BBGI ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือ เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจด้วยเทคโนโลยีชีววิทยาขั้นสูง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • BBGI ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือ เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจด้วยเทคโนโลยีชีววิทยาขั้นสูง

BBGI ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือ เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจด้วยเทคโนโลยีชีววิทยาขั้นสูง

Forbes Thailand / Admin
02 Aug 2022 | 4:38 pm 152

บีบีจีไอ เปลี่ยนชื่อและตราสัญลักษณ์ของบริษัทในเครือ เพื่อตอบโจทย์การพลิกโฉมภาพลักษณ์จากผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพชั้นนำของประเทศ สู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงเป็นตัวชูโรง

กิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) เปิดเผยว่า บีบีจีไอ ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมายของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการก้าวต่อไปจากรากฐานที่มั่นคงในการเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพชั้นนำของประเทศ

มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Biotechnology ซึ่งจะต่อยอดพื้นฐานความรู้ด้าน Biotechnology มาต่อยอดธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงต่อไป โดยนอกจากจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์แล้ว การปรับเปลี่ยนชื่อและตราสัญลักษณ์ของบริษัทในเครือให้มีความสอดคล้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยสร้างการจดจำที่ง่ายยิ่งขึ้น

โดยบริษัทในเครือของบีบีจีไอ ที่จะมีการปรับเปลี่ยนชื่อและตราสัญลักษณ์ประกอบไปด้วย

1.บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บีบีจีไอ ไบโอเอทานอล จำกัด (มหาชน) และมีการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ตามภาพที่แนบด้านบน

2.บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บีบีจีไอ ไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด และมีการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ตามภาพที่แนบด้านบน

3.บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด และมีการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ตามภาพที่แนบด้านบน

4.บริษัท บีบีจีไอ ยูทิลิตี้ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด มีการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ตามภาพที่แนบด้านบน

โดยในปีนี้บีบีจีไอ ได้เริ่มต่อยอดผลิตภัณฑ์ชีวภาพประเภทเชื้อเพลิงของบริษัทฯ ไปเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น โครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ ร่วมกับ บางจาก และธนโชคออยไลท์ รวมไปถึงโครงการพัฒนาและผลิตน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพร่วมกับ SCGC และQTC

ในส่วนของการต่อยอดธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงที่ส่งเสริมสุขภาพ (High value bio-based products for health and well-being) บีบีจีไอได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ไบโอม จำกัด บริษัท Spin Off จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการต่อยอดมูลค่างานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

นอกจากนั้นบีบีจีไอยังได้จัดตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศสิงคโปร์ภายใต้ชื่อ บริษัท วิน อินกรีเดียนส์ สิงคโปร์ ไพรเวท  ลิมิเต็ด (WIN Ingredients Singapore Pte. Ltd.) เพื่อดำเนินธุรกิจการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการค้า และล่าสุด Reb M ผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานจากหญ้าหวาน ที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Advanced Biotechnology ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้วในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดย บริษัท วิน อินกรีเดียนส์ จำกัด (WIN) จะเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Reb M ในประเทศไทยต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: “วัฒนธรรมองค์กร” คือเกราะคุ้มภัยที่ยั่งยืนในโลกยุคใหม่จริงหรือ?


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP