Peng Xin และ Zhao Lin ว่าที่มหาเศรษฐีชานมไข่มุกสัญชาติจีน Nayuki - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other >
  • Peng Xin และ Zhao Lin ว่าที่มหาเศรษฐีชานมไข่มุกสัญชาติจีน Nayuki

Peng Xin และ Zhao Lin ว่าที่มหาเศรษฐีชานมไข่มุกสัญชาติจีน Nayuki

Peng Xin และ Zhao Lin คู่สามีภรรยาที่อยู่เบื้องหลังร้านชานมไข่มุกสัญชาติจีน Nayuki เตรียมก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐี หลังนำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

Peng Xin Zhao Lin

Peng Xin และ Zhao Lin ร่วมก่อตั้ง Nayuki เชนเครื่องดื่มในมณฑลเซินเจิ้นในปี 2014 และถือครองหุ้นในบริษัทรายละอย่างน้อย 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 

หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน ระบุว่า บริษัทมีความตั้งใจที่จะระดมทุนให้ได้มากถึง 656 ล้านเหรียญ ด้วยการขาย 257.3 ล้านหุ้นที่ราคาหุ้นละ 17.2 ถึง 19.8 เหรียญฮ่องกง ขณะที่ยอดเสนอขายปลีกในปัจจุบันมียอดจองเกินกว่า 190 เท่า ทั้งยังสามารถดึงดูดนักลงทุนหลัก 5 ราย อาทิเช่น UBS Asset Management, China Southern Asset Management และ GF Fund Management

Nayuki หรือที่รู้จักในภาษาจีนว่า Naixue’s Tea วางแผนที่จะใช้เงินที่ได้รับไปปรับปรุงซัพพลายเชนและเปิดร้านค้ามากกว่า 600 แห่งในจีนในปีนี้และปีหน้า เพื่อตอบรับอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่กำลังมองหาเครื่องดื่มชาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมักจะผสมผสานส่วนผสม เช่น ผลไม้สดและท็อปปิ้งชีสกับชาแบบดั้งเดิม ตลอดจนขนมอบสดใหม่ อาทิ ขนมปัง เค้ก และของหวานอื่นๆ

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Nayuki ได้นำเสนอเครื่องดื่มใหม่ในเมนูทุกสัปดาห์ ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมที่รวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถดึงดูดผู้บริโภคได้มากขึ้นในตลาดชาที่มีการแข่งขันสูงของจีน 

โดยร้านค้าแต่ละแห่งซึ่งมีขนาดเฉลี่ย 180 ถึง 350 ตารางเมตร มักพบได้ตามสถานที่ระดับพรีเมียมในเมืองชั้นนำของจีน เปิดให้ผู้บริโภคสามารถนั่งจิบชาและเลือกซื้อสินค้าขายดีอย่าง Supreme Cheese Strawberry Tea, Supreme Orange Tea และ Supreme Cheese Grape Tea ในราคาเฉลี่ย 4 เหรียญ ซึ่งเป็นชานมไข่มุกระดับพรีเมียมในตลาด ขณะที่ร้านค้าปลีกในจีนมักจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 1.6 เหรียญ

Peng Xin Zhao Lin

Nayuki ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำชาสมัยใหม่ระดับพรีเมียมร้อยละ 18.9 ของจีน ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 4 เท่าเป็น 9.7 พันล้านเหรียญภายในปี 2025 จากการประเมินของ CIC 

ขณะที่คู่แข่งอันดับต้นๆ ในตลาดเป็นที่รู้จักภายใต้แบรนด์ Hey Tea ซึ่งเป็นเชนธุรกิจในเซินเจิ้นของ Neo Nie ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

“โดยรวมแล้ว แม้ว่า Nayuki จะไม่ใช่ผู้นำในอุตสาหกรรม แต่ก็มีธุรกิจของตัวเองอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง” Zhen Zhou Toh นักวิเคราะห์จาก Aequitas Research เขียนในบันทึกย่อที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มการวิจัย Smartkarma “ความจริงที่ว่า บริษัทสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์เพียงแบรนด์เดียวที่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดควบคู่ไปกับ Hey Tea เป็นความพยายามที่น่ายกย่อง”

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทจะต้องปิดร้านเกือบ 500 แห่งในจีนจากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 แต่ Peng และ Zhao ยังสามารถทำยอดขายได้ 445 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากปีก่อนหน้า แต่ในอีกด้านหนึ่งผลขาดทุนสุทธิของ Nayuki กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็น 31.5 ล้านเหรียญจาก 6.2 ล้านเหรียญในปี 2019 ซึ่งทางบริษัทระบุว่าเป็นผลมาจากการปิดร้านค้าและการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิ สินเชื่อและตั๋วแลกเงิน

จากการรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า Peng ผู้จัดการทั่วไปวัย 33 ปี พบกับ Zhao ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวัย 44 ปี ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำในปี 2013 และแต่งงานกันภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะเปิดร้าน Nayuki แห่งแรกในศูนย์กลางเทคโนโลยีที่มณฑลเซินเจิ้นในปีถัดมา

ปัจจุบัน Peng รับผิดชอบด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะที่ Zhao ดูแลด้านการจัดการและกลยุทธ์

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Chinese Husband-And-Wife Duo To Become Billionaires On Bubble Tea Chain’s IPO เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Anne Wojcicki มหาเศรษฐีหน้าใหม่จาก 23andMe บริษัทวิจัยพันธุกรรม

BACK TO TOP