บ้านปู ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานลมเวียดนาม - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • บ้านปู ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานลมเวียดนาม

บ้านปู ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานลมเวียดนาม

บ้านปู ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมบริหารกระแสเงินสด พร้อมลงทุนระยะยาวในเวียดนามตามเป้าหมายขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ด้วยมูลค่าลงทุน 66 ล้านเหรียญฯ หรือ 2.07 พันล้านบาท

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตและมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูที่มุ่งเน้นการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ด้วยมูลค่าการลงทุนจำนวน 66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าประมาณ 2,065 ล้านบาท

“การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter และนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนให้กับบริษัท รวมถึงเพิ่มรายได้และกระแสเงินสดจากพลังงานหมุนเวียนให้บ้านปู”

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

สำหรับการลงทุนดังกล่าวมาจากกระแสเงินสดของบ้านปูและบ้านปู เพาเวอร์ในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวอยู่ในระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญา และการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยเป็นการลงทุนผ่านบริษัท BRE Singapore Pte. Ltd. (BRES) บริษัทย่อยที่บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 50 ผ่านบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด (BanpuNEXT) มีราคารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in-Tariff (FIT) ที่ 8.5 เซ็นต์สหรัฐ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงเป็นระยะเวลา 20 ปีตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563

“เวียดนามเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ยังคงขยายตัวสวนทางกับสถานการณ์ของโลก ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหมายถึงโอกาสในอนาคตที่เปิดกว้างสำหรับบ้านปู โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มอีก 7 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ประเทศเวียดนามจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมรวมถึงเกือบ 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2568”

บ้านปู
โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ตั้งอยู่ในจังหวัดนินห์ถ่วน ในภาคกลางตอนใต้ของเวียดนาม
โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ติดตั้งกังหันลม 16 ตัว แต่ละตัวมีกำลังการผลิต 2.35 เมกะวัตต์

ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 37.6 เมกะวัตต์ จากกังหันลม 16 ตัว แต่ละตัวมีกำลังการผลิต 2.35 เมกะวัตต์ ซึ่งกังหันลมได้รับการออกแบบและบำรุงรักษาโดยบริษัท Enercon GmbH ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าพลังงานลมและผู้ผลิตกังหันลมจากประเทศเยอรมนี ซึ่งบ้านปูทำสัญญาผ่าน Enercon Partner Konzept (EPK) โดยครอบคลุมการบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งสัญญานี้จะเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้ในระยะยาว

นอกจากนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ตั้งอยู่ในจังหวัดนินห์ถ่วน บริเวณชายฝั่งทะเลภาคกลางตอนใต้ของเวียดนาม ซึ่งเป็นทำเลที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนามเนื่องจากนโยบายสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาลเวียดนามที่เอื้อให้กับผู้พัฒนาและนักลงทุนสามารถเข้ามาสร้างโอกาสในพื้นที่จังหวัดนี้ได้ รวมถึงความเร็วและแรงของลมทำให้ในปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศกว่าร้อยละ 80 มีแหล่งการผลิตจากจังหวัดดังกล่าว

“ในฐานะบริษัทที่บุกเบิกการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่เข้ามาในตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะในจังหวัดนินห์ถ่วนที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ ซึ่งบ้านปูกำลังวางรากฐานสำหรับการลงทุนในระยะยาว โดยเพิ่มโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ เพื่อเสริมพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของเรา”

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบ้านปูวางเป้าหมายการผลิตไฟฟ้ารวม 6,100 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 โดยเน้นการลงทุนในตลาดที่ความต้องการใช้พลังงานมีการเติบโต โดยมีบริษัทบ้านปูเน็กซ์มุ่งมั่นนำทัพในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานต่อไป รวมโรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh บ้านปูจะมีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 814 เมกะวัตต์

“บริษัทมีความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์พลังงานระดับภูมิภาคในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 7 แสนตันต่อปี หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 40 ล้านต้น ในส่วนของการลงทุนในอนาคตอันใกล้ บ้านปูมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและต่อเนื่อง มีผลตอบแทนสูง และให้ผลตอบแทนระยะยาวสำหรับผู้มีส่วนได้เสียของเรา”

อ่านเพิ่มเติม: บมจ.โพลีเพล็กซ์ ชี้ธุรกิจแผ่นฟิล์ม PET แกร่ง รับเศรษฐกิจโลก


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP