"คอตโต้" เปิด 5 เทรนด์สุขภัณฑ์หลังโควิด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • “คอตโต้” เปิด 5 เทรนด์สุขภัณฑ์หลังโควิด

“คอตโต้” เปิด 5 เทรนด์สุขภัณฑ์หลังโควิด

คอตโต้ รุกตลาดสมาร์ต แอนด์ ไฮยีน ย้ำผู้นำนวัตกรรมตลาดสุขภัณฑ์ 1 หมื่นล้านบาท คาดปี 65 กลับมาขยายตัวร้อยละ 2 รับเปิดเมือง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คอตโต้เร่งผลักดันสินค้ากลุ่มใหม่ พร้อมเปิดโชว์รูมเสมือนเจาะผู้บริโภคในยุค METAVERSE

อนุวัตร เฉลิมไชย Head of Ceramics Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า สถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น

ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาสินค้าในกลุ่ม Smart Toilet อย่างต่อเนื่องและมีการเติบโตสวนกับสภาวะตลาดสุขภัณฑ์โดยรวมที่หดตัว โดยคาดว่าปีนี้ตลาดโดยรวมจะติดลบร้อยละ 5 หรือมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2565 คาดว่าตลาดจะกลับมาขยายตัวร้อยละ 2

สำหรับเทรนด์ของ Smart Toilet ยังคงเติบโตสูง และคอตโต้ได้ต่อยอดในมุมของไลฟ์สไตล์ ซึ่งได้จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมี 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ต้องการให้พื้นที่ในบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน กลุ่มที่พยายามปรับเปลี่ยนพื้นที่ มิกซ์ แอนด์ แมทช์ เพื่อให้เหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย และกลุ่มปัจเจกบุคคลที่ต้องการพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง มาออกแบบเป็น Design Trend ในปี 2022 ได้ 5 เทรนด์ด้วยกัน คือ

1.RE-VITAL เทรนด์ที่ผสานระหว่างเทคโนโลยีกับความเรียบง่าย เพื่อยกระดับความสุขทั้งกายและใจ รี-ไวทัลเป็น Gen Y ที่กล้าลอง และเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เน้นดีไซน์ที่เป็นมิตร เรียบง่าย

2.RE-BALANCE เทรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างการใช้งานของมนุษย์ เทคโนโลยี และธรรมชาติ รี-บาลานซ์จึงเป็นเทรนด์แห่งการ Blending Environment หรือเทรนด์แห่งการปลอบประโลมจิตใจ เพื่อให้ชีวิตสมดุล

3.RE-VIBE เทรนด์แห่งความเป็นอิสระในตัวเอง ฟุ้งฝัน และสร้างสรรค์ หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจ เทรนด์รีไวป์เป็นเทรนด์แห่งการมิกซ์แอนด์แมทช์ของสะสม ของรัก รวมถึงของโบราณ

RE-CO เทรนด์ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติในเชิงที่รักษาสิ่งแวดล้อม แต่ต้องดูดี ดูเท่ ไม่เชยเหมือนแนว go green แบบเดิม ๆ ทำให้เกิดเป็นนิยาม Black is a New Green ชาวรีโค่มักมองหาสินค้าที่ประหยัดน้ำ แต่ยังมีดีไซน์ เพราะพวกเขาใส่ใจทั้งตนเอง คนรุ่นถัดไป และโลกในวันข้างหน้าด้วย

RE-WILD เทรนด์แห่งการอยู่ร่วมสมัยกันระหว่างวัย จากการคาดการณ์ว่าในปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด การอยู่ร่วมกับผู้สูงวัยจึงต้องให้ความสำคัญกับความต้องการที่หลากหลาย การตกแต่งที่เน้นความร่วมสมัย เข้าถึงง่าย

ผุดโชว์รูมเสมือนรับผู้บริโภคยุคใหม่

กิตติพงษ์ โพธิ์ธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คอตโต้ กล่าวเสริมว่า คอตโต้ได้ศึกษาและวิเคราะห์จากการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งสถานการณ์โลก และ Mega trend โดยอิงทฤษฎีจาก Carlin Creative Trend Bureau บริษัทที่ปรึกษาด้านเทรนด์และการสร้างแบรนด์ให้กับหลากหลายธุรกิจชั้นนำระดับสากล พบว่ามี 4 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภค นั่นคือ ความไม่แน่นอน ความก้าวไกลของโลกดิจิทัล จิตใจความคิดของผู้คน และสังคมผู้สูงวัย

ทั้งนี้ เทรนด์ Living Style ทั้ง 5 แบบ จะนำเสนอผ่าน COTTO Virtual Showroom โชว์รูมเสมือนที่ออกแบบโดยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนแต่ละกลุ่ม เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถเห็นภาพการดีไซน์ในพื้นที่จริงได้ชัดเจนมากที่สุด

สอดรับกับทิศทางของโลกปัจจุบันที่เป็น METAVERSE ที่สามารถยกเทรนด์ไลฟ์สไตล์มาผสานกับ AR Technology บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ชมสินค้าได้แบบ 3 มิติ สามารถโต้ตอบโดยตรงผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งยังมีเทคนิคการจำลองจัดวางสินค้าในพื้นที่จริง ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นภาพการดีไซน์ได้ชัดเจนขึ้น

“ในปี 2565 เรามีแผนดำเนินการที่ชัดเจนอยู่ 2–3 เรื่อง คือ การเป็นผู้นำนวัตกรรมในตลาดสุขภัณฑ์และก็อกน้ำ ผสมผสานด้วยการสร้างประสบการณ์ออนไลน์ให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น มุ่งขยายตลาดส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งได้ขยายตลาดอินโดนีเซียไปแล้วจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เชื่อว่าหลังการเปิดประเทศ ชาติอาเซียนจะทยอยเปิดประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นโอกาสของเราในการรุกตลาดมากขึ้น” กิตติพงษ์ กล่าว

ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และก็อกน้ำภายใต้แบรนด์คอตโต้ มียอดขายกว่า 4,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 จากตลาดรวม และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 10 ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Smart Toilet เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง ซึ่งปี 2565 คาดว่าจะเติบโตสองหลัก และขยับขึ้นมามีสัดส่วนร้อยละ 10 จากปีนี้มีสัดส่วนที่ร้อยละ 7 – 8 ของยอดขายโดยรวม

เพิมเติม: “นิคมฯ ปิ่นทอง” นับหนึ่งไฟลิ่งเข้าตลาดฯ

 

BACK TO TOP