Intel ขยับ ซื้อ Mobileye 15.3 พันล้านเหรียญ หวังคว้าโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดยานยนต์ไร้คนขับ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Motoring
  • News >
  • Intel ขยับ ซื้อ Mobileye 15.3 พันล้านเหรียญ หวังคว้าโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดยานยนต์ไร้คนขับ

Intel ขยับ ซื้อ Mobileye 15.3 พันล้านเหรียญ หวังคว้าโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดยานยนต์ไร้คนขับ

กัมปนาท กาญจนาคาร

ทุกวันนี้นวัตกรรมกรรมยานยนต์ไร้คนขับมีผู้เล่นสำคัญที่กำลังค้นคว้าวิจัยและพัฒนาอย่าง Google และ Uber ทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องจากห้องทดลองสู่ท้องถนน เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ก็ต่างมุ่งหวังพัฒนาการเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างเทคโนโลยีการขับเคลื่อนยานยนต์ไร้คนขับเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา Intel ได้ประกาศดีลการซื้อครั้งสำคัญเป็นจำนวน 15.3 พันล้านเหรียญ ยกระดับตนเองเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมนี้ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Mobileye บริษัท ผู้สร้างระบบเซ็นเซอร์สัมผัสและกล้องสำหรับยานยนต์จากประเทศ อิสราเอล

Mobileye ถือเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมนี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นบริษัทสำคัญในการแข่งขันกลุ่มบริษัทที่มาจาก Silicon Valley และคาบเกี่ยวถึงบรรดาเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของยานยนต์บนโลกนี้

เหมือนๆ กับที่ Google และ Uber ได้ทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านเหรียญในการค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยีของพวกเขาและการลงนามในสัญญาเพื่อเกิดความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Chrysler และ Volvo สหรับการทดลองนวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับสู่ท้องถนน ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม ทั้งนี้บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Bain & Co. ได้คาดการณ์มูลค่าของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้จะพุ่งสูงถึง 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2025

การปรากฎชื่อ บริษัทผู้ผลิตหน่วยประมวลผลที่มีตำนานยาวนานอย่าง Intel เช่นเดียวกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Qualcomm ที่มองเห็นโอกาสสำคัญในตลาดรถขับเคลื่อนอัตโนมัติในการสร้างรายได้มหาศาล เหล่านักเชี่ยวชาญกล่าวเป็นเสียงเดียวกันถึงความต้องการขุมพลังในการประมวลผลที่สามารถควบคุมเสี้ยวแห่งการประมวลผลเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง

การซื้อกิจการ Mobileye จึงเป็นการต่อยอดและครอบคลุมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Intel ต่อความต้องการในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับนี้ออกไปและหวังตอบโจทย์ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากขึ้นและอุดช่องโหว่ในด้านการพัฒนาและไม่ต้องการความพึ่งพาบริษัทต่างๆ อย่าง Google

“การเติมเต็มนี้จะนำชัยให้เราตลาดนี้” Brian Krzanich chief executive แห่ง Intel กลาวกับนักลงทุนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “ผมไม่เชื่อว่าค่ายผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลายจะมีอิสระในการลงทุนพัฒนาด้านรถยนต์อัตโนมัติ”

Intel ถือเป็นบริษัทหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในแง่การกำหนดยุทธศาสตร์ของบริษัทที่กว่า 3 ทศวรรษได้ครองเจ้าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งกว่าร้อยล้านเครื่องนั้นใช้หน่วยประมวลผลของ Intel แต่ในหลายปีที่ผ่านมา Intel กลับประสบปัญหาอย่างมากกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนถ่ายการใช้งานสู่โทรศัพท์มือถือ ยกตัวอย่างเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Intel ได้ประกาศยกเลิกการว่าจ้างงาน 12,000 อัตรา เป็นจำนวนถึง 11 % ของพนักงานจากทั่วโลก ซึ่งเกิดจากความลดลงของความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ทั้งนี้ในรายงานประจำของ Intel รายงานถึงรายได้มากกว่าครึ่งยังคงมาจากการขายหน่วยประมวลผลสำหรับประมวลผลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นยอดขายที่เกิดมาจากแผนกซึ่งเกี่ยวข้องกับ “Internet of things” ที่กำลังเติบโตและสร้างยอดขายกว่า 15 % ในปี 2559 เป็นจำนวน 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ

(CREDIT PICTURE: forbes.com)

ทั้งนี้ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา Intel ได้ตกเซ็นสัญญาความร่วมกับ BMW และ Delphi Automotive ผู้จำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อขยายความร่วมมือเรากัน โดยมีสัดส่วนความร่วมมือที่ 15 เปอร์เซ็นต์ โดยค่ายผู้ผลิตจากเยอรมันเป็นผู้กำหนดแผนร่างธุรกิจดิจิทัลด้วยตนเองและเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้ลงทุนเงินจำนวน 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ในกลุ่มสตาร์ทอัพเพื่อค้นคว้าพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีไร้ขับคนขับอีกทางหนึ่ง

สำหรับ Mobileye นั้นก่อตั้งที่ Jerusalem เมื่อปี 2542 บริษัทเคยร่วมการพัฒนากับค่ายผู้ผลิตรถยนต์ 2-3 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ Audi ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีด้านมุมมองภาพและกล้อง เพื่อช่วยการทำงานของเครื่องยนต์และเอื้อต่อการตอบสนองของผู้ขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

จากการร่วมมือ 3 ฝ่ายที่เกิดขึ้นจาก Intel, Mobileye และ BMW พวกเขาพยายามอย่างยิ่งที่ผลักดัน รถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เองอย่างอิสระสู่ท้องถนนในปี 2021 และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่าน Intel ประกาศเพิ่มเติมถึงการผลิตรถยนต์ดังกล่าวมีมากกว่า 40 คัน เพื่อทำการทดสอบบนท้องถนนในอเมริกาและยุโรป ทั้งนี้ปลายที่ 2017 เราเริ่มได้เห็นเทคโนโลยีเหล่านี้เปิดตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ความร่วมกันระหว่าง Intel และ Mobileye เริ่มต้นเจรจาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ที่นิวยอร์ค และเมื่อบรรลุข้อตกลง กลุ่มผู้บริหารของ Mobileye ยังคงทำหน้าบริหารบริษัทต่อไป

“การซื้อกิจการครั้งนี้ส่งให้อินเทลเทียบชั้นสู่อันดับต้นในอุตสาหกรรมยานยนต์เลยทีเดียว” Martin Birkner นักวิเคราะห์ด้านยานยนต์จาก Gartner บริษัทค้นคว้าวิจัยทางเทคโนโลยีจากเมือง Munich กล่าวและเสริมว่า “ตอนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวไปสู่การอิสระในการโดยสารจากการขับขี่ และปัจจัยจากอินเทลจะยิ่งส่งในการเกิดพัฒนาถีบตัวเพิ่มสูงขึ้น”

ทั้งนี้จากการซื้อกิจการที่เกิดขึ้น Intel ได้ซื้อหุ้นที่ราคา 63.54 เหรียญฯต่อหน่วยและถือเป็นสัดส่วน 34 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเจรจาจะแล้วเสร็จในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และในสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นน่าจะจบและสิ้นกระบวนการในปลายปีนี้

(Amnon Shashua (ซ้าย) credit Picture:Mobileye)

ส่วนสำคัญจากความสำเร็จของ Mobileye เกิดขึ้นโดย Amnon Shashua ผู้ร่วมก่อตั้ง Mobileye และหัวหน้าทีมเทคโนโลยีของบริษัท ทั้งยังจบปริญญาเอกด้าน brain and cognitive sciences จาก Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT

Shashua นั้นได้วางภาพให้ Mobileye เป็นระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่จากการสะสมข้อมูลด้านเส้นทางและภาพสถานที่เขาเรียกว่า RoadBook ที่บรรจุไปด้วยเส้นทางการเดินทางแบบดิจิทัลและถนนหนทางภายใน สหรัฐและยุโรป เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการแห่งโลกดิจิทัลด้วยตัวมันเอง

“การร่วมมือจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเรายังเป็นสองบริษัท” Shashua กล่าวและทิ้งท้ายว่า “และความร่วมมือนั้นได้เกิดขึ้นได้ลงลึกในรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว”

 

เรียบเรียงจาก: www.bostonglobe.com/business/

BACK TO TOP