77% ของตลาดรับสร้างบ้านอยู่ต่างจังหวัด IHC ในเครือพฤกษา ส่ง Plantnery by PRUKSA พร้อมบ้านกว่า 100 แบบ ชิงตลาด 1.4 หมื่นล้าน เจาะกลุ่มเจ้าของที่ดินหัวเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อ
ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนโฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) เผยว่า ตลาดรับบ้านสร้างยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินในหัวเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมด้านที่ดิน กำลังซื้อ และต้องการสร้างบ้านคุณภาพบนที่ดินของตนเอง สอดคล้องกับทิศทางตลาดรับสร้างบ้านที่ขยายตัวไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น
ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านระบุว่า ตลาดบ้านสร้างเองในต่างจังหวัด มีมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสัดส่วน 23% สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสของธุรกิจรับสร้างบ้านไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่กำลังเติบโตในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ
หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัด พื้นที่ที่มียอดสั่งสร้างสูง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี โคราช สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การอยู่อาศัย และการขยายตัวของครอบครัวเมือง

Plantnery by PRUKSA จึงเดินหน้าขยายฐานบริการรับสร้างบ้านไปยังหัวเมืองใหญ่ต่างๆ โดยนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษากว่า 30 ปี มาต่อยอดเป็นบริการรับสร้างบ้านแบบ one-stop service เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่เชื่อถือได้ มีระบบงานชัดเจน ดูแลจนจบงาน และไม่ทิ้งงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงส่งมอบบ้าน
โดย Plantnery by PRUKSA วางจุดยืนเป็นบริการรับสร้างบ้านครบวงจรสำหรับเจ้าของที่ดิน ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ประเมินงบประมาณ วางแผนก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพงาน ไปจนถึงส่งมอบบ้าน โดยมีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 100 แบบ และสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พื้นที่ดิน และความต้องการของแต่ละครอบครัว
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ Plantnery by PRUKSA คือการมีบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างจริงให้ลูกค้าเข้าชม เพื่อสัมผัสคุณภาพงาน ฟังก์ชัน วัสดุ พื้นที่ และบรรยากาศของบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้พิจารณาจากเพียงแบบบ้านหรือภาพจำลองเท่านั้น รวมถึงมีผลงานบ้านของลูกค้าที่สร้างเสร็จแล้วให้เห็นเป็นตัวอย่างจริง ช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง
“พฤติกรรมของลูกค้าในตลาดบ้านสั่งสร้างในปัจจุบัน ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจจากแบบบ้านหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ความชัดเจนของงบประมาณ ระยะเวลาก่อสร้าง คุณภาพวัสดุ และมาตรฐานการส่งมอบบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินในหัวเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมด้านที่ดินและมีกำลังซื้อ” ปิยะ กล่าว
เขาระบุเพิ่มเติมว่า IHC เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น และมีแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ภายใต้แนวคิดการสร้างบ้านที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความโปร่งใส คุณภาพ และความมั่นใจ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ นอกจากตลาดรับสร้างบ้านแล้ว IHC ยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจพัฒนาโครงการอะพาร์ตเมนต์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ
เนื่องจากมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อเช่าและที่พักเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง แรงงาน นักศึกษา บุคลากรในพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาค
โดยเป็นกลุ่มที่ต้องการมากกว่าผู้รับเหมาทั่วไป แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ด้านการก่อสร้างที่สามารถดูแลแบบ one-stop service ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การวิเคราะห์ตลาด การออกแบบโครงการ การประเมินราคาขายหรือค่าเช่าที่เหมาะสม การคำนวณจุดคุ้มทุน การวางแผนก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุมาตรฐานจากแบรนด์ชั้นนำในซัพพลายเชนของบริษัท ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบอาคาร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้อย่างมั่นใจ ควบคุมต้นทุนได้ และตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น

ภาพ : พฤกษา
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "เฟรเซอร์ส" ดันบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 ประทับตรามาตรฐาน LEED GOLD แห่งแรกในไทย หวังตอบโจทย์คนยุคใหม่แม้อสังหาฯ ปีนี้ซบเซา
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


