“เจ้าสัว” โอดต้นทุนพุ่ง ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ชิงตลาด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “เจ้าสัว” โอดต้นทุนพุ่ง ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ชิงตลาด

“เจ้าสัว” โอดต้นทุนพุ่ง ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ชิงตลาด

เตียหงี่เฮียง ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘เจ้าสัว’ โอดต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม 60 – 70% กัดฟันขึ้นราคา ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ “ข้าวตังมินิ” ชิงตลาดขนมขบเคี้ยว 4 หมื่นล้านบาท เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเร่งเครื่องบุกตลาดส่งออก ตั้งเป้าปีนี้โต 20%

บริษัท เตียหงี่เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปมากว่า 60 ปี ได้ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ในปี 2563 ภายใต้การบริหารงานของทายาทรุ่นที่ 3 เพื่อปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ “เจ้าสัว” ให้ทันสมัย เจาะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเข้าสู่ตลาดขนมขบเคี้ยว มูลค่า 40,000 ล้านบาทในประเทศ โดยปีนี้พร้อมรุกตลาดอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

ณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เตียหงี่เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด เปิดเผยว่า ในผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 60 – 70% ซึ่งนอกจากต้นทุนวัตถุดิบ คือเนื้อหมูแล้ว ยังรวมถึงผลกระทบจากค่าขนส่ง ราคาน้ำมันเช่นเดียวกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภค-บริโภครายอื่นๆ โดยบริษัทเน้นกลยุทธ์การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ยังต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ให้กระทบกับผู้บริโภคน้อยที่สุด

สำหรับกลยุทธ์หลักในปีนี้ยังคงให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก คือ 1. มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม สอดรับกับพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม 2. การขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดขนมขบเคี้ยว ซึ่งมีมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาทในประเทศไทย โดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “เจ้าสัวข้าวตังมินิ” 3. การขยายธุรกิจส่งออก ได้แก่ CLMV, ฮ่องกง, จีน, ยุโรป, ออสเตรเลีย และอเมริกา และ 4. การปรับองค์กรให้คล่องตัวและเพิ่มความสามารถด้านนวัตกรรม

“ปัจจุบัน เจ้าสัวเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์โลคอล สแน็ก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีทั้งมีแบรนด์ และไม่มีแบรนด์ แต่วันนี้เราจะเข้าสู่ตลาดใหม่ ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว ในช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม ค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่กำลังเติบโต โดยคาดว่าภายใน 3 – 5 ปี จะมีส่วนแบ่ง 5% ในตลาดขนมขบเคี้ยว มูลค่า 40,000 ล้านบาทในประเทศไทย” ณภัทรกล่าว

พร้อมตั้งงบการตลาดในปีนี้ รวม 60 ล้านบาท มุ่งกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ สื่อโฆษณากลางแจ้ง และช่องทางต่างๆ แบบครบวงจร เพื่อสื่อสารไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยยังคงใช้พรีเซนเตอร์ครอบครัวของ แมทธิว – ลิเดีย เพื่อสื่อถึงแบรนด์เจ้าสัวที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทุกคนในครอบครัว และเน้นกระจายสินค้าให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์เจ้าสัวมินิจะผลักดันการเติบโตให้บริษัทถึง 20%

ณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เตียหงี่เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด

เร่งเครื่องตลาดส่งออก

ณภัทร กล่าวว่า บริษัทฯจะมุ่งขยายตลาดส่งออกมากขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ข้าวตังหมูหยอง ภายใต้แบรนด์เจ้าสัว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอยู่แล้ว ขณะที่ตลาดยุโรป และสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เจ้าสัว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าจากข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งนอกจากจะส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวตังแล้ว บริษัทยังมีสินค้าในกลุ่มธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารและของว่างเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันมีประมาณ 5 รายการ จะพัฒนาเพิ่มสินค้าใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อทำตลาดส่งออกใน 1- 2 ปีข้างหน้า

สำหรับตลาดของฝาก ที่มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เจ้าสัวในปั้มน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี 80 สาขา คาดว่าในปีนี้จะกลับมาดีขึ้น หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้มีการปิดสาขาไปจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ร้านค้าแบรนด์เจ้าสัวในปั้มน้ำมัน ถือเป็นอีกช่องทางหลักที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น

ปัจจุบัน แบรนด์ “เจ้าสัว” มีสินค้า 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์อร่อยรองท้อง (ข้าวตังหมูหยองแบบดั้งเดิม) 2. ผลิตภัณฑ์เคี้ยวเพลิน ข้าวตังมินิ และหมูแท่ง 3. อาหารพร้อมทาน เช่น หมูหยอง 4. อาหารพร้อมปรุง เช่น กุนเชียง และ 5. ของฝาก ซึ่งในอนาคตคาดว่าสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวจะมีสัดส่วน 60 – 70% ของยอดขายรวม

อ่านเพิ่มเติม: “กรุงศรี ออโต้” เผยกลยุทธ์ปี 2565 ดันยอดสินเชื่อใหม่โต 11%


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP