ZARA ปักธง "เซ็นทรัล พาร์ค" ผุดแฟลกชิพสโตร์ 2,000 ตร.ม. ชูกลยุทธ์ Omnichannel รุกหนักตลาดรีเทล

ZARA ปักธง "เซ็นทรัล พาร์ค" ผุดแฟลกชิพสโตร์ 2,000 ตร.ม. ชูกลยุทธ์ Omnichannel รุกหนักตลาดรีเทล

FORBES THAILAND / ADMIN
02 Jun 2026 | 12:01 PM
READ 82

ZARA เดินหน้าขยายสัดส่วนการตลาดในไทย เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ณ เซ็นทรัล พาร์ค นำร่องโมเดลร้านค้ารูปแบบใหม่ระดับสากล ที่ชูจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี Omnichannel และแนวคิดความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบครบวงจร


    การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นของไทยยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง ล่าสุด ZARA แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ระดับโลกภายใต้เครือ Inditex ได้ประกาศเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุด ณ โครงการมิกซ์ยูสระดับไฮเอนด์อย่าง "เซ็นทรัล พาร์ค" ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตการเติบโตทางธุรกิจ และตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์แฟชั่นชั้นนำในตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน

    โดยสาขาแห่งนี้จะตั้งอยู่บริเวณพลาซ่าหลักของโครงการ ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ชั้น และไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดจำหน่ายสินค้า แต่ถูกวางให้เป็น "จุดหมายปลายทาง" ที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค



ตีความความหรูหราผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย

    เพื่อให้สอดรับกับการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ ZARA จึงพลิกโฉมการออกแบบด้วยการนำคอนเซปต์สถาปัตยกรรมระดับสากลมาปรับใช้ โดยมอบหมายให้ทีม ZARA Architecture Studio ออกแบบภายใต้แนวคิด "พื้นที่แห่งการค้นพบ" (Space of Discovery) โดดเด่นตั้งแต่โถงทางเข้าด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume ที่เปิดรับสายตาจากลานกลางของศูนย์การค้า

    ขณะที่การตกแต่งภายในจะเป็นการนำองค์ประกอบคลาสสิกอย่างซุ้มเสามาตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์น ผสมผสานเท็กซ์เจอร์ของวัสดุที่หลากหลาย ทั้งพื้นผิวลายหิน พื้นไม้โอ๊ค และรายละเอียดจากสเตนเลสสตีล เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูพรีเมียม อบอุ่น และเหนือกาลเวลา 

    โดยมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งคอลเลคชันบุรุษ สตรี ไปจนถึงโซนเฉพาะกลุ่มอย่างน้ำหอม รองเท้า และกระเป๋า เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากสำรวจและใช้เวลาอยู่ภายในร้านนานขึ้น



เชื่อมโลกช้อปปิ้งด้วยเทคโนโลยี Omnichannel

    นอกเหนือจากการสร้างความดึงดูดใจผ่านการออกแบบพื้นที่ออฟไลน์แล้ว การตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่คืออีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ เพื่อผสานเส้นทางการช้อปปิ้งระหว่างแพลตฟอร์มออนไลน์และหน้าร้านให้เป็นหนึ่งเดียว 

    ZARA สาขาเซ็นทรัล พาร์ค จึงนำร่องนำนวัตกรรมบริการเข้ามาช่วยขับเคลื่อนทั้งยอดขายและความพึงพอใจ โดยลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ ZARA เพื่อเช็กสต็อกสินค้าภายในร้านแบบเรียลไทม์ หรือสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้วมารับที่สาขาได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 

    นอกจากนี้ เพื่อลดความแออัดและเพิ่มความคล่องตัวในการบริการ (Operational Efficiency) ทางแบรนด์ได้กระจายจุดชำระเงินอัตโนมัติแบบมีผู้ช่วยบริการไว้ในทุกโซนของร้าน รวมถึงเพิ่มจุดรับคืนสินค้าแบบฟาสต์แทร็ก ซึ่งช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย



ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแกนความยั่งยืน (ESG)

    ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเรื่องยอดขายและนวัตกรรม แต่ทิศทางของร้านสาขานี้ยังสอดรับกับเป้าหมายใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง Inditex ที่ประกาศเตรียมก้าวสู่ "ความเป็นกลางทางคาร์บอน" (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040

    ZARA สาขานี้ จึงถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานขั้นสูง ผ่านระบบไฟ LED รูปแบบใหม่ที่ประหยัดพลังงานแต่ยังคงความสว่างระดับพรีเมียม พร้อมเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอัจฉริยะ "Inergy" ที่ช่วยตรวจสอบและควบคุมการใช้ไฟฟ้าตลอดจนระบบปรับอากาศจากศูนย์กลาง เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน ทางแบรนด์ยังดึงผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการตั้งจุดรับรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์จากการสั่งซื้อออนไลน์ และจุดรับบริจาคเสื้อผ้ามือสองที่ร่วมมือกับองค์กรการกุศล เพื่อต่ออายุการใช้งานของสินค้าแฟชั่น

    ดังนั้น การขยับตัวเปิดสาขาที่ 12 ในประเทศไทยของ ZARA ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่ขาย แต่เป็นการนำเสนอ "โมเดลร้านค้าปลีกแห่งอนาคต" ที่หลอมรวมสุนทรียภาพทางแฟชั่น เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จากสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์! “ยูนิโคล่” ครบ 15 ปีในไทยแล้ว ปี 68 กวาดรายได้ 1.96 หมื่นล้านบาท ปีนี้ลุยต่อเตรียมเปิดสาขาที่ 74

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine