A Asset เปิดเกมทองหล่อ ปั้นมิกซ์ยูส 1.2 หมื่นล้าน รับตลาดลักชัวรี่ รวม 3 ธุรกิจ “รีเทล-โรงแรม-Branded Residence” คาดก่อสร้างเสร็จปี 2572

A Asset เปิดเกมทองหล่อ ปั้นมิกซ์ยูส 1.2 หมื่นล้าน รับตลาดลักชัวรี่ รวม 3 ธุรกิจ “รีเทล-โรงแรม-Branded Residence” คาดก่อสร้างเสร็จปี 2572

A Asset ขยับเกมครั้งใหญ่ในทองหล่อ ปั้นมิกซ์ยูสมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 7 ไร่ รวมรีเทล โรงแรม และ Branded Residence พร้อมพื้นที่สีเขียว 5,000 ตร.ม. เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2570 หลังผ่าน EIA และตั้งเป้าก่อสร้างเสร็จปี 2572


    ก่อนหน้านี้หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวคราวการประกาศแผนการสร้างโครงการมิกซ์ยูสขนาดกว่า 7 ไร่ บนพื้นที่ใจกลางเมืองติด BTS ทองหล่อ มูลค่าโครงการกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีชื่อผู้พัฒนาคือ A Asset

    ชื่อ A Asset อาจไม่คุ้นหูคนไทยมากนัก แต่ อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท หรือ A Asset กล่าวว่า แม้บริษัท A Asset จะก่อตั้งขึ้นในปี 2560 แต่มีประสบการณ์กว่า 30 ปีจากการทำงานด้านวิศวกรรม การพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ในตลาดภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น โครงการขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชนของไทย อาทิ โครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า MRT และงานปรับปรุงสนามบิน 

    ต่อเนื่องไปถึงโครงการต่างๆ ในตลาดต่างประเทศ อย่างญี่ปุ่นหรือเวียดนาม ที่ดำเนินการผ่าน PPSN ซึ่งก่อตั้งในปี 2532 และยังมีการร่วมทุนกับบริษัท BCONS ที่เน้นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และโครงการรูปแบบ township ในเวียดนามเป็นหลัก รวมมูลค่าโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศแล้วกว่า 1.65 แสนล้านบาท 

    อนวัชกล่าวว่า ประสบการณ์ในแต่ละตลาดให้บทเรียนที่แตกต่างกัน ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ทำให้ทีมงานใส่ใจความสำคัญกับรายละเอียด คุณภาพงาน และต้นทุนการดูแลโครงการในระยะยาว ส่วนเวียดนามเป็นประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และการบริหารพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของเมือง

    "บริษัทได้นำองค์ความรู้ต่างๆ จากญี่ปุ่นและเวียดนามมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาโครงการในไทย โดยเน้นให้ความสำคัญนับตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการการออกแบบ งานวิศวกรรม การก่อสร้าง การจัดหาวัสดุ ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์ และการดูแลรักษาโครงการหลังเปิดใช้งาน"​

​


ทองหล่อมีครบ แต่ทุกอย่างกระจายตัว

    อนวัช เล่าว่า ก่อนที่โปรเจ็กต์นี้จะเกิดขึ้น เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาที่ดินที่ใช่จนเจอ และยังต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองขอเช่าที่ดินขนาดกว่า 7 ไร่ จากเจ้าของที่อยู่นานราว 2 ปี โดยพื้นที่แห่งนี้เดิมที คือ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep ที่ย้ายออกไปอยู่สถานที่ใหม่ 

    เหตุผลที่ A Aseet เลือกทองหล่อเป็นทำเลแรก เพราะบริษัทศึกษาทั้งลักษณะการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่และโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ และมองว่าทองหล่อมีองค์ประกอบของย่านไลฟ์สไตล์ครบอยู่แล้ว ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ เวลเนส พื้นที่ทำงาน ที่อยู่อาศัย และกิจกรรมทางสังคม แต่กิจกรรมเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ไม่ได้รวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

    อีกทั้งตลาดที่อยู่อาศัยในทองหล่อยังมีหลายระดับราคา โดยกลุ่ม premium มีราคา 160,000-240,000 บาทต่อตารางเมตร กลุ่ม luxury ประมาณ 250,000-380,000 บาทต่อตารางเมตร กลุ่ม ultra luxury 400,000-500,000 บาทต่อตารางเมตร และ super prime มีราคาสูงตั้งแต่ 500,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งกลุ่มนี้เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มเน้นความสำคัญของผลิตภัณฑ์และแบรนด์เป็นหลัก 

    ดังนั้นโอกาสของการแข่งขันของตลาดระดับบนในกลุ่มลักชัวรี่ จะไม่เน้นอยู่ที่เรื่องของราคาหรือขนาดห้องเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของการใช้ชีวิต โดยเฉพาะความสะดวก ความเป็นส่วนตัว สุขภาวะ และเวลาที่ผู้บริโภคต้องใช้ในการเดินทางหรือทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย

    "จากข้อมูลที่บริษัทได้ศึกษาพบว่า ข้อจำกัดหนึ่งของทองหล่อคือพื้นที่สีเขียวที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงปัญหาที่จอดรถที่กระทบต่อความสะดวกในการใช้ชีวิต บริษัทจึงต่อยอดในเรื่องของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และการใช้ชีวิตแบบ Simple Luxury เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น" อนวัชกล่าวเสริม

​


พัฒนามิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 7 ไร่

    ด้วยโจทย์ดังกล่าว A Asset จึงเลือกพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ มูลค่าโครงการราว 1.2 หมื่นล้านบาท ภายใต้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "SKV 53" ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 

    อาคาร podium สูง 6 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น : ใช้เป็นพื้นที่ส่วนพาณิชย์ ทั้งร้านอาหาร สำนักงาน คอมมูนิตี้มอลล์ เวลเนส เซ็นเตอร์ สวนลอยฟ้า และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ รวมถึงที่จอดรถ 722 คัน สำหรับที่จอดปกติและที่จอดแบบระบบอัตโนมัติ

    ทาวเวอร์ A ซึ่งเป็นส่วนของโรงแรม สูง 39 ชั้น 

    ทาวเวอร์ B ส่วนของคอนโด branded residence สูง 28 ชั้น

    "ข้อจำกัดของย่านทองหล่อ คือ อสังหาฯ แต่ละโครงการมีพื้นที่สีเขียวน้อยมาก เราจึงสร้างพื้นที่สีเขียวให้มีขนาดใหญ่ถึง 5,000 ตร.ม. พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรักสุขภาพ และหวังดึงดูดให้กลุ่มลูกค้าระดับบนเลือกลงทุนกับ branded residence แบบลีสโฮลด์ ระยะเวลา 30+10 ปี สำหรับการปล่อยเช่าระยะยาว 

    "โดยขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขอใบอนุญาต EIA ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้าง คาดว่าไตรมาสแรกปี 2570 เราจะเปิดตัวมิกซ์ยูสแห่งนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จได้ภายในปี 2572" อนวัช กล่าว​

​

​


ภาพ : A Asset




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทุนใหญ่ “A Asset” บุกสุขุมวิท ผุด “SKV53” มิกซ์ยูส 1.2 หมื่นล้าน ติด BTS ทองหล่อ ดึงธรรมชาติ-Wellness เจาะคนเมือง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine