KIM LONG รถบัสเวียดนามบุกไทย! ตั้ง “กิจเศรษฐี” เป็นตัวแทนจำหน่าย วางเป้ายอดขายปีนี้ 300 คัน พร้อมเตรียม JV สร้างโรงงานในไทย

KIM LONG รถบัสเวียดนามบุกไทย! ตั้ง “กิจเศรษฐี” เป็นตัวแทนจำหน่าย วางเป้ายอดขายปีนี้ 300 คัน พร้อมเตรียม JV สร้างโรงงานในไทย

จาก “ทุนไทยบุกเวียดนาม” ถึงคราว “ทุนเวียดนามบุกไทย” เมื่อ KIM LONG MOTOR บิ๊กรถยนต์เชิงพาณิชย์จากเวียดนาม จับมือ “กิจเศรษฐี” นำเข้ารถบัส-มินิบัส รุกตลาดไทย ตั้งเป้าขายปีแรก 300 คัน ก่อนขยับสู่ตั้งโรงงานผลิตและประกอบในไทย


    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามมักถูกพูดถึงในมุมบริษัทไทยที่เข้าไปขยายธุรกิจในเวียดนาม ตั้งแต่ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวกันเริ่มเห็นผู้ประกอบการเวียดนามขยับเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น

    หนึ่งในนั้นคือ KIM LONG MOTOR ผู้ผลิตรถเชิงพาณิชย์จากเวียดนาม ที่เดินหน้าขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดรถบัสและมินิบัสไทยอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมวางแผนต่อยอดจากการนำเข้าไปสู่การสร้างโรงงานผลิตและประกอบรถในประเทศ

    การรุกตลาดไทยของ KIM LONG MOTOR ดำเนินการผ่าน บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KIJSETTHI MOBILITY โดยทั้งสองบริษัทเริ่มความร่วมมือกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 จากข้อตกลงนำเข้ารถบัสและมินิบัสของ KIM LONG ซึ่งผลิตและประกอบที่ประเทศเวียดนาม เข้ามาทำตลาดในไทยรวม 1,000 คัน ครอบคลุมทั้งรถเครื่องยนต์สันดาปและรถพลังงานไฟฟ้า

    ก่อนที่เดือนเมษายน 2569 กิจเศรษฐีจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมตั้งเป้ายอดขายในปีแรกที่ 300 คัน

    ชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ในตลาดรถบัสไทยมาราว 30 ปี ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์หลายแบรนด์ และมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ กระทั่งได้พบกับ KIM LONG จึงเกิดเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ กิจเศรษฐีจะรับผิดชอบการพัฒนาตลาดในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายพันธมิตรการขาย การประเมินรูปแบบการใช้งานของลูกค้า ตลอดจนการปรับรายละเอียดและสเปกรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ข้อกำหนดทางเทคนิค และลักษณะการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม

ชลากร เศรษฐบัณทัต


    ในด้านบริการหลังการขาย บริษัทเตรียมความพร้อมทั้งระบบจัดหาอะไหล่ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ การฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง และการให้คำปรึกษาตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทยอยขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและจุดบริการตามการเติบโตของฐานลูกค้า เพื่อให้การขยายตลาดดำเนินไปควบคู่กับคุณภาพบริการและความพร้อมใช้งานของรถ

    “เรามีฐานลูกค้าเดิมในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์อยู่ ในช่วง 1-2 ปีแรก เราตั้งเป้าว่าจะเน้นการสร้างแบรนด์ ควบคู่กับการยกระดับบริการหลังการขาย พร้อมใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้า” ชลากรกล่าว และว่า เบื้องต้นในส่วนของการดูแลหลังการขาย กิจเศรษฐีมี service partner ในไทยประมาณ 22 แห่งทั่วประเทศ ทั้งศูนย์บริการของบริษัทเองที่ จ.สุพรรณบุรี และพันธมิตรที่มีประสบการณ์ในธุรกิจรถบัสโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าและสร้างความมั่นใจในการใช้งาน

    สำหรับไลน์อัปที่นำเสนอในช่วงแรกของการทำตลาด ประกอบด้วย รถบัสและมินิบัส 4 รุ่น ได้แก่ KIM LONG 99N43, KIM LONG 99N44, KIM LONG 99N42 WC และ KIM LONG 19N21 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย ราคา 2.3-4.5 ล้านบาท เป็นรถเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด ปัจจุบันมียอดขายเบื้องต้นแล้วประมาณ 40 คัน โดยกลุ่มที่ได้รับการตอบรับที่ดีคือกลุ่มรถบัสขนาด 12 เมตร สะท้อนความต้องการของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่


    สำหรับรถบัสขนาด 12 เมตรในตระกูล KIM LONG 99 ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ full monocoque ติดตั้งเครื่องยนต์ YUCHAI K11 มาตรฐาน Euro 5 และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 19-21 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายครอบคลุมธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว รถรับส่งพนักงาน และระบบขนส่งในเมือง

    ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดรับคำสั่งซื้อรถบัส EV ในประเทศไทย และคาดว่าจะเริ่มนำเข้ารถล็อตแรกได้ภายในช่วงปลายปี 2569

    ด้าน Dao Viet Anh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIM LONG MOTOR กล่าวว่า บริษัทเลือก KIJSETTHI MOBILITY เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทยจากประสบการณ์ในตลาด ฐานลูกค้า เครือข่ายธุรกิจ รวมถึงความสามารถด้านบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการจัดหาอะไหล่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ KIM LONG เข้าถึงผู้ประกอบการไทย

    “การขยายตลาดของ KIM LONG MOTOR จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำรถบัสจากเวียดนามเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่กำลังวางโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่เครือข่ายบริการ ฐานลูกค้า ไปจนถึงการนำเข้า EV และแผนประกอบรถในประเทศ หากตลาดตอบรับตามเป้าหมาย ซึ่งอาจทำให้ไทยกลายเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญของ KIM LONG MOTOR ในการขยายธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ในภูมิภาค” ซีอีโอ KIM LONG MOTOR กล่าว

Dao Viet Anh


    เขายังระบุด้วยว่า ทิศทางการดำเนินงานทั้งสองบริษัทวางโรดแมปความร่วมมือเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะมุ่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ KIM LONG ผ่านการพัฒนาตลาด เครือข่ายจำหน่าย บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และระบบอะไหล่ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงของลูกค้าไทยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดมากยิ่งขึ้น

    ในระยะถัดไป KIM LONG MOTOR ตั้งเป้าศึกษาการเปลี่ยนจากการส่งออกรถสำเร็จรูป หรือ Completely Built Units: CBU ไปสู่การผลิตและประกอบแบบ Completely Knocked Down: CKD ในประเทศไทย ซึ่งการสร้างโรงงานนี้จะเป็นการร่วมทุนกับกิจเศรษฐีในรูปแบบ joint venture

    โดยมีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ภายใต้กรอบการดำเนินงานช่วงปี 2570-2573 เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของ KIM LONG MOTOR ในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสร้างโอกาสด้านการจ้างงานในประเทศไทย

    ในฐานะผู้ผลิตจากอาเซียน ผลิตภัณฑ์ของ KIM LONG ที่ผ่านหลักเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA ยังมีโอกาสใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อกำหนด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย


    สำหรับ KIM LONG MOTOR หรือ KIM LONG MOTOR Hue เป็นผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเวียดนามที่เน้นรถเพื่อการพาณิชย์ ทั้งรถบัส รถบรรทุก และรถยนต์พลังงานใหม่ ขนาดธุรกิจของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากเมือง Hue ระบุว่าในปี 2568 KIM LONG MOTOR มียอดขายรถรวมทุกประเภทราว 4,000 คัน ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งคือการมี FUTA Bus Lines ผู้ให้บริการรถบัสระหว่างเมืองในเวียดนาม เป็นพันธมิตรและลูกค้ารายสำคัญ

    บริษัทเป็นผู้ลงทุนโครงการ KIM LONG MOTOR Automobile Manufacturing & Assembly Industrial Park ในเมือง Hue ซึ่งมีพื้นที่ตามแผนระยะแรกมากกว่า 600 เฮกตาร์ และตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนของภูมิภาค พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศเวียดนามเป็น 80-90%

    ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าสร้าง ecosystem รถไฟฟ้าด้วยการร่วมมือกับ BYD พัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถเชิงพาณิชย์ในเมือง Hue มูลค่า 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่บริษัทมองว่าจะช่วยสนับสนุนซัพพลายเชนสำหรับการขยายธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์และ EV ในไทยและภูมิภาค

    การรุกไทยของ KIM LONG MOTOR จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของทุนเวียดนามที่ไม่ได้มองไทยเพียงตลาดปลายทาง แต่กำลังวางไทยเป็นฐานธุรกิจ ตั้งแต่ขายรถบัส รุก EV ไปจนถึงแผนผลิตแบบ CKD และต่อยอดสู่การส่งออกในภูมิภาค



ภาพ: กิจเศรษฐี และ กนกวรรณ มากเมฆ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : รอความชัดเจนภาษี EV “XPENG” ศึกษาตั้งโรงงานในไทย หลังส่งมอบรถกว่า 1 หมื่นคันใน 2 ปี เดินหน้าสต็อกอะไหล่-ขยายเครือข่ายทั่วประเทศ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine