SCG LIVING SOLUTION BUSINESS เปิด 2 โมเดลธุรกิจรับมาตรฐานอาคารในอนาคต - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • SCG LIVING SOLUTION BUSINESS เปิด 2 โมเดลธุรกิจรับมาตรฐานอาคารในอนาคต

SCG LIVING SOLUTION BUSINESS เปิด 2 โมเดลธุรกิจรับมาตรฐานอาคารในอนาคต

Forbes Thailand / Admin
08 Sep 2020 | 3:59 pm 201

SCG Living Solution Business เดินหน้าบริหารและพัฒนาธุรกิจใหม่ เปิดตัว 2 โมเดลธุรกิจใหม่ ได้แก่ SCG Building & Living Care Consulting ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาด้านสิ่งปลูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ และ Smart Building Solution ธุรกิจผู้ให้บริการโซลูชั่นงานระบบวิศวกรรมอาคารแบบครบวงจร

วชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์ Covid-19 ที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไป พบว่าเกิดการเร่งในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ก้าวเข้าสู่ Digital Transformation เร็วมากขึ้น

รวมไปถึงบทบาทของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่นอกจากให้ความสำคัญต่อการออกแบบอาคารแล้ว ยังคำนึงถึงอาคารที่ให้สุขอนามัยที่ดี ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดูแล “คน” ในพื้นที่ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน พื้นที่พาณิชย์ หรือที่อยู่อาศัย สู่จุดเปลี่ยนสำคัญของรูปแบบการออกแบบและพัฒนาโครงการทั่วโลกที่คำนึงถึงสุขภาวะ (Well-being) เพื่อให้คนใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข

จึงได้ริเริ่ม 2 ธุรกิจ โดยพัฒนาแนวคิดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและรับรองมาตรฐานอาคารด้วยประสบการณ์ทำงานอย่างมืออาชีพ พร้อมพัฒนาสินค้า/บริการ และโซลูชั่น เกี่ยวกับ ‘Living’ หรือการใช้ชีวิต โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มธุรกิจที่ทำการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) อาทิ อาคารสำนักงานให้เช่า, อาคารพาณิชย์, ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล, โครงการเวลเนสลีฟวิ่งและเฮลท์แคร์, โครงการบ้านจัดสรร และ มหาวิทยาลัย เป็นต้น

ด้านธุรกิจ SCG Building & Living Care Consulting เป็นธุรกิจบริการให้คำปรึกษาด้านสิ่งปลูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ไปสู่อาคารที่ลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติในขั้นตอนการก่อสร้างและการใช้งาน รวมไปถึงอาคารที่มีการคำนึงถึงการมีสุขภาวะที่ดี แข็งแรง ส่งผลถึงคนที่อยู่อาศัยในอาคารและชุมชนโดยรอบ และเหมาะสมกับการอยู่อาศัยเพื่อคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเป็นกลุ่มประชากรหลักของประเทศ ด้วยบริการให้คำปรึกษาสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการก่อสร้างอาคารตามมาตรฐาน ต่าง ๆ ได้แก่

1) บริการให้คำปรึกษาเพื่อขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ตามมาตรฐาน LEED  DGNB และTREES 2) บริการให้คำปรึกษาเพื่อขอรับรองมาตรฐานอาคารเพื่อการมีสุขภาวะที่ดี (Well-Being Building) ตามมาตรฐาน fitwel และ WELL 3) บริการให้คำปรึกษาเพื่อทำอาคารประหยัดพลังงาน ที่มีการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน (Energy Management Service) 4) บริการออกแบบและปรึกษาอาคารเพื่อผู้สูงอายุและคนทุกวัย (Universal Design)

สำหรับผลงานที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจลูกค้า โดย SCG Building & Living Care Consulting คือการให้คำปรึกษาด้านอาคารเพื่อยื่นขอการรับรองมาตรฐาน fitwel อาคารเพื่อสุขภาวะที่ดี กับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเอสซีจีได้นำมาบุกเบิกในประเทศไทยและยังทำหน้าที่ในฐานะ Asia’s Advisory Council เป็นรายแรกในไทย

จากซ้าย: ธาดา เพ็ญชีพ, วชิระชัย คูนำวัฒนา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์

ด้าน ธาดา เพ็ญชีพ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรามีความมุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานรวมถึงผู้ที่เข้ามาใช้อาคาร โดยการปรับปรุงให้อาคารมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพนักงาน ซึ่ง fitwel คือคำตอบของการบริหารจัดการอาคารให้มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็น Well – being ให้ผู้ใช้อาคาร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องขอขอบคุณทีมที่ปรึกษา SCG Building & Living Care Consulting ที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำ จนทำให้เราประสบความสำเร็จได้รับรางวัล fitwel ระดับ 3 ดาว ตามที่คาดหวังไว้ในระดับสูงสุด”

ด้านธุรกิจ Smart Building Solution เป็นธุรกิจผู้ให้บริการโซลูชั่นงานระบบวิศวกรรมอาคารแบบครบวงจร รูปแบบ System Integrator ส่งมอบโซลูชั่นด้วยเทคโนโลยีตามที่เจ้าของอาคารต้องการ และเชื่อมต่อการทำงานต่างๆ ตั้งแต่การให้บริการออกแบบติดตั้งเทคโนโลยีในหมวดพลังงานในอาคาร ปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) รวมทั้งเทคโนโลยีเพื่ออาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ด้วยอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) โดยเฉพาะเทคโนโลยีในส่วนของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC: Heating, Ventilation, and Air Conditioning)

โดยได้ให้บริการติดตั้งระบบ Energy CARE series ให้กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นการอัพเกรดอาคารเพื่อบริหารห้องเรียน และพลังงานสำหรับระบบปรับอากาศอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศในห้องเรียนและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ด้วยการควบคุมผ่านระบบออนไลน์

“ทางคณะฯ ทราบว่าระบบปรับอากาศและการระบายอากาศมักมีสัดส่วนการใช้พลังงานและปลดปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในอาคาร โซลูชั่นระบบ Energy CARE Series ที่นำมาใช้ ทำให้เราเห็นถึง loss ที่เกิดขึ้นในตึก โดยเฉพาะ Human loss หรือ loss จากการใช้งานซึ่งสูงมาก ๆ มากถึง 45% หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 20 บาทต่อการใช้ห้องเรียน 1 ชั่วโมง ไม่ว่าจะติดตั้งแอร์ที่ประหยัดไฟดีมากแค่ไหน ถ้า Control เรื่อง Human loss ไม่ได้ก็ถือว่าการใช้งานนั้นยังไม่ดีพอ

แต่โซลูชั่นนี้สามารถช่วยกำจัดที่ไม่จำเป็นออกไป ช่วยลดค่าไฟให้กับคณะฯ และลดภาระการทำงาน อีกทั้งช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลอาคารทำงานได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งทำให้เราเป็นต้นแบบของ Smart Faculty ที่เตรียมพร้อมและผลักดันคณะฯ สู่โลกแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต้องขอบคุณทาง SCG ที่ได้นำเทคโนโลยีระบบนี้เข้ามาตอบโจทย์ความยั่งยืนของทางคณะฯ และมหาวิทยาลัยฯ” ผศ.อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ในฐานะของผู้ให้บริการ ทั้งธุรกิจ SCG Building & Living Care Consulting และ Smart Building Solution เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำประโยชน์ให้กับทุก Stakeholder ทั้งเจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ใช้อาคารและสังคมโดยรอบ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาคารและสิ่งก่อสร้างในระยะยาว” วชิระชัย กล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม: อว.ชู “ธุรกิจนวัตกรรม” สู้ภัย โควิด-19 รับมือโลกร้อน ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ

 

BACK TO TOP