Fast Retailing เผยผลประกอบการของกลุ่มบริษัทลดลง แม้ยอดขายในจีนจะเพิ่มสูงขึ้น - Forbes Thailand

Fast Retailing เผยผลประกอบการของกลุ่มบริษัทลดลง แม้ยอดขายในจีนจะเพิ่มสูงขึ้น

FORBES THAILAND / ADMIN
20 Jan 2021 | 06:30 PM
READ 348

Fast Retailing ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นจากญี่ปุ่น และบริษัทแม่ของ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดว่า รายได้ของกลุ่มธุรกิจ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2020 อยู่ที่ 5.96 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงร้อยละ 0.6 ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวลงร้อยละ 0.7 อยู่ที่ 677 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี อัตรากำไรจากการดำเนินงานกลับมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ราวร้อยละ 23.3 อยู่ที่ 1.08 พันล้านเหรียญ ซึ่งได้รับอานิสงส์มาจากยอดขายในญี่ปุ่นและจีน

[caption id="attachment_40485" align="alignnone" width="650"]Fast Retailing Tadashi Yanai ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Fast Retailing[/caption]

แม้ในระยะแรกที่เกิดวิกฤตโรคระบาด  ร้านค้ากว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 738 แห่งในจีนของกลุ่มบริษัท Fast Retailing จำเป็นต้องปิดทำการจนกระทั่งถึงเดือนเมษายน 2020 แต่ปรากฎว่ายอดขายทางออนไลน์กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด ครองสถิติแบรนด์ที่ขายดีที่สุดในแคมเปญวันคนโสดของของ Tmall เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์จากประเทศจีน ติดต่อกันเป็นปีที่ 5

และในโอกาสฉลอง 20 ปีแบรนด์  Uniqlo ยอดขายทางออนไลน์ของบริษัทก็เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 48.5 หรือราวร้อยละ 14.5 ของยอดขายทั้งหมด อันเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าประเภทสวมใส่สบายและคุณภาพดีที่เพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น การผสมผสาน “เทคโนโลยี Heattech” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเสื้อผ้าที่เพิ่มความอบอุ่นทว่าบางเบา เป็นต้น

“ปัจจุบัน ลูกค้าจำนวนมากนึกถึงแบรนด์ Uniqlo เป็นอันดับแรกเมื่อต้องการที่จะซื้อเสื้อผ้า ด้วยเหตุผลนี้เองจึงส่งผลต่อรายได้ของบริษัทที่เพิ่มสูงขึ้น” Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าว

นอกจากธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นจะพยายามปรับตัวสู่คอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า ‘LifeWear’ มาโดยตลอด โดยการออกสินค้าที่สอดรับกับการทำงานจากที่บ้านให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับการปรับกลยุทธ์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในที่นี้ Tadashi Yanai ซีอีโอ Fast Retailing กล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เราหันกลับมาพิจารณารูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น” พร้อมเสริมว่า “แม้แต่การให้คุณค่ากับเสื้อผ้าก็เปลี่ยนแปลงไป จากการสวมใส่เพื่อความสวยงามหรือการบอกสถานะทางสังคม ก็แปรเปลี่ยนไปสู่การสวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาสมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในหลายไตรมาสที่ผ่านมา ผลประกอบการของ Fast Retailing มีทั้งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและลดลงมาโดยตลอด ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดหน้าร้านในช่วงโควิด-19  โดยปัจจุบัน ทางบริษัทมีร้านค้าทั้งหมด 3,600 สาขา กระจายอยู่ใน 26 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ซึ่งนอกจากแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Uniqlo แล้วก็ยังมี Theory, Helmut Lang และ J Brand อยู่ในพอร์ตฟอลิโอเช่นกัน

ทั้งนี้ จากการพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐ ประกอบกับการปิดสาขากว่าครึ่งตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2020 จนกระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ สะท้อนให้เห็นได้ว่าอาจนำมาซึ่งการขาดทุนมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เป็นจำนวนมาก

และล่าสุด ในเดือนมกราคม 2021 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นของโควิด-19  หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุบสถิติเป็นเกือบ 8,000 คนต่อวัน ท่ามกลางการยืนยันว่าสามารถเดินหน้าจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ตามกำหนด 

โดยในที่นี้ Fast Retailings ประเมินว่าผลประกอบการใช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มว่าจะลดลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ในทำนองเดียวกันก็อาจได้รับอานิสงส์จากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมคาดว่าหากการอนุมัติวัคซีนต้นโควิด-19 ดำเนินไปได้ด้วยดี ธุรกิจหน้าร้านก็อาจกลับมาเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง Uniqlo ก็กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมที่จะกลับมาเปิดสาขาแห่งใหม่เร็วๆ นี้เช่นกัน

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Japan’s Richest Person Sees Wealth Cross $41 Billion As Fashion Sales Rebound In Japan And China เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: 10 อันดับมหาเศรษฐีญี่ปุ่น ที่ร่ำรวยที่สุดประจำปี 2020