียบหรูเข้ากับบริบทและวิถีชีวิตของท้องถิ่นอย่างลงตัว

​

Upper House Residences Bangkok


    ขณะที่ Au กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นคนไทย เนื่องจากช่วงแรกบริษัทโฟกัสในการทำตลาดในกลุ่มคนไทยเป็นหลัก ที่น่าสนใจคือในจำนวน 100 ยูนิตที่ขายแล้วนั้น บางยูนิตมีราคาขายสูงกว่า 850,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ยอดขายส่วนใหญ่อยู่ที่ราว 500,000-600,000 บาทต่อตารางเมตร สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผู้ซื้อระดับบนสุดของตลาด

    เมื่อถูกถามว่า คาดว่าราคาโครงการนี้จะขึ้นไปแตะระดับ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตรได้หรือไม่ Au ตอบว่า “ระดับราคาดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วในโครงการอื่นๆ บนถนนวิทยุที่เป็นกรรมสิทธิ์แบบฟรีโฮลด์ แต่ผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคาดการณ์ราคาในอนาคตได้ เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่นอน แต่หากโครงการอื่นบนถนนวิทยุเคยทำราคาได้ถึงระดับนั้นมาก่อน เราก็ยินดีอย่างยิ่งหากโครงการของเราจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน”

    เขายังกล่าวถึงทิศทางการทำตลาดต่อไปอีกว่า หลังจากมุ่งเน้นตลาดไทยในช่วงแรก บริษัทจึงเตรียมขยายการทำตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดหลักและบ้านเกิดของ Swire Properties ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนและมีบ้านพักตากอากาศในกรุงเทพฯ

    ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ยังได้รับความสนใจจากตลาดไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้ซื้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้อยู่อาศัยในโครงการแล้ว โดยทั้งสามตลาดจะเป็นเป้าหมายสำคัญของการขยายตลาดต่างประเทศในระยะแรก



ภาพ: ซิตี้ ไดนามิค



​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บ้าน-คอนโดลักชัวรี่ โตสวนเศรษฐกิจ ดีมานด์แกร่งทั้งไทยและต่างชาติ คอนโดภูเก็ตโต 350% วิลล่าขายทะลุ 500 หลังต่อปี พัทยาครองอันดับ 2 มูลค่าการโอน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine