SCG เปิดสถิติพฤติกรรมคนไทยกับการ "ปรับปรุงบ้าน" ต้อนรับ New Normal - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • SCG เปิดสถิติพฤติกรรมคนไทยกับการ “ปรับปรุงบ้าน” ต้อนรับ New Normal

SCG เปิดสถิติพฤติกรรมคนไทยกับการ “ปรับปรุงบ้าน” ต้อนรับ New Normal

Forbes Thailand / Admin
29 Jun 2020 | 4:00 pm 1491

SCG เปิดสถิติพฤติกรรมคนไทย และความต้องการด้านบริการ ปรับปรุงบ้าน  ที่เติบโตในช่วงล็อคดาวน์พร้อมตอบโจทย์ชีวิต New Normal กลายเป็นความท้าทายใหม่ของหลายๆ แบรนด์ ที่ต้องออกมางัดอาวุธ ปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่ เนื่องจากพฤติกรรม วิถีชีวิต และ ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ ความปกติใหม่ที่ทำให้กลับไปมองที่จุดเริ่มต้น สำหรับการใช้ชีวิตบนพื้นฐานที่เรียกว่า “บ้าน” กันมากขึ้น

เอสซีจี ได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อสอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้บริโภคที่ต้องการ ปรับปรุงบ้าน ในฐานะที่เอสซีจี เป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดคิด และให้ความสำคัญเรื่องความใส่ใจในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคมาตลอดกว่า 100 ปี เดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งในด้านพฤติกรรม ตลอดจนไลฟ์สไตล์ด้านการอยู่อาศัยได้อย่างสูงสุด

 

 ความกังวลเรื่องโควิด19 ตามติดมาถึงในบ้าน

ถึงแม้การทำงานอยู่บ้าน หรือลดการออกนอกบ้านให้ได้มากที่สุดจะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้ แต่ความกังวลต่างๆ ก็ได้ทวีขึ้น ผลจากประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบระมัดระวังที่ผ่านมา กลายเป็นความกังวลใจที่ตามติดมาถึงในบ้าน โดยจากผลสำรวจทางออนไลน์ของกลุ่มธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 1,300 คน พบว่าคนส่วนใหญ่ที่มีความจำเป็นต้องทำงานอยู่บ้าน จะมีความกังวลหลัก ๆ อยู่ 3 อันดับแรกคือ

69% กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นโดยเฉพาะ “ค่าไฟ” – แน่นอนว่าอยู่บ้านมากขึ้น ต้องใช้ไฟมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงโควิด-19 ระบาด และอยู่ในช่วง Lock Down หรือ Work From Home ในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 เป็นช่วงที่อากาศในเมืองไทยร้อนระอุ การที่ต้องทำงานอยู่บ้านในตอนกลางวันจะยิ่งทำให้ต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวจากสถานการณ์ปกติ

52% กังวลเรื่องความสะอาดภายในบ้าน เป็นที่รู้กันว่าเชื้อไวรัสโควิด 19 – สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสต่างๆ แม้ว่าจะล้างมือบ่อยแค่ไหนก็มีโอกาสที่จะไปสัมผัสโดนเชื้อโรคได้ ไม่เว้นแม้แต่ในบ้าน โดยเฉพาะกิจกรรมที่จำเป็นต้องสัมผัสวัสดุ หรืออุปกรณ์ร่วมกันของสมาชิกทั้งบ้าน อย่างเช่น ห้องน้ำ โต๊ะ ลูกบิดประตู เป็นต้น 

30% กังวลเรื่องความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย และการทำงานที่บ้าน – จากสถานการณ์ไม่ปกติที่ผ่านมา ทำให้คนส่วนใหญ่ปรับวิธีการใช้ชีวิต รวมถึงการทำงานจากเดิมมาที่บ้านมากขึ้น เลยจำเป็นต้องมองหาพื้นที่นั่งทำงานใหม่ ๆ ที่นอกจากให้ความสะดวกสบาย แสงสว่างเข้าถึง และอากาศถ่ายเทที่เพียงพอแล้ว ยังต้องการพื้นที่ที่อำนวยความสะดวกสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่ต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้นที่บ้าน รวมทั้งยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้อีกด้วย การปรับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายใน และบริเวณภายนอกบ้าน ให้เป็นระเบียบและเป็นสัดส่วน เพื่อเอื้อต่อการทำงาน และอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจ

ทั้งนี้ สถิติใหม่ร้อยละ 22 ของคนนิยมรีโนเวทบ้าน เมื่อได้ใช้เวลาอยู่บ้าน ทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นทำให้ในช่วง Lock Down ที่ผ่านมา การรีโนเวทบ้านจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปในทันที จากตัวเลขร้อยละ 22 พบว่าคนส่วนใหญ่นิยมปรับปรุง ตกแต่งบ้าน โดยแบ่งออกตามความสนใจและปัญหาของบ้านเป็นหลัก ซึ่งอันดับแรก จะหันมาปรับพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วน และเป็นระเบียบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มุมทำงานใหม่ มุมพักผ่อนพักสายตา การจัดพื้นที่สวนสวย หรือรองลงมาเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านร้อน อากาศไม่ถ่ายเท บ้านทรุด บ้านรั่ว รวมไปถึง ปรับปรุงบ้านเก่าที่ทรุดโทรมให้กลับมาใหม่ เป็นต้น

 

โซลูชันเดิม ที่เพิ่มเติมคือการเติบโตสูงขึ้น และตอบโจทย์ New Normal

ท่ามกลางการชะลอตัวของทุกธุรกิจ แต่บริการด้านการปรับปรุงบ้าน (Service Solution) จากกลุ่มธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง SCG กลับโตสวนกระแส หรือมีแนวโน้มเติบโต รวมถึงสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยกันถึง 5 โซลูชัน

Solar Roof ลดค่าไฟตอนกลางวัน และค่าใช้จ่ายในระยะยาว – การเติบโตของบริการติดตั้งโซลาร์รูฟ สอดคล้องกับผลสำรวจในตอนต้นที่คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องค่าไฟในระยะยาวเมื่อต้องทำงานอยู่บ้าน การลงทุนกับโซลาร์รูฟจึงเป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญ เพราะการติดตั้งโซลาร์รูฟ เอสซีจี นั้นนอกจากจะทำให้ได้ใช้พลังงานสะอาด ยังลดค่าไฟได้ทันทีสูงสุดถึง 60% และช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวอีกด้วย

นวัตกรรมลดบ้านร้อน Active AIRflowSystem และฉนวนกันความร้อน – ถือว่าเป็นข้อดี ที่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ก็จะมองเห็นปัญหาของบ้านมากขึ้นเช่นกัน อย่างเช่น ปัญหาบ้านร้อน อากาศไม่ถ่ายเทจึงทำให้อุณหภูมิภายในบ้านสูงขึ้น จนหลายคนก็คงเลือกใช้วิธีที่คุ้นเคย คือการปรับลดอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศ เพื่อบรรเทาในช่วงอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ แต่คงลืมคำนึงถึงสิ้นเดือนเมื่อบิลค่าไฟมาเคาะประตูหน้าบ้าน ทาง SCG ก็มีโซลูชัน Active AIRflow™ System และฉนวนกันความร้อน ที่จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ด้วยนวัตกรรมลดบ้านร้อน ซึ่งสามารถถ่ายเทอากาศได้ดีขึ้น และลดอุณหภูมิความร้อนภายในบ้านได้ในทันที นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง ทั้งยังคุ้มค่าคงอยู่กับตัวบ้านไปอีกนานแสนนาน

Outdoor Living Solution ตกแต่งภายนอกจากวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ และบล็อกปูพื้นคอนกรีต – เมื่อทุกพื้นที่ของบ้านมีความสำคัญมากขึ้น จากที่เคยปล่อยพื้นที่รอบบ้านให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ใช้งาน ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่รอบตัวบ้านถูกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จึงเกิดการซ่อมแซม ตกแต่ง ปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ใช้สอย และสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มุมทำงานใหม่, มุมพักผ่อน ดังนั้นสินค้ากลุ่ม Outdoor Living Solution ทั้งโซลูชันตกแต่งภายนอกจากวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ เช่น ผนัง พื้น รั้วระแนง และบล็อกปูพื้นคอนกรีต จึงได้รับความนิยมขึ้นมาทันที

ฉนวนกันเสียง ควบคุมเสียงภายใน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก- แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมการทำงานสำคัญต่อการใช้สมาธิในการสร้างสรรค์งาน จึงต้องการพื้นที่ส่วนตัว มีความสงบเงียบเป็นพิเศษ ทำให้มองหานวัตกรรมหรือวัสดุที่ช่วยควบคุมเสียงภายในห้อง และป้องกันเสียงจากภายนอกได้ดี ด้วยโซลูชันฉนวนกันเสียง โดยการติดตั้งวัสดุอะคูสติก เอสซีจี ช่วยดูดซับเสียงที่ผนัง จึงช่วยลดเสียงก้อง เสียงสะท้อน รวมถึงเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึง 7-10 เดซิเบล ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น

สุดท้ายเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามอง คือ สุขภัณฑ์และก๊อกน้ำอัตโนมัติ จากผลสำรวจในตอนต้นจะเห็นได้ว่าคนจำนวนมากมีความกังวลเกี่ยวกับความสะอาดภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดหลักที่ทุกคนให้ความสำคัญ และต้องการที่จะลดการสัมผัสให้ได้มากที่สุด นวัตกรรมและความสะดวกสบายของอุปกรณ์เครื่องใช้ จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ไม่น่าแปลกใจที่สินค้าประเภทสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำอัตโนมัติจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal

 

คิดแบบ Next Normal

Next Normal ความปกติในบทใหม่ที่เข้ามาทักทาย จะมีการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น ทั้งในแง่มุมพฤติกรรมการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย การเดินทาง การใช้เทคโนโลยี ด้านความปลอดภัย ตลอดจนด้านสุขอนามัย ที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อจากนี้

โดยเทียบวัดจากผลสำรวจของพฤติกรรมผู้บริโภค และตัวเลขการเติบโตของบริการด้านการปรับปรุงบ้าน (Service Solution) ในภาพรวมทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี พอจะบอกได้อย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมามองที่จุดเริ่มต้น ใส่ใจตนเอง ให้รายละเอียดกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และครอบครัวเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ไม่มีใครคาดการณ์บทสรุปต่อจากนี้ได้ แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือ เดินหน้า เรียนรู้ และไม่เพียงแค่ตั้งรับ แต่ต้องคิดวิเคราะห์ในการพัฒนาสินค้าและบริการได้ทันที เพื่อให้สอดรับกับความต้องการและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อยู่เสมอ ในทุกๆ การเปลี่ยนแปลง โดยคำนึงบนพื้นฐานของการใช้ชีวิตในรูปแบบปกติใหม่ ที่มีคุณภาพ ความสะอาด ปลอดภัย และมาพร้อมกับความสะดวกสบายนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม: ปรับตัวรับภาวะเงินฝืดหลัง “โควิด-19”

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP