ผลิตเยอะ ต้นทุนต่ำ ทำราคาได้ Chery Group ยอดขายในไทยโตเท่าตัว! ส่ง JAECOO 6T REEV รุกตลาด วิ่งไกล 800 กม. เริ่มต้น 879,900 บาท

ผลิตเยอะ ต้นทุนต่ำ ทำราคาได้ Chery Group ยอดขายในไทยโตเท่าตัว! ส่ง JAECOO 6T REEV รุกตลาด วิ่งไกล 800 กม. เริ่มต้น 879,900 บาท

“Chery Group” เผยยอดขายในไทยเติบโตมากกว่า 1 เท่าตัว เดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง ด้วยข้อได้เปรียบด้านกำลังการผลิต ทำให้ช่วยลดต้นทุนและทำราคาแข่งขันได้ ล่าสุดเปิดตัว JAECOO 6T REEV รถยนต์พลังงานทางเลือกรุ่นใหม่ วิ่งไกลสูงสุด 800 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้น 879,900 บาท พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 500 คันต่อเดือน


    OMODA & JAECOO ประเทศไทย ภายใต้ Chery Group เปิดตัว “JAECOO 6T REEV” รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมระบบขยายระยะทาง (Range-Extended Electric Vehicle: REEV) อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026 โดยชูจุดเด่นเป็นรถ REEV ขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นแรกในประเทศไทย มี 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น 2WD Max ราคาเปิดตัว 879,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท และรุ่น 4WD Ultra ราคาเปิดตัว 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท

    การเปิดตัว JAECOO 6T REEV ครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจของ Chery Group ในประเทศไทย โดยผู้บริหารยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนารถยนต์พลังงานทางเลือกทุกเทคโนโลยี ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และแบบ REEV ควบคู่กัน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน


ผลิตเยอะ ทำราคาได้ ตั้งเป้า JAECOO 6T REEV เดือน 500 คันต่อเดือน

    Bill Zhang รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) กล่าวว่า รถยนต์ JAECOO 6T REEV ล็อตแรกจำนวน 1,000 คัน จะเดินทางถึงประเทศไทยภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่รถสำหรับทดลองขับจะทยอยส่งถึงดีลเลอร์ทุกแห่งภายใน 1-2 วันนี้หลังการเปิดตัว เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการจำหน่าย พร้อมตั้งเป้ายอดขายเบื้องต้นไว้ที่ 500 คันต่อเดือน

    โดยมองว่าการทำตลาดรถยนต์ที่ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่อย่าง REEV ควรให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการเร่งสร้างยอดขายในระยะสั้น หาก JAECOO 6T REEV ได้การตอบรับที่ดีจากตลาด บริษัทเชื่อว่าจะสามารถจัดหาซัพพลายเพื่อส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

    “แน่นอนว่าเราอยากขายให้ได้มาก แต่เนื่องจาก J6T REEV เป็นรถยนต์เทคโนโลยีใหม่ เราจึงให้ความสำคัญกับการทำตลาดในระยะยาว ไม่ใช่การทำตลาดแบบวูบวาบ” Zhang กล่าว

Bill Zhang


    เขายังระบุถึงการกำหนดราคาของ Chery Group ว่ามีจุดเริ่มต้นจากความต้องการให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีที่ดีในราคาที่เหมาะสม แน่นอนว่าไม่มีบริษัทใดอยากขาดทุน แต่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทำตลาดจำเป็นต้องลงทุนเพื่อสร้างความเข้าใจตลาด

    การเปิดตัว JAECOO 6T REEV ถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนดังกล่าว เนื่องจากบริษัทต้องการให้ผู้บริโภครู้จักเทคโนโลยี REEV มากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้งานของรถยนต์ประเภทนี้

    ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคบางส่วนมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทมีระยะทางขับขี่ยังไม่ไกลนัก แต่การเปิดตัว JAECOO 6T REEV จะเข้ามาตอบโจทย์ด้านระยะทาง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังมีข้อกังวลในเรื่องดังกล่าว

    อีกปัจจัยที่ทำให้สามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้ มาจากศักยภาพด้านการผลิตของ Chery Group ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 23 ส่งผลให้บริษัทมีปริมาณการผลิตจำนวนมากและสามารถบริหารต้นทุนการผลิตได้ นอกจากนี้ประเทศจีนยังเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก ทำให้บริษัทมีต้นทุนด้านแบตเตอรี่ที่ลดลงเช่นกัน

    “เราไม่อยากพูดว่าเป็นแบรนด์ที่ทำราคาถูก แต่อยากให้มองว่าเราเป็นแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มค่ากับตลาดมากกว่า”


ย้ำไม่ทิ้ง BEV เดินหน้าพัฒนารถยนต์ทุกเทคโนโลยี

    Cedric Cui ประธานบริษัท OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) กล่าวว่า Chery Group เปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปสู่รถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเป็นการพัฒนาควบคู่กันทั้ง BEV, REEV และ PHEV

    ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน Chery Group เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ BEV (CHERY Q) ขณะที่สัปดาห์นี้ JAECOO เปิดตัวรถยนต์ REEV เนื่องจากบริษัทรับรู้ว่าผู้ใช้รถชาวไทยมีไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงต้องการมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม

    แม้ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสัดส่วนของรถยนต์แต่ละประเภทที่ Chery Group ทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้บริษัทจำหน่ายรถยนต์ BEV เพียงอย่างเดียว 100% ก่อนจะเริ่มเพิ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกประเภทอื่นๆ เข้ามา

    “Chery Group มองการพัฒนารถยนต์พลังงานทางเลือกในทุกประเภท ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจ BEV หรือจะทำแค่ PHEV และ REEV เท่านั้น แต่เราจะทำควบคู่และบาลานซ์กันไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยด้วยว่าจะรองรับการเติบโตของรถยนต์ BEV ได้มากน้อยเพียงใด ปัจจุบัน BEV ยังเป็นสัดส่วนหลักของ Chery Group ในประเทศไทย แต่ในช่วง 5 ปีหลังจากนี้ก็คงต้องติดตามกัน ซึ่งคาดว่าสัดส่วนของ PHEV และ REEV น่าจะขยับเพิ่มขึ้น”


Cedric Cui


ยอดขายในไทยโตมากกว่าเท่าตัว

    Cui ระบุอีกว่า Chery Group ทำตลาดในประเทศไทยผ่าน 2 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO และ Chery โดยแยกตำแหน่งทางการตลาด รวมถึงแยกเครือข่ายผู้จำหน่ายออกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากมีความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้า

    โดยปัจจุบัน OMODA & JAECOO มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 3,000-3,500 คันต่อเดือน ขณะที่ Chery มียอดขายประมาณ 600-1,000 คันต่อเดือน

    เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสแรกของปี 2025 บริษัทมีเพียงแบรนด์ OMODA & JAECOO ทำตลาดในประเทศไทย และมียอดขายเพียง 500-600 คันต่อเดือน ส่วนในไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทได้รับแรงหนุนจากความต้องการของลูกค้าและยอดสั่งซื้อตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ส่งผลให้ยอดขายเติบโตมากกว่า 1 เท่าตัว


ดัน EV 4.0 เตรียมนำ LUXEED และ iCAR รุกตลาด

    Cui กล่าวถึงกรณีมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 ที่จะสิ้นสุดในปีถัดไปว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอยู่ระหว่างหารือกับภาครัฐถึงความเป็นไปได้ในการเดินหน้ามาตรการ EV 4.0 เพื่อขยายสิทธิประโยชน์และสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

    เขากล่าวว่าการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา โดยยกตัวอย่างประเทศจีนที่ใช้มาตรการสนับสนุนต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี กว่าที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในสู่รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน สำหรับประเทศไทยระยะเวลาของมาตรการในปัจจุบันยังถือว่าสั้นมาก

    อย่างไรก็ตาม หากท้ายที่สุดไม่มีมาตรการ EV 4.0 บริษัทจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ตลาดไทยได้ พร้อมสร้างให้ตลาดเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์และการผลิตรถยนต์ภายใต้ Chery Group

    ปัจจุบันโรงงานของบริษัทในประเทศไทยยังผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV เท่านั้น แต่ในอนาคตมีแผนเพิ่มเครื่องจักรและขยายการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น รวมถึงมีแผนผลิตรถยนต์ REEV ในประเทศไทย

    นอกจากนี้ Chery Group เตรียมนำรถยนต์แบรนด์ LUXEED และ iCAR มาโชว์เคสในประเทศไทยภายในงาน Motor Expo ปีนี้ โดยจะมีการแยกการดำเนินธุรกิจจากแบรนด์เดิมอย่างชัดเจน ทั้งด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย การสร้างแบรนด์ และทีมขาย โดยจะมีการประกาศกลยุทธ์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างเป็นทางการในภายหลัง


JAECOO 6T REEV วิ่งไกล 800 กม.

    สำหรับ JAECOO 6T REEV ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ REEV ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า (ปั่นไฟ) เพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น ไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง จึงยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้า

    ดังนั้น เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ที่ติดกับรถ ทำให้สามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน และเดินทางต่อเนื่องได้ในระยะไกล

    ด้านสมรรถนะ รุ่น 2WD วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุดด 190 กิโลเมตร และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 800 กิโลเมตร ส่วนรุ่น 4WD วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 160 กิโลเมตร และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 750 กิโลเมตร โดยรองรับการชาร์จจากภายนอก ทั้งการชาร์จ AC ได้สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC ได้สูงสุด 100 kW





เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ฮุนไดรับ “ต้นทุนสูง” ขายถูกไม่ได้ ทำยอดขายในไทยโตช้า ส่ง IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยกระตุ้น! ราคาพิเศษ 400 คันแรก 1.399 ล้านบาท

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine