พฤกษา ปี 2561 ตั้งเป้าโตทุกมิติ 10-13% เปิดตัวใหม่ 6.67 หมื่นล้าน ใส่เกียร์บุกตลาดกลางถึงบน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • พฤกษา ปี 2561 ตั้งเป้าโตทุกมิติ 10-13% เปิดตัวใหม่ 6.67 หมื่นล้าน ใส่เกียร์บุกตลาดกลางถึงบน

พฤกษา ปี 2561 ตั้งเป้าโตทุกมิติ 10-13% เปิดตัวใหม่ 6.67 หมื่นล้าน ใส่เกียร์บุกตลาดกลางถึงบน

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

พฤกษา ปี 2561 ตั้งเป้าโตทุกมิติ 10-13% วางเป้ายอดขาย 5.4 หมื่นล้านบาท ขยับกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 15% ภายใน 3-4 ปี เปิดตัว 75 โครงการ มูลค่ารวม 6.67 หมื่นล้าน บุกหนักตลาดกลางถึงบน กลุ่มธุรกิจพรีเมียมยิ้มรับยอดขายพุ่ง เตรียมเปิดใหม่อีก 1 หมื่นล้าน

สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2560 ของบริษัท สร้างยอดขายได้ 47,535 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้า 52,900 ล้านบาทที่ตั้งไว้ -11% ส่งผลให้บริษัทมีแบ็กล็อกสะสมรวมทั้งกลุ่มธุรกิจแวลูและพรีเมียม 21,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แผนธุรกิจของปี 2561 บริษัทวางเป้ายอดขายเติบโตจากปีก่อน 13% คิดเป็นมูลค่าราว 53,700 ล้านบาท เป้ารายได้วางไว้ที่ 50,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนกำไรสุทธิปีนี้วางเป้าหมายที่ 13.5% และเป็นเป้าหมายระยะกลางของพฤกษา ต้องการทำกำไรสุทธิให้ได้ 15% ภายใน 3-4 ปี ขณะที่งบซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23% เป็น 16,000 ล้านบาท

ด้านแผนการเปิดตัวโครงการ บริษัทมีแผนเปิดตัว 75 โครงการ มูลค่ารวม 66,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13% โดยแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าทาวน์เฮ้าส์ 44 โครงการ มูลค่ารวม 27,900 ล้านบาท กลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว 18 โครงการ มูลค่ารวม 19,700 ล้านบาท กลุ่มคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นกลุ่มธุรกิจพรีเมียมที่มีทั้งคอนโดฯ และบ้านเดี่ยว รวม 8 โครงการ มูลค่ารวม 11,100 ล้านบาท

โลโก้ใหม่พฤกษา: ใช้รูปใบไม้ 2 ใบซ้อนกัน

สุพัตรากล่าวเสริมว่า ปีนี้บริษัทมีกลยุทธ์สำคัญด้านการสร้างแบรนด์ โดยเริ่มจากปรับรูปลักษณ์โลโก้แบรนด์พฤกษาใหม่ให้เหมาะสมและเป็นเอกลักษณ์ขึ้น และลดแบรนด์ย่อยลง จาก 48 แบรนด์ในอดีตเหลือ 14 แบรนด์ในปัจจุบัน เช่น ภัสสร บ้านพฤกษา พลัมคอนโด แชปเตอร์วัน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ใช้งบในการลงทุนสร้างแบรนด์น้อยลง แต่ยังคงมีความแตกต่างของโครงการมากเพียงพอที่จะตอบสนองคนทุกกลุ่ม

สำหรับความคืบหน้าของ โรงพยาบาลวิมุตติ ปัจจุบันเดินหน้าตอกเข็มก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะสร้างเสร็จภายใน 2 ปี โดยมี นพ.สันติ เอื้อนรเศรษฐ์ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรร่วมดำเนินการ-จัดหาบุคลากร

 

บุกหนักแนวราบ-ตลาดกลางถึงบน

ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปี 2560 มีมูลค่าถึง 4 แสนล้านบาท เติบโต 10.5% จากปีก่อนหน้า โดยมาจากการเติบโตของกลุ่มคอนโดมิเนียมที่มียอดขายเพิ่มถึง 20% รองลงมาคือกลุ่มทาวน์เฮาส์ เติบโต 15%

สำหรับปี 2561 คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาฯ จะเติบโตราว 4.8% ยอดขายทั้งตลาดเพิ่มเป็น 4.2 แสนล้านบาท เชื่อว่าปีนี้กลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์เป็นกุญแจสำคัญของปี จะเติบโตสูงต่อเนื่องราว 8% มูลค่าเพิ่มเป็น 8.26 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดบ้านเดี่ยว-บ้านแฝดจะกลับสู่วัฏจักรขาขึ้นหลังปีก่อนซบเซาลงไป เชื่อว่าจะเติบโตราว 4% มูลค่ารวม 9.53 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หากมองตลาดโครงการแนวราบในแง่กลุ่มราคา เชื่อว่าตลาดระดับกลางถึงบนจะเติบโตได้ดีในปีนี้

ในขณะที่ตลาดอาคารชุดจะชะลอความร้อนแรงลง คาดเติบโตราว 4% มูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท มีตลาดใหญ่ที่ยังเติบโตได้ดีถึง 17% คือตลาดไฮเอนด์กลุ่มราคามากกว่า 7 ล้านบาทต่อยูนิต ด้านกลุ่มราคา 2-5 ล้านบาทจะเติบโตได้ 3-4% ส่วนกลุ่มราคาอื่นๆ เชื่อว่าจะไม่เติบโตหรือติดลบ

ปิยะกล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์ตลาดทำให้ปี 2561 พฤกษาในกลุ่มธุรกิจแวลูจะเน้นการเปิดโครงการแนวราบโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวซึ่งสต๊อกเหลือขายในตลาดเหลือน้อย และเน้นตลาดกลางถึงบนมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องจากกลยุทธ์ของปี 2560 ได้แก่ ทาวน์เฮาส์ราคา 3-5 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวราคา 5-7 ล้านบาทจนถึง 7 ล้านบาทขึ้นไป

 

เปิดคอนโด-บ้านหรูกวาดลูกค้าเศรษฐี

ด้าน ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาฯ ระดับลักชัวรีของไทยปีนี้เชื่อว่ายังคงมีปัจจัยบวก ทั้งจากดอกเบี้ยที่ทรงตัวระดับต่ำส่งผลให้เจ้าของสินทรัพย์ต้องการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ประกอบกับช่วงต้นปีนี้ตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้น ยิ่งทำให้กลุ่มคนสินทรัพย์สูงมีความมั่งคั่ง

กลุ่มธุรกิจพรีเมียมของพฤกษาจับตลาดอสังหาฯ ไฮเอนด์ ได้แก่ บ้านเดี่ยวราคามากกว่า 10 ล้านบาท, ทาวน์เฮาส์ราคามากกว่า 7 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมราคามากกว่า 1.5 แสนบาท/ตร.ม.

สำหรับปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่พฤกษาเริ่มลงทุนในกลุ่มพรีเมียม โดยประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว 5 โครงการแนวสูง มียอดขาย 8,000 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของตลาดพรีเมียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นแบ็กล็อกไปจนถึงปี 2562

ในปี 2561 บริษัทจะยังคงทำตลาดพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง วางแผนเปิดตัว 8 โครงการ รวมมูลค่าราว 1.09-1.11 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 4 โครงการแนวสูงในหลายทำเล เช่น พญาไท ซอยสวนพลู และอีก 4 โครงการแนวราบ ทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ เดอะ ปาล์ม 4 ทำเล ได้แก่ รามคำแหง-วงแหวน กาญจนาภิเษก-ปิ่นเกล้า บางนา-วงแหวน และพหล-วิภาวดี

โดยปีนี้กลุ่มธุรกิจพรีเมียมของพฤกษาจะเริ่มรับรู้รายได้ราว 3,500 ล้านบาท ตั้งเป้าปี 2563 กลุ่มพรีเมียมจะมีรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 16-17% เป็นอย่างน้อย

 

Forbes Facts

สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ เข้ามาร่วมงานกับพฤกษาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ก่อนหน้านั้นเธอเติบโตในสายงานการตลาดกับ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย นานกว่า 2 ทศวรรษ โดยตำแหน่งสูงสุดที่เธอเคยได้รับคือประธานกรรมการบริหารและประธานที่ปรึกษา ยูนิลีเวอร์ นับเป็นหญิงไทยคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ในองค์กรยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ

BACK TO TOP