วางศิลาฤกษ์แล้ว! “ไทยโอบายาชิ” เดินหน้าพัฒนา “O-MESH Ratchadamri” โครงการมิกซ์ยูส 8 พันล้านบาท บนพื้นที่ 6 ไร่ ติด BTS ราชดำริ รวมออฟฟิศ โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก ตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2572
บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ) จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ “O-MESH Ratchadamri Project” (โอ-เมช ราชดำริ) โครงการมิกซ์ยูส มูลค่าการก่อสร้าง 8 พันล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ
ตัวอาคารเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ มีพื้นที่อาคารรวม (gross floor area : GFA) 117,000 ตารางเมตร สูง 36 ชั้น หรือประมาณ 177 เมตร ประกอบด้วยสำนักงาน, โรงแรม 203 ห้อง ภายใต้การบริหารของ Seibu Prince Hotels Worldwide และพื้นที่ค้าปลีกพร้อมที่จอดรถประมาณ 900 คัน โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนธันวาคมปี 2572
การพัฒนา O-MESH Ratchadamri เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยโอบายาชิและ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ในเครือสหพัฒน์ สู่การร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของโรงแรม
โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจและการพัฒนาโครงการของเครือสหพัฒน์ กับความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง เทคโนโลยี การออกแบบ และการบริหารจัดการโครงการของไทยโอบายาชิ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการตั้งแต่ business development ไปจนถึง construction technology ซึ่งนับเป็นการขยายความสัมพันธ์จากคู่ค้าสู่ strategic partners

พรชัย สิทธิยากรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นันทวัน จำกัด เปิดเผยว่า O-MESH Ratchadamri เกิดจากความผูกพันกับพื้นที่ราชดำริ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานของบริษัทมานานประมาณ 30 ปี และเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของไทยโอบายาชิ บริษัทจึงต้องการรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของธุรกิจไว้ พร้อมต่อยอดประสบการณ์ด้านการบริหารพื้นที่ให้เช่าสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิดที่แข่งขันด้วยคุณภาพ ไม่ใช่การแข่งขันทางด้านราคา
“พิธีวางศิลาฤกษ์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่เป็น milestone ที่สะท้อนความพร้อมของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม เราให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้” พรชัย กล่าว
สำหรับชื่อ “O-MESH” มาจากการสะท้อนเรื่องราวและแนวคิดของโครงการ โดยตัวอักษร “O-” สืบทอดมาจาก O-NES และ OBAYASHI ขณะที่คำว่า “MESH” หมายถึงการประสานกันขององค์ประกอบต่างๆ ที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน ทั้งการผสานหลากหลายฟังก์ชันภายในโครงการ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และเมืองเข้าด้วยกัน
ภายใต้แนวคิด “The Crafted Legacy” O-MESH Ratchadamri ซึ่งสะท้อน DNA ของ Obayashi ผ่านงานฝีมือ ความประณีตแม่นยำ และการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสานหลักการออกแบบร่วมสมัยเข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ
โดยอาคารสำนักงานนำแนวคิดจากงานจักสานไทยและญี่ปุ่นมาตีความผ่านเปลือกอาคาร (building façade) ขณะที่ส่วนของโรงแรมสร้างเอกลักษณ์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่โดยรอบ ผ่านแนวคิด “garden in the sky” เพื่อผสานธรรมชาติเข้ากับอาคารสูง

ด้านการใช้งาน โครงการมุ่งตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนตามแนวคิด “Hotel supports Office / Office supports Hotel” พร้อมพัฒนาระบบ smart building และ destination control system รวมถึงระบบบริหารคุณภาพอากาศภายในอาคาร การจัดการ PM2.5 และการเติมอากาศบริสุทธิ์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร
ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้าน sustainability และ ESG โดยนำแนวคิดและหลักเกณฑ์ของ LEED และ WELL มาใช้เป็นแนวทางตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมนำแนวคิด “Keep the Green Character of Ratchadamri” มาตีความผ่านสถาปัตยกรรมและ landscape เพื่อรักษาเอกลักษณ์ความร่มรื่นของย่านและเติมคุณค่าใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของเมือง
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ O-MESH Ratchadamri คือการนำ LRV Technology (left-right-vertical) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับโครงสร้าง steel framing และ reinforced concrete โดยเตรียมชิ้นส่วนให้พร้อมก่อนประกอบในพื้นที่จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพ และระยะเวลาการก่อสร้าง
พร้อมลดกิจกรรมและแรงงาน construction waste ตลอดจนฝุ่นและเสียงรบกวนในหน้างาน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวสะท้อนแนวคิด “Art of Engineering for Tomorrow” หรือความมุ่งมั่นด้านความแม่นยำ คุณภาพ และการก่อสร้างเพื่ออนาคต

ภาพ : ไทยโอบายาชิ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทรัล พาร์ค” เปิดครบ 1 ปี! ทราฟฟิกแตะ 25 ล้านครั้ง ชู “ร้านแรกในไทย-คอนเซ็ปต์ใหม่” ดึงคนเข้าศูนย์ อัตราเช่าพื้นที่ค้าปลีกทะลุ 98%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


