อสังหาฯ ปี 65 จ่อฟื้น หันลงทุนบ้านเดี่ยว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • อสังหาฯ ปี 65 จ่อฟื้น หันลงทุนบ้านเดี่ยว

อสังหาฯ ปี 65 จ่อฟื้น หันลงทุนบ้านเดี่ยว

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ คาดตลาด อสังหาฯ ปี 65 ส่อแววฟื้น แนวโน้มราคาขยับเล็กน้อย โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว เห็นสัญญาณการลงทุน ตลาดเช่าเติบโต เปิด 5 ทำเลทอง ย่านกลางเมือง เกาะแนวรถไฟฟ้า แนะผู้ประกอบการเตรียมรับเทรนด์ใหม่หลังโควิด

กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 3.7 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2565  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุมการระบาดของโควิด-19 การเข้ามาของสายพันธุ์ใหม่ การกระจายวัคซีน และยารักษาโรค ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จะมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ

สำหรับแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะขยับได้เล็กน้อยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวที่มีราคาขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นราคาที่ดีสำหรับนักลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ที่ยังมีสต็อกค่อนข้างมาก

“ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุดแล้ว ดัชนีราคาโดยรวมลดลง 14% ถ้าเทียบกับช่วงก่อนโควิด คอนโดมิเนียมลดลง 13% ทาวน์เฮ้าส์ลดลง 2% ส่วนราคาบ้านเดี่ยวปรับเพิ่มขึ้น 10% แสดงให้เห็นถึงดีมานด์สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยว ขณะที่สต็อกโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ซึ่งปีนี้ผู้ประกอบการเร่งเคลียร์สต็อก ทำให้ราคาอสังหาฯเป็นที่สนใจของนักลงทุน” กมลภัทรกล่าว

เห็นสัญญาณลงทุนบ้านเดี่ยว

กมลภัทร กล่าวว่า ผลสำรวจของผู้เข้าชมเวบไซต์ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ร้อยละ 71 ยังต้องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อ และชะลอไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดเช่ากลับมาเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวมีความต้องการเช่าเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 59 โดยระดับราคาที่เติบโตสูง คือตั้งแต่ 20,000 – 30,000 บาท และเห็นแนวโน้มนักลงทุนเข้าไปลงทุนบ้านเดี่ยวให้เช่ามากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่แนวรถไฟฟ้า

สำหรับทำเลยอดนิยมของคนเช่าบ้าน ได้แก่ เขตวัฒนา คลองเตย หัวยขวาง จตุจักร และพระโขนง ขณะที่ทำเลหลัก 5 เขตในกรุงเทพฯ ที่ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ได้แก่ เขตทวีวัฒนา วังทองหลาง บางกอกน้อย ตลิ่งชัน และบางพลัด โดยกลุ่มคอนโดมิเนียม ทำเลที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ สายไหม วังทองหลาง ประเวศ ภาษีเจริญ ปทุมวัน กลุ่มบ้านเดี่ยว ได้แก่ คลองสาน ห้วยขวาง จตุจักร บางพลัด ส่วนทาวน์เฮ้าส์ ได้แก่ เขตคลองสาน ทวีวัฒนา และมีนบุรี

ลุ้นมาตรการ LTV กระตุ้นกำลังซื้อ

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ติดตามผลจากการผ่อนคลายมาตรการ LTV ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน จด จำนอง รวมถึงการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคาร ซึ่งหากแนวโน้มเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว การปล่อยสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคก็เช่นเดียวกัน ขณะที่หากรอกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ อาจจะเห็นความชัดเจนในกลางปี 2565

“การเปิดประเทศ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมามากกว่าที่คิด ถือว่าเป็นสํญญาณที่ดี แต่พอมีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 เราคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 6.5 ล้านคน แต่หากมาถึง 10 ล้านคน จะมีผลต่อเศรษฐกิจขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ภาคอสังหาฯจะได้รับผลดีไปด้วย” ดอนกล่าว

ขณะที่ ภัณณิน สุมนะเศรษฐกุล ผู้อำนวยการด้านการคาดการณ์อนาคต ศูนย์ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า หลังการระบาดของโควิด 19 ได้เห็นถึงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของที่อยู่อาศัย สินค้าและบริการในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. โครงสร้างเมือง ที่ประชาชนยินดีที่จะสูญเสียตัวตน เพื่อทำให้โครงสร้างของเมืองมีความปลอดภัยขึ้น เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ IOT เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันด้านสุขภาพ สุขอนามัยที่ดีขึ้น

2. การหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยี และสังคม เช่น พื้นที่ค้าปลีก สวนสาธารณะ พื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ในเชิงดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งเรื่อง PM 2.5 และ การป้องกันโควิด เช่น เครื่องฟอกอากาศในเมือง และ 3. วิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งวิกฤตโควิดครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบในเชิงอารมณ์ของผู้คนในหลายเจนเนอเรชั่นทั่วโลก ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่เปิดใจรับโรบอตเข้ามาใช้มากขึ้น เจนเนอเรชั่นใหม่ เช่น เจนแซด หรืออัลฟ่า มีความตระหนักถึงวิกฤตครั้งนี้อย่างมาก การออกแบบที่อยู่อาศัยต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาเป็นองค์ประกอบด้วย

อ่านเพิ่มเติม: Penfolds เผยยอดขายโตช่วงโควิด พร้อมเผยแผนปี 2564


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP