สาขาที่ 4 มาแล้ว! Wingstop เปิดแฟล็กชิปสโตร์สาขาใหญ่สุดในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเดินหน้าขยายเพิ่มอีก 3 สาขา “เนม-ปราการ ไรวา” มั่นใจรายได้รวมทั้งแบรนด์แตะ 100 ล้านบาทในปีนี้ และวางแผนรุกขยายสาขาเพิ่มเท่าตัวในปีหน้า
หลังจากประเดิมสาขาแรกที่ MBK Center เมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร้านไก่ทอด Wingstop ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอส แอนด์ พี วิงส์ จำกัด เตรียมเปิดสาขาที่ 4 ซึ่งเป็น flagship store ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ขนาด 305 ตารางเมตร ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 ในวันที่ 12 กันยายน 2569
ปราการ ไรวา ผู้บริหารแบรนด์ Wingstop ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับผลตอบรับที่ผ่านมาแบรนด์มีกระแสอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่บริษัทจะลงทุนหลักสิบล้านบาทเพื่อเปิดสาขาที่ 4 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ หลังจากเพิ่งเปิดสาขาที่สามย่านมิตรทาวน์ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็น flagship store เช่นเดียวกัน โดย Wingstop ในประเทศอื่นยังไม่เคยมีการเปิด flagship store ติดกันภายในเวลาไม่ถึงเดือน
สำหรับความแตกต่างของสาขาเซ็นทรัลเวิลด์อยู่ที่ขนาดร้านและดีไซน์เฉพาะตัว โดยถูกออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายสนามมวยราชดำเนิน มีทั้งนวมและที่นั่งซึ่งถูกออกแบบให้เหมือนเวทีมวย เพื่อสะท้อนความเป็นไทยในรูปแบบอินเตอร์ พร้อมสร้างความสนุกสนาน เนื่องจากทำเลเซ็นทรัลเวิลด์มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อีกทั้งยังได้พื้นที่บริเวณหัวมุมของชั้น 6 ซึ่งเป็นโซนอาหารที่มีคนเดินตลอดทั้งวัน และเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์
นอกจากนี้ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ยังมีไฮไลต์อย่าง Wingstop x Akkara Bangkok คอลเลกชัน Merchandise รุ่นพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะสาขา พร้อมด้วย Wingstop x Guss Damn Good ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Wingstop คอลแลบกับแบรนด์ไอศกรีม จนเกิดเป็นไอศกรีมรส “Lemon Pepper” ในรูปแบบ sorbet ซึ่งถือเป็นเมนูของหวานครั้งแรกของ Wingstop และเป็นสิ่งที่ประเทศอื่นยังไม่เคยทำเช่นกัน
“เราเชื่อว่าแบรนด์ Wingstop สามารถสร้างตรงนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กอะไรบางอย่างให้เซ็นทรัลเวิลด์ได้” ปราการกล่าว

ปีนี้เปิดตามเป้า 7 สาขา มั่นใจรายได้แตะ 100 ล้าน
ปราการ กล่าวว่า สำหรับการขยายสาขาต่อจากนี้ ได้แก่ เซ็นทรัลเวสต์เกต และเดอะมอลล์บางกะปิ ก่อนที่จะเปิดสาขาในทำเลรังสิตช่วงปลายปี ทำให้ Wingstop จะมีทั้งหมด 7 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ในช่วงแรกบริษัทอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนในการขยายจากสาขาแรกไปสู่สาขาที่ 2 แต่หลังจากนั้นแบรนด์สามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง
เขายังระบุเพิ่มเติมว่า Wingstop ในต่างประเทศมองประเทศไทยเป็นต้นแบบในการขยายธุรกิจ เนื่องจากสาขาในต่างประเทศส่วนใหญ่เน้นการให้บริการเดลิเวอรี่ และไม่ได้ลงทุนกับสาขามากนัก ขณะที่ Wingstop ประเทศไทยสามารถทำกิจกรรมที่แตกต่างออกไปได้ เช่น การจัดคอนเสิร์ตภายในร้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้า
สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้ ปราการเผยว่า ยังคงอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่เปิดร้านเมื่อ 8 เดือนก่อน โดยปัจจุบันรายได้เกือบถึง 100 ล้านบาทแล้ว และคาดว่าจะทำได้ถึง 100 ล้านบาทอย่างแน่นอน
ขณะที่ปีหน้า ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาจากปีนี้อีกเท่าตัว โดยพยายามขยายสาขาให้ได้ทุกเดือน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้คาดว่าเป้าหมายรายได้จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ มีแผนเปิดสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน ซึ่งจะทำให้แบรนด์สามารถสร้างลูกเล่นหรือดีไซน์ได้มากขึ้น รวมถึงแสดงความเป็นไทยออกมาได้ แต่ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ โดยวางแผนว่าในปีหน้าจะมีสาขานอกห้างสรรพสินค้ามากขึ้น
“เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากปีนี้ ในการเลือกโลเคชั่นปีหน้าที่เหมาะกับแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่ว่าเราไปที่ไหนแล้วคนจะตามเราไป ต้องเป็นที่ที่คนเดินผ่านเยอะๆ และพื้นที่ก็สำคัญว่ากลุ่มลูกค้าเราอยู่ตรงไหนบ้าง” ปราการกล่าว
สำหรับแผนการทำเดลิเวอรี่ ปราการระบุว่า บริษัทต้องการควบคุมคุณภาพให้แน่นอนมากกว่านี้ก่อน เพราะเมื่อไก่ไปถึงผู้บริโภคอาจไม่กรอบแล้ว ประกอบกับต้องการขยายสาขาหรือจุดขายให้มากกว่านี้ โดยแผนการทำเดลิเวอรี่อาจอยู่ในช่วงไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2 ของปีหน้า ขณะที่แผนการขายแฟรนไชส์ยังไม่ได้อยู่ในระยะเวลาอันใกล้ โดยต้องพิจารณาหลังจากดำเนินธุรกิจครบ 5 ปี
Gen Z ลูกค้าหลัก
ปราการกล่าวว่า ภาพรวมตลาดไก่ทอดยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีแบรนด์คนไทยเปิดใหม่ ผู้บริโภคก็สนใจและอยากไปลองรับประทาน เนื่องจากไก่ทอดเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทุกเพศทุกวัย
สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของ Wingstop คือ Gen Z ซึ่งมีความชื่นชอบทั้งเรื่องดนตรี กีฬา และแฟชั่น โดยแบรนด์พยายามนำองค์ประกอบเหล่านี้เข้ามาอยู่ใน Wingstop เพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าไม่ได้มีเพียงการมารับประทานไก่เท่านั้น
ขณะที่สัดส่วนลูกค้าขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยสาขา MBK Center มีสัดส่วนคนไทย 60% และต่างชาติ 40% ส่วนสาขาสามย่านมิตรทาวน์มีลูกค้าเป็นนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 80% ส่วนสาขาเซ็นทรัลเวิลด์คาดว่าจะมีทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและคนไทยเข้ามาใช้บริการ แต่โดยภาพรวมลูกค้าของแบรนด์เป็น Gen Z กว่า 70%
ด้านพฤติกรรมของลูกค้า ปราการพบว่าลูกค้าใหม่ที่เข้ามาใช้บริการครั้งแรกจะทดลองสั่งหลายเมนู และเมื่อพบเมนูที่ชื่นชอบก็จะกลับมาสั่งเมนูนั้นในครั้งถัดไป โดยรสชาติที่ขายดีที่สุดคือ Hot Honey ซึ่งไม่ได้มีความเผ็ดมากนัก ทำให้ทราบว่าคนไทยไม่ได้ชื่นชอบรสชาติที่เผ็ดมาก
ทั้งนี้ กลุ่ม Gen Z จะชื่นชอบไก่ไม่มีกระดูก เนื่องจากเป็นชิ้น มีโปรตีนสูง และรับประทานง่าย ขณะที่กลุ่มอายุสูงกว่าจะชื่นชอบไก่ชิ้นส่วนปีก ทำให้ทั้ง 2 ประเภทเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์
สำหรับภาพรวมตลาดไก่ทอด Wingstop มองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกของตลาด โดยมีฐานกลุ่มเป้าหมายของตัวเองในตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งแต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นแตกต่างกัน และ Wingstop ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาด
ขณะที่เป้าหมายในอนาคต ปราการระบุว่าคือการทำให้ Wingstop เป็น top of mind ของ Gen Z หรือคนรุ่นใหม่ และต้องการให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้างมากขึ้น สามารถจับกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายและมากขึ้น
“เราโฟกัส young generation วันหนึ่ง Gen Z ก็ต้องแก่ขึ้น เราก็จะโฟกัส Alpha มากขึ้น และ generation ต่อๆ ไป ถ้า generation นั้นสนใจหรือชอบอะไร เราก็จะพยายามจับเทรนด์ตรงนั้นให้ได้” ปราการกล่าว
ภาพ : Wingstop
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ปราการ ไรวา” เจนใหม่ S&P จาก Getsunova สู่ภารกิจปั้นร้านไก่ทอด Wingstop บุกตลาดไทย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


