บ้าน-คอนโดลักชัวรี่ โตสวนเศรษฐกิจ ดีมานด์แกร่งทั้งไทยและต่างชาติ คอนโดภูเก็ตโต 350% วิลล่าขายทะลุ 500 หลังต่อปี พัทยาครองอันดับ 2 มูลค่าการโอน

บ้าน-คอนโดลักชัวรี่ โตสวนเศรษฐกิจ ดีมานด์แกร่งทั้งไทยและต่างชาติ คอนโดภูเก็ตโต 350% วิลล่าขายทะลุ 500 หลังต่อปี พัทยาครองอันดับ 2 มูลค่าการโอน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่โตต่อ ดีมานด์จากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติยังแกร่ง แม้เศรษฐกิจเผชิญความท้าทาย ตลาดบ้านในกรุงเทพฯ มีอัตราการขาย 62% ขณะที่คอนโด 88% ด้านภูเก็ตยอดขายคอนโดเติบโต 350% หลังโควิด และวิลล่าขายได้มากกว่า 500 หลังต่อปี ส่วนพัทยาครองอันดับ 2 ของประเทศด้านมูลค่าการโอน


    ซีบีอาร์อี ประเทศไทย (CBRE) ร่วมกับ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ในฐานะ Global Partners Club (เครือข่ายพันธมิตรตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ของ SC) จัดงาน “CBRE Elite Living 2026” นำเสนอโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ พร้อมเผยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยเซ็กเมนต์ดังกล่าวทั้งในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพัทยา

    อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยมี 6 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ความสอดคล้องระหว่างซัพพลายและดีมานด์, ความหลากหลายของกลุ่มผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ, ความอ่อนไหวต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างต่ำ, ความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล, ราคาที่ไม่ปรับลดลงซึ่งดีในแง่การลงทุน และคุณภาพของอสังหาริมทรัพย์เมื่อเทียบกับราคา


บ้าน-คอนโดลักชัวรี่ ดีมานด์โตต่อเนื่อง

    อาทิตยาระบุว่า นับตั้งแต่ช่วงโควิดตลาดบ้านเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในตลาดลักชัวรี่ เมื่อเปรียบเทียบปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดโควิด กับครึ่งแรกของปี 2569 พบว่าซัพพลายเติบโตขึ้น 315% ขณะที่จำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น 368% ส่งผลให้อัตราการขายรวมของตลาดอยู่ที่ 62% สะท้อนถึงความต้องการซื้อที่มีอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับซัพพลายที่เพิ่มขึ้น

    ส่วนตลาดคอนโดมิเนียม เธอระบุว่า ยังมีอัตราการขายอยู่ในระดับสูง โดยโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีอัตราการขาย 93% ขณะที่โครงการที่เปิดตัวแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้างมีอัตราการขาย 84% เมื่อรวมทั้งสองประเภทมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 88% แสดงให้เห็นถึงความต้องการซื้อที่ต่อเนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    อาทิตยากล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดต่างชาติมีชลบุรีและภูเก็ตเป็นพื้นที่สำคัญ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการโอน ทั้งสองจังหวัดมีสัดส่วนของชาวต่างชาติอยู่ที่ 41% ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 24% ส่วนภาพรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 25%

​

​

ภูเก็ต คอนโดโต 350% วิลล่าขายเกิน 500 หลังต่อปี

    อาทิตยากล่าวว่า ภูเก็ตได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และนับจากปีนี้เป็นต้นไปจะมีโครงการสำคัญหลายแห่งที่เตรียมเปิดตัวหรือขยายการดำเนินงาน อาทิ ส่วนต่อขยายของเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า, Synthesis Ark Phuket, ไอคอน ภูเก็ต, โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ รวมถึงโครงการขยายทางหลวงและสนามบิน

    โดยตลาดคอนโดมิเนียมหรูที่มีราคาตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป ทำเลที่ได้รับความนิยมในภูเก็ตส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตก ได้แก่ หาดลายัน หาดบางเทา หาดกมลา และหาดสุรินทร์ เนื่องจากมีชายหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก อีกทั้งยังมีโรงแรมระดับ 5 ดาว โรงเรียนนานาชาติ และอยู่ใกล้สนามบิน

​


    อาทิตยากล่าวว่า หากเปรียบเทียบยอดขายคอนโดมิเนียมในช่วงก่อนโควิด ระหว่างปี 2558-2562 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 พันยูนิตต่อปี กับช่วงหลังโควิดตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา พบว่ายอดขายเติบโตขึ้น 350% เฉลี่ย 5.2 พันยูนิตต่อปี โดยมีชาวรัสเซียเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลัก รองลงมาประกอบด้วยชาวญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศส

    ทั้งนี้ คอนโดมิเนียมในภูเก็ตมีอัตราการขายเฉลี่ยครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 11% ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่

    ขณะที่ตลาดวิลล่าก็เติบโตขึ้นเช่นกัน เธอระบุว่า ช่วงก่อนโควิดมียอดขายเฉลี่ย 130 หลังต่อปี ส่วนหลังโควิดเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 500 หลังต่อปี หรือเติบโต 260% โดยวิลล่าที่มีราคามากกว่า 90 ล้านบาท มียอดขายเติบโตขึ้นกว่า 50%

​

​

พัทยา มูลค่าโอนอันดับ 2 ของประเทศ

    สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพัทยา จังหวัดชลบุรี อาทิตยาระบุว่ามีมูลค่าการโอนสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    โดยตลาดพัทยามีซัพพลายใหม่เติบโตขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายต่อปีค่อนข้างสม่ำเสมอ เฉลี่ยประมาณ 1.35 หมื่นยูนิต คิดเป็นมูลค่า 2-3.7 หมื่นล้านบาท

    “แนวโน้มการเติบโตในอนาคต ชลบุรีเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อีกทั้งยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก” อาทิตยา กล่าว

​


รวม 57 โครงการลักชัวรี่

    สำหรับงาน Elite Living 2026 จะจัดถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ภายในงานมีโครงการที่อยู่อาศัยนำมาจัดแสดงกว่า 57 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่พร้อมเข้าอยู่ 44 โครงการ ราคา 15-300 ล้านบาท อาทิ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, เดอะ เจนทรี, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน, ซันเล เรสซิเดนเซส และบ้านอยู่เจริญ อีสต์วิลล์

    นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ 3 โครงการ ราคา 45-528 ล้านบาท ได้แก่ สติลล์ สุขุมวิท 20, สโคป ทองหล่อ และสโคป หลังสวน รวมถึงบ้านพักตากอากาศ 5 โครงการ ราคา 7.9-157.5 ล้านบาท ได้แก่ เพย์ลา ภูเก็ต, ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เรสซิเดนซ์ส, สุนทรี วงศ์อมาตย์, คิอารา รีเซิร์ฟ เรสซิเดนเซส, ซี เธียเตอร์ ภูเก็ต และการ์เด้น แอทลาส เบย์วิว

    ส่วนอสังหาริมทรัพย์ใน London ประเทศอังกฤษ จากเบิร์กเลย์ กรุ๊ป มีให้เลือก 5 โครงการ ราคา 5.6 แสน-4 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 24.9-178.4 ล้านบาท ได้แก่ Trillium-Grand Union, White City Living, King’s Road Park, South Quay Plaza-Canary Wharf และ Trent Park-Enfield


​

SC ตั้งเป้ายอดขายในงาน 1 พันล้าน

    พิชชากร มีศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานเครือข่ายและลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า SC นำโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่เข้าร่วมงาน CBRE Elite Living 2026 โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 พันล้านบาท พร้อมนำเสนอโครงการในทำเลต่างๆ ที่มีการออกแบบและนวัตกรรมการอยู่อาศัย รวมถึงข้อเสนอพิเศษเฉพาะภายในงาน

    เธอระบุว่า SC เลือกเข้าร่วมงานครั้งนี้เนื่องจากมองว่า CBRE เป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ และมีเครือข่ายลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของบริษัท

    สำหรับ Global Partners Club หรือเครือข่ายพันธมิตรตัวแทนขาย ปัจจุบัน SC มีเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศกว่า 2 พันราย และตั้งเป้าขยายเครือข่ายเป็น 3 พันรายภายในปี 2570 ขณะที่ยอดขายผ่านเครือข่ายเพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 9 พันล้านบาทในปี 2568

    “ความร่วมมือกับ CBRE มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าระดับลักชัวรี่ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และนำเสนอตัวเลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน” พิชชากร กล่าว




ภาพ: CBRE และ SC




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ภูเก็ตแชมป์อสังหาฯ นอกกรุง “โบทานิก้าฯ” ทุ่ม 2 พันล้าน เปิดพูลวิลล่าทำเลลายัน เจาะกลุ่มเศรษฐีซื้อบ้านหลังที่สอง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine