Move on ช้า ช้า... เศรษฐกิจไทยหลังคลาย "มาตรการล็อคดาวน์" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • Move on ช้า ช้า… เศรษฐกิจไทยหลังคลาย “มาตรการล็อคดาวน์”

Move on ช้า ช้า… เศรษฐกิจไทยหลังคลาย “มาตรการล็อคดาวน์”

Forbes Thailand / Admin
01 Jun 2020 | 2:38 pm 1918

EIC ชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทยบางส่วนเริ่มกลับมาหลังการผ่อนคลาย มาตรการล็อคดาวน์ แต่ยังเป็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และยังซบเซากว่าช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 ค่อนข้างมาก

มาตรการล็อคดาวน์ ที่ถูกนำมาใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และทำให้เศรษฐกิจหลายส่วนหยุดชะงักไปนั้น ได้เริ่มทยอยผ่อนคลายลงหลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐได้มีการผ่อนคลายในระยะที่หนึ่งไปเมื่อวันที่ 3 .. และระยะที่สองเมื่อวันที่ 17 .. เพื่อให้กิจการหลายประเภทสามารถกลับมาให้บริการอีกครั้ง

EIC พบว่า หลังการผ่อนคลายนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนได้เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางออกนอกบ้านที่มีเพิ่มมากขึ้น (ข้อมูลจาก COVID-19 Community Mobility Report ของ Google) การเริ่มเปิดให้บริการของธุรกิจทั้งห้างร้านและโรงแรม (ข้อมูลจากเว็บไซต์ ไทยชนะ.com และ TripAdvisor.com)

รวมไปถึงการเริ่มกลับมาประกาศจ้างงานของหลายๆ ธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค (ข้อมูลจากเว็บไซต์ JobsDB.com) โดยรายละเอียดของแต่ละชุดข้อมูลมีดังนี้

ข้อมูล Community Mobility Reports ของ Google บ่งชี้คนเดินทางออกนอกบ้านมากขึ้นหลังคลายล็อคดาวน์

Google เปิดเผยข้อมูลการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ของคนในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเดินทางออกนอกบ้านของคนไทยได้ลดลงอย่างมากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 สูง และยังมีการบังคับใช้มาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวด เช่น การเดินทางไปยังสถานีขนส่ง (transit station) ลดลงเกือบ -70% หรือการเดินทางไปยังสถานที่ประเภทพื้นที่ค้าปลีกและสันทนาการ (retail & recreation) เช่น ห้างสรรพสินค้าที่ลดลงกว่า -50% ในช่วงประมาณต้นเดือน เม.. เทียบกับปริมาณการเดินทางในช่วงต้นปี

แต่หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดต่ำลง ประกอบกับมาตรการล็อคดาวน์เริ่มผ่อนคลาย การเดินทางออกนอกบ้านไปยังสถานที่ต่างๆ จึงเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลล่าสุดในช่วงกลางเดือน .. กิจกรรมการเดินทางในภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตัวเลขช่วงต้นปี โดยมีเพียงการเดินทางไปยังสถานที่ประเภทร้านค้าและร้านขายยา (grocery & pharmacy) เท่านั้นที่กลับมาเท่าช่วงก่อนล็อกดาวน์ ขณะที่การเดินทางออกจากบ้านไปยังสถานที่ต่างๆ ยังคงลดลงเฉลี่ย -22.8% ถึง -39.5%

ข้อมูล ไทยชนะ.com และ TripAdvisor.com สะท้อนการเริ่มกลับมาดำเนินการให้บริการของหลายธุรกิจ

EIC ทำการเก็บข้อมูลจำนวนกิจการที่ลงทะเบียนจากการเชื่อมต่อ Application Program Interface (API) กับเว็บไซต์ไทยชนะ.com ในกรุงเทพมหานครและอีก 12 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ พบว่าจำนวนกิจการที่ให้บริการในพื้นที่ดังกล่าวมีการลงทะเบียนรวมในวันที่ 27 .. อยู่ที่ 70,425 กิจการ เพิ่มขึ้นจาก 40,537 กิจการในวันที่ 20 ..ซึ่งบ่งชี้การเปิดให้บริการที่มากขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าว EIC มีข้อสังเกตว่าจำนวนร้านค้าในห้างสรรพสินค้าในช่วงแรกหลังเริ่มคลายล็อคดาวน์จะมีสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยในวันที่ 20 .. มีจำนวนถึง 26,450 ร้านค้า คิดเป็นสัดส่วน 65.2% ของจำนวนการลงทะเบียนทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว สะท้อนถึงการที่ห้างสรรพสินค้าต่างๆ มีการเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดให้บริการ

อย่างไรก็ดี ร้านค้าประเภทอื่นๆ ก็ได้ทยอยเปิดให้บริการตามมาด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านที่สูงกว่าอย่างชัดเจนในสัปดาห์ถัดมา โดยมีการเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ร้านค้าในห้างฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้นที่ 31.0% ในช่วงเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการที่กิจการโดยทั่วไปเริ่มมีการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติในการให้บริการในสภาวะ new normal กันมากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลห้องพักที่เปิดให้จองออนไลน์บนเว็บไซต์ TripAdvisor.com ที่เคยมีจำนวนลดลงไปสูงสุดถึง -52.1 เมื่อเทียบกับจำนวนในช่วงเริ่มต้นของล็อคดาวน์ ก็เริ่มกลับมามีจำนวนข้อมูลเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นลบที่น้อยลงเหลือ -27.1 วันที่ 28 .. สะท้อนการกลับมาเปิดกิจการของโรงแรม

นำโดยกลุ่มโรงแรม 3 ดาวลงไป และโฮสเทล (budget) ขณะที่โรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาว (luxury) ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการพึ่งพาลูกค้าต่างชาติที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ

ข้อมูล JobsDB.com แสดงการฟื้นตัวของการเปิดรับสมัครงานในธุรกิจท่องเที่ยวและ consumer retail ที่เริ่มกลับมาดำเนินการ

EIC ทำการ web scraping ข้อมูลจากเว็บไซต์ JobsDB.com ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงสัปดาห์ล่าสุดของข้อมูล (วันที่ 21-27 ..) จำนวนประกาศรับสมัครงานรวมเพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับจำนวนในสัปดาห์ก่อนคลายล็อคดาวน์ระยะที่หนึ่ง (วันที่ 26 เม..-2 ..) และเป็นการเพิ่มขึ้นในหลายประเภทธุรกิจโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และ consumer retail เช่น เสื้อผ้า ค้าปลีก ที่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ สอดคล้องกับการกลับมาดำเนินการของธุรกิจเหล่านี้หลังจากที่ถูกจำกัดจากมาตรการล็อคดาวน์

อย่างไรก็ดี จำนวนประกาศรับสมัครงานโดยเฉลี่ยในปัจจุบันในภาพรวมยังต่ำกว่าระดับในช่วงเริ่มมาตรการล็อคดาวน์ (วันที่ 21-27 มี..) อยู่ถึง -25.4%

แม้จะเริ่มฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายล็อคดาวน์ แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า EIC คาดว่าจะใช้เวลานานในการกลับไปสู่จุดเดิม

โดยยังต้องเฝ้าระวังการระบาดระลอกที่สอง กิจกรรมต่างๆ ตามข้อมูลข้างต้นทั้งการเดินทางออกนอกบ้าน การให้บริการของห้างร้านและโรงแรม และการเปิดรับสมัครงานออนไลน์ยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤตค่อนข้างมาก แม้จะฟื้นตัวมาบ้างในระยะหลัง

และเนื่องจากการดำเนินไปของกิจกรรมต่างๆ ในช่วงหลังจากนี้มีแนวโน้มจะต่างไปจากเดิม เช่น การทำงานที่บ้านผ่านระบบออนไลน์มีสัดส่วนมากขึ้น การให้บริการแก่ลูกค้าในพื้นที่ค้าปลีก ร้านอาหารและโรงแรม มีการจำกัดจำนวนและระยะห่างมากขึ้น ประกอบกับในฝั่งของผู้บริโภคเองก็ยังมีอุปสรรคจากทั้งกำลังซื้อที่ลดลงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังทำได้ยาก

ด้วยเหตุนี้ EIC จึงมองว่า หลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะส่วนที่ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะยังต้องใช้เวลานานก่อนจะฟื้นกลับไปยังจุดเดิม ทั้งนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญคือ การเฝ้าระวังการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่สอง ที่หากเกิดขึ้นจะนำไปสู่การกลับมาของมาตรการล็อคดาวน์ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วทรุดตัวลงมากกว่าเดิม

 

 


ไม่พลาดบทความด้านธุรกิจ ติดตามได้ที่ Facebook: Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP