Kempower จากฟินแลนด์ รุกตลาดสถานีชาร์จ EV ในไทย ชูระบบยืดหยุ่น หลายหัว-รองรับรถหลายประเภท รับตลาดโต จับกลุ่มธุรกิจอยากลงทุนสถานีชาร์จ

Kempower จากฟินแลนด์ รุกตลาดสถานีชาร์จ EV ในไทย ชูระบบยืดหยุ่น หลายหัว-รองรับรถหลายประเภท รับตลาดโต จับกลุ่มธุรกิจอยากลงทุนสถานีชาร์จ

FORBES THAILAND / ADMIN
15 May 2026 | 03:00 PM
READ 106

ไม่ใช่แค่ชาร์จเร็ว แต่ผู้ขับขี่มองถึงความสะดวกของสถานีชาร์จด้วย “Kempower” ผู้พัฒนาระบบชาร์จจากฟินแลนด์ เดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทย ชูระบบยืดหยุ่น หลายหัวชาร์จ รองรับรถหลากประเภท จับกลุ่มธุรกิจอยากลงทุนสถานีชาร์จ


    ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 พร้อมตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charging ให้ได้ 12,000 จุดทั่วประเทศ

    โดยตลาด EV ไทยยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ใหม่จำนวน 45,668 คัน เพิ่มขึ้น 210.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยอดจดทะเบียน BEV สะสมในประเทศไทยทะลุ 400,000 คัน และคาดว่ายอดขายรถยนต์นั่ง EV ต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 125,000 คัน

    อย่างไรก็ตาม เมื่อการใช้งาน EV ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมย่อมต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนสถานี แต่รวมถึงประสิทธิภาพการใช้งาน ความพร้อมในการให้บริการ และความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว


จากฟินแลนด์สู่ไทย เดิมพันตลาด EV ชูโมเดลยืดหยุ่น

    Carlo Cecchi ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดใหม่ ของ Kempower กล่าวว่า เป็นผู้พัฒนาระบบชาร์จเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (DC Fast Charging) จากฟินแลนด์ ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องชาร์จมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก พร้อมมีบริษัทในเครือ 14 แห่ง และโรงงาน 4 แห่ง รวมถึงพนักงานมากกว่า 800 คน จากกว่า 40 สัญชาติ ภายใต้แนวคิด “Design from Finland”

    ข้อมูลจากตลาด EV ที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศนอร์เวย์ สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้ใช้งานรถ EV ในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “ความเร็วในการชาร์จ” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความพร้อมใช้งาน ความสะดวก และความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ ผู้ขับขี่ต้องการความมั่นใจว่าสถานีชาร์จสามารถใช้งานได้จริง มีหัวชาร์จพร้อมให้บริการ ลดระยะเวลารอคอย และมอบประสบการณ์ใช้งานที่ราบรื่นต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

    ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยที่กำลังเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง Kempower จึงมีแผนขยายการดำเนินงานในตลาดไทยภายในปีนี้ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผ่านโซลูชันระบบชาร์จเร็วและความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่สามารถรองรับการเติบโตได้อย่างยืดหยุ่น โดยทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศ EV อย่างใกล้ชิด และมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จของไทยให้มีความแข็งแกร่ง และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเชิงพาณิชย์

    ปัจจุบัน บริษัทเริ่มขยายการติดตั้งระบบชาร์จในไทยแล้ว โดยเริ่มจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก จังหวัดระยอง และเตรียมขยายเพิ่มเติมไปยังโครงการแอด ยู พาร์ค บางนา รวมถึงหัวหินในลำดับถัดไป โดยจุดเด่นของระบบชาร์จจาก Kempower คือ การลงทุนตู้ชาร์จเพียง 1 ตู้ แต่สามารถรองรับหัวชาร์จได้มากกว่าหนึ่งสาย รองรับยานยนต์ได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์ รถตู้ รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ อีกทั้งยังเป็นระบบอัจฉริยะที่รองรับแบตเตอรี่หลายแบรนด์


ตลาด EV ไทย โตแรง แต่ยังมีโจทย์ใหญ่

    Carlo Cecchi ระบุอีกว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดกำลังก้าวจากช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศ EV ในระดับใหญ่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

    อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ของไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมยังสะท้อนถึงความท้าทายหลายด้าน ทั้งการกระจายสถานีชาร์จนอกเมืองใหญ่ที่ยังไม่ทั่วถึง การใช้งานสถานีที่ไม่สมดุล การเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียนที่ยังมีข้อจำกัด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งไฟฟ้าภาคโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

    นอกจากนี้ ยังรวมถึงตลาดที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและราคา ตลอดจนมีธุรกิจกว่า 80% ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ และยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นในเอเชีย

    ขณะเดียวกัน การลงทุนเริ่มต้นของผู้ให้บริการสถานีชาร์จยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ Kempower มองว่า ตัวกำหนดความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการสถานีชาร์จในระยะยาว คือ “อัตราการใช้งานจริง” ของสถานีชาร์จ หลายสถานีมีประสิทธิภาพการใช้งานต่ำ ไม่ใช่เพราะความต้องการของตลาดไม่เพียงพอ แต่เกิดจากปัจจัยอย่างการเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกินความจำเป็น และประสบการณ์ใช้งานที่ไม่สม่ำเสมอ

    ในทางกลับกัน สถานีที่มีจำนวนหัวชาร์จมากกว่า มักมีอัตราการใช้งานที่ดีกว่า เนื่องจากผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับความมั่นใจว่าจะมีหัวชาร์จพร้อมใช้งาน และระยะเวลารอที่สั้นที่สุด

    ความท้าทายเหล่านี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่ฉลาด และยืดหยุ่นมากขึ้น แทนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น

    โดย Kempower มองความต้องการของลูกค้า (ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ) ในปัจจุบันว่า แม้ผลิตภัณฑ์จะตอบโจทย์มาตรฐานตลาดแล้ว แต่ยังต้องการการปรับให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่นและโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยความต้องการหลักประกอบด้วย เครื่องชาร์จ DC ขนาดต่ำกว่า 50 กิโลวัตต์ ระดับราคาที่เข้าถึงได้ ช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทนและการขายตรง รวมถึงบริการหลังการขายที่ครอบคลุม

    “เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มเติบโตเต็มรูปแบบ สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเร่งติดตั้งสถานีชาร์จให้มากที่สุด แต่คือการทำให้เครือข่ายการชาร์จมีความเสถียร รองรับการขยายตัวในอนาคต และออกแบบโดยคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ รวมถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการ” Carlo Cecchi กล่าว





เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "สู้ไม่ไหว" !!! ซีอีโอ Honda ยอมรับ "ค่ายรถ EV จีน" เหนือกว่าทุกด้าน นับตั้งแต่สายงานการผลิตยันโลจิสติกส์

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine