หลังเปิดตัวโครงการเป็นครั้งแรกในปี 2566 ล่าสุดคอนโดมิเนียมหรู KingsQuare Residence ย่านพระราม 3 ที่พัฒนาโดยเครือสหพัฒน์และ Tokyu กวาดยอดขายได้กว่า 65% แล้ว ปัจจุบันมีความพร้อม 99% และมีแผนเริ่มตรวจรับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป
จักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด หรือ KSD กล่าวว่า ที่ดินย่านพระราม 3 บริเวณนี้เป็นที่ดินของเครือสหพัฒน์ที่มีมานานแล้ว หลังจากเปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ในปี 2563 ปรากฏว่ามีผู้ปกครองอยากให้มีโครงการที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้โรงเรียนด้วย จึงเกิดการพัฒนา KingsQuare Residence ขึ้น
โครงการ KingsQuare Residence เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2566 โดยเป็นโปรเจ็กต์ร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์และพันธมิตรระดับโลกจากญี่ปุ่นอย่าง Tokyu Corporation
รูปแบบเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ 52 ชั้น มูลค่าโครงการ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ราวเกือบ 7 พันล้านบาท มีห้องชุดทั้งหมด 222 ยูนิต ขนาด 60-144 ตารางเมตร ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 200,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร หรือหากคิดเป็นราคาต่อยูนิตอยู่ที่ 12.9-95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเปิดตัว 5-10%

จักรกฤษณ์กล่าวว่า KingsQuare Residence พัฒนาภายใต้โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยน second home ให้กลายเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว จากพื้นที่สำหรับพักผ่อนในวันหยุดสู่พื้นที่ที่รองรับชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ การทำงาน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว
เขากล่าวด้วยว่า โครงการนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยระยะยาว ซึ่งมองมากกว่าการพัฒนาอาคารให้แล้วเสร็จ แต่ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ คุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการและการดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่อาศัย นำมาสู่การดึงพันธมิตรชั้นนำเข้ามาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบโดย A49 ก่อสร้างโดยไทยโอบายาชิ และบริหารรวมถึงดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่อาศัยโดย Dusit Hospitality Services

เจาะลึกเทรนด์คอนโดติดโรงเรียนนานาชาติ
พจมาน วรกิจโภคาทร หุ้นส่วนและหัวหน้าส่วนงานบริหารขายโครงการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมคอนโดมิเนียมใกล้โรงเรียนนานาชาติยังมีปริมาณการซื้อที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับจำนวนโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
โดยในปี 2554 มีโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ อยู่ 133 แห่ง ปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 271 แห่ง จำนวนนักเรียนในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 80,000 คน หรือขยายตัวราว 6.8% ต่อปี

“สำหรับโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ เปิดสอนในปี 2563 ซึ่งปีแรกมีนักเรียน 300-400 คน ปัจจุบันมีนักเรียนถึง 1,500 คน และกำลังตั้งเป้าขยายไปสู่ 2,000 คน เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น ดีมานด์ซื้อและเช่าที่พักใกล้โรงเรียนนานาชาติจึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือเป็นเรียลดีมานด์ที่ซื้ออยู่จริง ไม่ใช่ซื้อเพราะกระแสระยะสั้น” พจมานกล่าว
เธอยังเผยถึงศักยภาพของคอนโดมิเนียมใกล้โรงเรียนนานาชาติด้วยว่าเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าได้อย่างยั่งยืน โดยคอนโดระดับลักชัวรี่ในระยะเดินถึงโรงเรียนนานาชาติ มีการซื้อขายอยู่ที่ 160,000-220,000 บาทต่อตารางเมตร และแม้โครงการจะเปิดขายช่วงเวลาต่างกัน แต่ช่วงราคายังคงใกล้เคียงกัน สะท้อนว่าตลาดให้คุณค่ากับทำเลใกล้โรงเรียนมากกว่าอายุอาคาร

สำหรับทำเลพระราม 3 พจมานระบุว่าเป็นส่วนต่อขยายของสาทร เดินทางสะดวก และมีไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน โดยมองว่าพระราม 3 กำลังเป็นย่านใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยระบบนิเวศของคนเมือง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่โครงการสถานศึกษาและไลฟ์สไตล์
สะท้อนจากโครงการใหม่ที่กำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนนานาชาติ SPGS ที่ตั้งอยู่ใกล้อาคารสำนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงานของคาราบาวที่กำลังพัฒนา ต่อเนื่องไปจนถึงโปรเจ็กต์อื่นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังพัฒนาเพิ่มเติม เช่น เอเชียทีค
“พระราม 3 กำลังจะกลายเป็นย่านของที่ทำงาน โรงเรียน และจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในพื้นที่เดียวกัน” พจมานกล่าว
KinsQuare Residence ยอดขาย 65%
พจมานกล่าวอีกว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในไทย ในปัจจุบันธนาคารจะปล่อยกู้น้อยมาก ให้คะแนนลูกค้ายากขึ้น ตลาดระดับ 2-10 ล้านบาทค่อนข้างลำบาก แต่กลุ่มบนส่วนใหญ่เกือบ 100% แบงก์อนุมัติ
“สำหรับ KinsQuare Residence ลูกค้าไม่มีปัญหาในการกู้เลย โดยปัจจุบันขายได้ 65% แล้ว ในจำนวนนี้ลูกค้าครึ่งหนึ่งใช้ไฟแนนซ์ อีกครึ่งหนึ่งซื้อด้วยเงินสด โดย 60% ของลูกค้าที่ซื้อเป็นผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ส่วนอีก 20% ซื้อเพื่อลงทุน และอีก 20% ที่เหลือเป็นคนที่อยู่ในย่านพระราม 3 อยู่แล้ว ทั้งนี้ ลูกค้าในปัจจุบันเป็นชาวไทย 90% และต่างชาติ 10%” พจมานกล่าว ก่อนจะระบุเพิ่มเติมว่าคาดว่าจะสามารถปิดการขายโครงการนี้ได้ในปีหน้า

ด้าน Kazuo Washizu กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Tokyu Development ร่วมพัฒนาโครงการโดยยึดแนวคิด Japanese Quality Mindset และหลัก “Peace of Mind and Safety” ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความอุ่นใจของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว พร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลคุณภาพงานก่อสร้างตลอดระยะเวลาการพัฒนาโครงการ
“ในการพัฒนา KingsQuare Residence บริษัทเลือก A49 เป็นผู้ออกแบบ และบริษัท ไทย โอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้รับเหมาหลัก พร้อมมี Stonehenge เข้ามาดูแลการบริหารจัดการคุณภาพจากภายนอก เพื่อให้การควบคุมคุณภาพครอบคลุมทั้งงานที่มองเห็นและองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ภายในอาคาร เช่น โครงสร้าง ระบบประปา และระบบประกอบอาคาร ควบคู่กับมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 รวมถึงการตรวจสอบและทดสอบระบบก่อนส่งมอบ
“นอกจากนี้ โครงการยังคำนึงถึงคุณภาพวัสดุและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ผ่านการเลือกใช้วัสดุ Low VOC ระบบกรองอากาศ MERV 8 และแผนตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality Testing) ด้วย”

ทั้งนี้ โครงการ KingsQuare Residence เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่ราว 66 ไร่ในย่านพระราม 3 ของเครือสหพัฒน์ ซึ่งนอกจากโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพแล้ว ในที่ดินแปลงนี้ยังประกอบไปด้วย KingsQuare Community Mall ที่แล้วเสร็จและให้บริการแล้ว รวมถึงโรงแรมดุสิต สวีท คิงสแควร์ กรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุน 2 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะสร้างเสร็จปีหน้า นอกจากนี้ยังมีอาคารออฟฟิศของ ICC ด้วย โดยรวมปัจจุบันใช้พื้นที่ไปราวครึ่งหนึ่งแล้ว
จักรกฤษณ์กล่าวว่า บริษัทยังมีแนวคิดในการพัฒนาส่วนอื่นๆ ในที่ดินส่วนที่เหลือ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเขียนมาสเตอร์แพลน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาพตลาดเป็นหลัก
ภาพ: บริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เรสซิเดนซ์หรูแบรนด์ Upper House โปรเจ็กต์ร่วมทุน “โสภณพนิช-Swire” กวาดยอดขาย 1 หมื่นล้านใน 6 เดือน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


