แสนสิริ ปรับเกมรับพิษ LTV ลดคอนโดหันโฟกัสแนวราบ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • แสนสิริ ปรับเกมรับพิษ LTV ลดคอนโดหันโฟกัสแนวราบ

แสนสิริ ปรับเกมรับพิษ LTV ลดคอนโดหันโฟกัสแนวราบ

อรวรรณ หอยจันทร์

แสนสิริ เผยถึงแม้ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาผ่อนปรนมาตรการกำกับสินเชื่อบ้านสัญญาที่สองและสาม โดยเปิดให้กู้ร่วมไม่นับเป็นสัญญาซ้อน แต่ผลกระทบจากมาตรการนี้ ก็ทำให้ตลาดคอนโดชะงักลงและส่งผลให้บริษัทที่เคยพัฒนาคอนโดเป็นสินค้าหลักอย่างแสนสิริ ต้องพับแผนการเปิดตัวไป 4 โครงการในปีนี้

มาตรการกำกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า LTV ซึ่งมาจาก Loan To Value หรือการกำกับสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อตามมูลค่าหลักประกัน ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 โดย ธปท.ให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันการเก็งกำไรและการลงทุนในอสังหาฯ ซึ่งทำให้ราคาอสังหาฯพุ่งสูงกว่าปกติ และหวังว่ามาตรการนี้ จะช่วยเบรกราคาอสังหาฯ ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วลงได้ โดยเฉพาะราคาคอนโดมิเนียม ซึ่งพุ่งขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี

“LTV ไม่ได้เบรกราคาอสังหาฯนะ ผมว่ามันเบรค Supply มากกว่า” อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวหลังงานแถลงข่าวแผนดำเนินงานครึ่งปีหลังของแสนสิริ โดยเขายอมรับว่ามาตรการ LTV ที่ออกมาทำให้ตลาดกลุ่มนักลงทุน (investor) หายไปจากตลาดพอสมควร ประมวลแล้วอาจหายไปถึง 80% ซึ่งตลาดกลุ่มนี้มักลงทุนในการซื้อคอนโดมิเนียม บางคนมีสอง-สามสัญญา เมื่อมีมาตรการว่าสัญญาที่สามขึ้นไปต้องวางดาวน์ 30% ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้หายไป ซึ่งแน่นอนตลาดที่ได้รับผลกระทบคือคอนโดมิเนียม

นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ภาคเกษตร การค้า การส่งออก การท่องเที่ยว ทุกอย่างชะลอตัวทำให้กำลังซื้อในตลาดชะลอตามไปด้วยยิ่งทำให้ตลาดฝืด แสนสิริจึงมีการปรับแผนการลงทุน โดยจากแผนเดิมปี 2562 แสนสิริจะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ 12 โครงการ ได้ตัดสินใจลดลง 4 โครงการ ยังคงเหลือเปิดเพียง 8 โครงการเท่านั้น โดยเปิดให้ครึ่งปีแรก 2 โครงการและอยู่ในแผนที่จะเปิดครึ่งปีหลังอีก 6 โครงการ

แสนสิริ โครงการครึ่งปีหลัง 2019

นักลงทุนหายหันเน้นเรียลดีมานด์

“investor หายไปส่วนหนึ่งยังเหลืออยู่บ้างแต่ไม่มากเหมือนกัน และลูกค้าจีนก็ลดลงจากผลกระทบเงินบาทแข็งค่า เลยทำให้ตลาดคอนโดไม่ดี เราจึงหันมาโฟกัสที่สินค้าแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์แทน” นอกจากปรับลดการเปิดตัวคอนโดแล้ว แสนสิริยังมองหาลูกค้าต่างชาติกลุ่มใหม่ โดยล่าสุดได้ไปเปิด ไลฟ์สไตล์โชว์รูมสิริเฮ้าส์ ที่สิงคโปร์ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าสิงคโปร์เพิ่มขึ้น

อุทัย กล่าวและว่าในแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง แสนสิริจะเปิดตัว 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท โดยชูแนวราบเป็นทัพหน้ารุกตลาดถึง 10 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดเรียลดีมานด์ทั้งหมด และยังตั้งเป้าหมายว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดบ้านเดี่ยวให้ได้ภายใน 3 ปี และจะพัฒนาทาวน์เฮ้าส์เพิ่มด้วยเป้าหมาย ขึ้นผู้นำอันดับ 3 ในตลาดทาวน์เฮ้าส์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้โครงการแนวราบที่จะเปิดเช่น บุราสิริ  “บ้านบรรยากาศรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง ราคา 8-20 ล้านบาท, สราญสิริ บ้านเดี่ยวราคา 5-7 ล้านบาท ที่ออกแบบให้มี Double Volume เป็นลักซ์ชัวรี่สเปซในบ้าน, และสิริเพลส ทาวน์เฮาส์สไตล์ Modern Loft เตรียมเปิดตัว 4 โครงการใหม่ เจาะกลุ่ม Young Gen”

แสนสิริ โครงการแนวราบ

โดยการปรับเกมรุกครั้งนี้นอกจากจะเปิดโครงการแนวราบมากขึ้น แสนสิริ ยังได้เพิ่มทีมบริหารธุรกิจแนวราบ จากเดิมที่มีอยู่ 2 คนเพิ่มเป็น 4 คนเพื่อรุกตลาดอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นการปรับทีมบริหารควบคู่แผนตลาดชัดเจน โดยอุทัย ยอมรับว่าแสนสิริได้ปรับพอร์ตตลาด จากเดิมที่ทำคอนโดประมาณ 50% เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปสัดส่วนตลาดคอนโดอาจลดลงมาเหลือ 40% แต่ก็ยังดูความเป็นไปได้และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ หากเอื้อต่อตลาดคอนโดก็จะกลับมาทำตลาดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม อุทัย ย้ำว่า “ปีนี้เราตั้งเป้าหมายยอดขายของโครงการแนวราบไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท และเป้าหมายการโอนโครงการแนวราบ 1.65 หมื่นล้านบาท” ส่วนคอนโดมิเนียมครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแสนสิริ เปิดตัวเพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 2.59 พันล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 6 โครงการมูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท

BACK TO TOP