Forest for Life โปรเจกต์ 25 ล้านบาท เพื่อบรรเทาทุกข์จากโควิด-19 และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สาธารณะ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • Forest for Life โปรเจกต์ 25 ล้านบาท เพื่อบรรเทาทุกข์จากโควิด-19 และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สาธารณะ

Forest for Life โปรเจกต์ 25 ล้านบาท เพื่อบรรเทาทุกข์จากโควิด-19 และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สาธารณะ

กนกวรรณ มากเมฆ

ปณิธานอันแรงกล้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์หัวใจสีเขียว The Forestias by MQDC เป็นแรงผลักดันสู่โครงการ “Forest for Life” บรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนจากโควิด-19 พร้อมเพิ่มพื้นที่ป่าให้เมืองไทย

เพราะการพัฒนาเมืองทำให้พื้นที่ป่าหายไป แล้วจะทำอย่างไรให้ระบบนิเวศและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ กลับคืนมาคือแนวคิดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่าง MQDC ที่ต้องการสร้างเมือง พร้อมๆ กับระบบนิเวศที่ยั่งยืน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นองค์กรแห่งนี้นำแนวคิดดังกล่าวมาผสานกับความต้องการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 เกิดเป็นโครงการ “Forest for Life สร้างป่า สร้างชีวิต

คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC กล่าวว่า MQDC เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีปรัชญาคือพัฒนาโครงการคู่กับสิ่งแวดล้อม

เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้น เราก็มาคิดว่าจะช่วยเหลือสังคมได้อย่างไรโดยที่ไม่ลืมปรัชญาของตัวเอง จึงเห็นโอกาสที่ The Forestias by MQDC ที่เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวคิดในการสร้างเมืองคู่ป่า จะได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ มูลนิธิพุทธรักษา และเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นโครงการที่ได้รับประโยชน์ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ MQDC ได้ช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนไปแล้วหลายโครงการ อาทิ การจัดหาถุงยังชีพอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตให้ผู้ประสบความเดือดร้อน, การสมทบทุนกองทุนนวัตกรรมเพื่อผลิตหุ่นยนต์ Pinto, โครงการถวายภัตตาหารพระสงฆ์ในช่วงที่ไม่ได้บิณฑบาต เป็นต้น

กล้าไม้ที่มอบให้ชุมชนวัดทุ่งเหียง โดยชุมชนใช้พื้นที่ส่วนกลางสร้างโรงเรือนดุแลกล้าไม้ขึ้นมา

สำหรับโครงการ Forest for Life สร้างป่าสร้างชีวิต เป็นโครงการที่จะมอบกล้าไม้ให้กับครอบครัวในชุมชนที่เข้าร่วม นำไปดูแลอนุบาลให้เติบโตขึ้น เป็นระยะเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือนโดยประมาณ โดยจะมีเงินช่วยเหลือให้ 5,000 บาทต่อครอบครัว ซึ่งแบ่งมอบเป็น 3 งวด รวม 15,000 บาท

จากนั้นกล้าไม้จะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับหน่วยงานราชการ เช่น กองสาธารณะ กรุงเทพมหานคร สำหรับสร้างเสริมพื้นที่สีเขียว หรือนำไปร่วมโครงการแจกกล้าไม้คนเมือง บางส่วนนำมาใช้กับโครงการของ The Forestias แจกจ่ายประชาชนทั่วไป หรือชุมชนที่รับต้นกล้าไปดูแลต้องการพื้นที่สีเขียวก็จะมอบให้ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

(ซ้าย) คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ และ (ขวา) กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์

ด้าน กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส โครงการ The Forestias by MQDC กล่าวว่า โครงการ The Forestias by MQDC เป็นอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกของโลกที่มนุษย์เราสามารถอยู่อาศัยได้จริงท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติ ที่ที่เราจะมีต้นไม้ สัตว์ อาศัยอยู่รวมกัน ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและเอื้อประโยขน์ต่อการใช้ชีวิต โดยคนทุกวัยทุกเจเนอเรชั่น สามารถอยู่และร่วมกันทำกิจกรรมได้อย่างมีความสุขแบบยั่งยืน

การเปิดโครงการสร้างป่า สร้างชีวิต ในครั้งนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ขยายแนวคิดในการสร้างพื้นที่สีเขียวนี้ออกไปสู่สาธารณะมากขึ้น ต้นไม้จากโครงการนี้บางส่วน จะนำมาปลูกต่อไปในป่าของโครงการ   The Forestias by MQDC ที่บางนากิโลเมตรที่ 7 ซึ่งถือว่าเป็นป่าที่แท้จริงใจกลางเมือง

ทั้งนี้ กล้าไม้ที่ใช้ในโครงการสร้างป่า สร้างชีวิต มีจำนวน 1.2 ล้านต้น  โดย MQDC ซื้อมาจากชุมชนที่เป็นเครือข่ายเพาะกล้าของทางกรมป่าไม้ ซึ่งทำการเพาะกล้าเพื่อจำหน่ายเป็นการสร้างรายได้  ทำให้ชุมชนเพาะกล้าเหล่านั้นได้รับเม็ดเงินค่ากล้าไม้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกจะมอบกล้าไม้ 6 แสนต้น ให้กับ 500 ครัวเรือน และอีกครึ่งหนึ่งจะอยู่ในเฟสที่ 2 รวมทั้งสิ้นโครงการนี้จะมอบกล้าไม้ทั้งหมด 1.2 ล้านต้น ช่วยเหลือชุมชน 1,000 ครัวเรือน

สำหรับชุมชนแรกที่ MQDC นำร่องมอบกล้าไม้ให้ ได้แก่ ชุมชนวัดทุ่งเหียง .หมอนนาง .พนัสนิคม .ชลบุรี จำนวน 26 ครัวเรือน ซึ่งพบว่าบางครอบครัวประสบปัญหา ตกงาน ทำให้ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ การเข้ามาร่วมโครงการนี้จึงช่วยทำให้ชุมชนมีรายได้พอเลี้ยงชีพในช่วงเวลา 3 เดือน โดยชุมชนใช้พื้นที่ส่วนกลางของชุมชนที่ใกล้กับวัด สร้างเป็นแปลงดูแลกล้าไม้ร่วมกัน

บรรยากาศชาวชุมชนวัดทุ่งเหียง 26 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มารับกล้าไม้ที่วัด

กล้าไม้พันธุ์ต่างๆ ที่นำมาให้ชุมชนได้ดูแลนั้น แบ่งเป็น พันธุ์ไม้ประเภทไม้ป่าไม่พุ่มซึ่งจะรวมไม้มีค่าอยู่ด้วย เช่น ไม้สัก มะค่าโมง ประดู่ป่า ตะเทียนทอง มะฮอกกานี ชิงชัน แคนา พะยูง

และยังมีพืชสวนครัวที่ดูแลง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งสะดวกในการดูแล มีศัตรูพืชน้อย สามารถนำมาบริโภคในครัวเรือนช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และหากมีเหลือพอชุมชนสามารถนำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้อีกทาง ซึ่งการเลือกต้นไม้มาปลูกนี้ จะได้ประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน เป็นการพัฒนาทักษะอาชีพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ขณะที่ ดร.วิทย์ สุนทรนันท์ รองประธานมูลนิธิพุทธรักษา ซึ่งมีส่วนร่วมในการคัดเลือกชุมชนเพื่อเข้าโครงการ กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบให้หลายคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โจทย์ของเราคือช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดแคลน บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมๆ กับสร้างพื้นที่ป่า

(จากซ้าย) กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์, ดร.วิทย์ สุนทรนันท์, อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และ คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์

อย่างไรก็ตาม นอกจากกล้าไม้มีค่าที่มอบให้กับชาวบ้าน ยังมีพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นประโยชน์กับชาวบ้านที่สามารถนำทักษะนี้ไปใช้ต่อยอดได้ดร.วิทย์ กล่าว

นอกจากชุมชนวัดทุ่งเหียงที่จะร่วมโครงการช่วงแรกประมาณ 26 ครัวเรือน มีชุมชนที่แจ้งความจำนงมา คือชุมชนบ้านอำเภอ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมอีกจำนวน 120 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังเตรียมขยายไปยังพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย ซึ่ง ปัจจุบันได้ประสานกับทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินการจัดหาชุมชน และกลุ่มคนไร้บ้านเพื่อเข้าร่วมโครงการอีกด้วย

 

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP