มนต์สมคิด กระตุ้นภาคอสังหาฯ สร้างแรงเหวี่ยงเศรษฐกิจไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • มนต์สมคิด กระตุ้นภาคอสังหาฯ สร้างแรงเหวี่ยงเศรษฐกิจไทย

มนต์สมคิด กระตุ้นภาคอสังหาฯ สร้างแรงเหวี่ยงเศรษฐกิจไทย

กัมปนาท กาญจนาคาร

ย้อนไป 2 ปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวตั้งและแนวราบเปิดตัวโครงการทั่วกรุงเทพฯ โครงการคอนโดมิเนียมที่มีจำนวนกว่า 150,000 ยูนิต เปิดตัวใหม่ระหว่าง 2013-2014 โดยมียูนิตขายที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ถึง 70% จากจำนวนทั้งหมด สำหรับโครงการแนวราบที่เปิดตัวตั้งแต่ปีทีผ่านมามีจำนวน 32,000 ยูนิต โดยยูนิตที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท อยู่ที่ 67% จากจำนวนยูนิต ยังรวมไปถึงการชะลอตัวของการซื้อขายจากภาคอสังหาริมทรัพย์โดยรวม

จึงไม่แปลกที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลซึ่งนำโดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงนำแผนกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกระตุ้นและพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์จากกำลังซื้อที่อ่อนแรงลงซึ่งสวนทางกับอสังหาริมทรัพย์ที่รอขายเพิ่มสูงขึ้น โดยดังกล่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ตามที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2558 สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้

  • รัฐบาลเตรียมวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี งครอบคลุมถึงการซื้อที่อยู่อาศัย ซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและเพื่อการปลูกสร้างที่อยู่อาศัย
  • มาตรการลดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมการซื้อที่อยู่อาศัย ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยทุกระดับราคา โดยมีระยะเวลาใช้มาตรการ 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2015 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2016
  • สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาใช้มาตรการ 15 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2015 ถึงสิ้นปี 2016 โดยสามารถนำเอา 20% ของมูลค่าที่อยู่อาศัยที่ซื้อไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปีภาษี คิดเป็น 4% ต่อปีหรือสูงสุด 120,000 บาทต่อปี

จากมาตรดังกล่าวจะกระตุ้นต่อประชาชนในกลุ่มต่างๆ อย่างประชาชนผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย, กลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ, ประชาชนผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 6 เดือน จะได้รับประโยชน์ และผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก สำหรับด้านผู้ประกอบอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประโยชน์นั้น ที่มีสินค้าสร้างเสร็จต่ำกว่า 3 ล้านบาทและมีสินค้าใกล้สร้างเสร็จในช่วง 6 เดือน

ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4 นี้ น่าจะมีประมาณ 35,900 หน่วย เติบโตประมาณร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ที่มา: Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

BACK TO TOP