ตอบโจทย์คนอุดรฯ ที่นิยมใช้ "ยูดี ทาวน์" เป็นสถานที่นัดพบเพื่อ Hang Out และเป็นสถานที่แสดงตัวตนให้ผู้คนสนใจ ผู้บริหารยูดีทาวน์พร้อมผลักดันและช่วยขับเคลื่อนจังหวัดนี้ให้เป็นเมืองเฟสติวัลระดับภูมิภาค ล่าสุดทุ่มงบจัดงานสงกรานต์ 30 ล้าน! สร้างความบันเทิงแสง สี เสียง อุโมงค์น้ำ พร้อมศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง และดีเจเปิดแผ่นจากเกาหลีมาดึงดูดใจ คาดยอดขายเครื่องดื่มตลอด 4 วัน จะหนุนรายได้ปีนี้โตพุ่งจากปีก่อน 50-80%
กลุ่มธุรกิจยูดีทาวน์ เดินหน้าตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2569 นี้กลุ่มธุรกิจยูดีทาวน์ และบริษัทในเครือ ได้ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เตรียมจัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเนรมิตพื้นที่แห่งความบันเทิง แสง สี เสียง ชุ่มฉ่ำกับอุโมงค์น้ำ ปาร์ตี้โฟม คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และดีเจชั้นนำ รวมประสบการณ์ร่วมสมัยไว้อย่างครบครัน ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ลาน เดอะแลนด์ (The Land) ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ อุดรธานี
อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เผยว่า ภาพรวมของยูดีทาวน์ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะเราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น Lifestyle Destination และ Event Destination ของคนอุดรธานีและภาคอีสาน กลยุทธ์สำคัญของเรา คือการบริหารพื้นที่ให้ตอบโจทย์คนหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งลูกค้าท้องถิ่น นักท่องเที่ยว ผู้จัดงาน ร้านค้า และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
"เรามี 3 ธุรกิจหลักอย่าง ศูนการค้ายูดี ทาวน์ ที่สร้างรายได้หลักมากถึง 60% และมียอด traffice ของผู้ที่มาใช้บริการตลอดทั้งวันช่วงวันธรรมดา 12,000 คน/วัน, วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ 20,000-30,000 คน/วัน, และช่วงการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ อย่างเทศกาลเคาน์ดาวน์หรือเทศกาลสงกรานต์ วันละไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ถัดมาคือ ศูนย์การประชุมเพื่อรองรับธุรกิจ Mice 30% และอีก 10% ที่เหลือเป็นส่วนของธุรกิจโรงแรมที่ยังมีขนาดเล็กด้วยจำนวนห้องพัก 68 ห้อง แต่เน้นให้บริการในระดับพรีเมียม ซึ่งในปีนี้เรายังคงทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาทไม่ต่างจากปีก่อนเพื่อจัดงานสงกรานต์ แต่มีการควบคุมการใช้จ่ายในเรื่องของแสง สี เสียง อุโมงค์น้ำ และดึงเอาศิลปินเกาหลีและศิลปินลูกทุ่งชื่อดังของไทยมาช่วงดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาเที่ยวมากขึ้น"

ทั้งนี้ในแต่ละปี ยูดี ทาวน์ จะมีการจัด Signature Event ใหญ่ๆ ประมาณ 10 งาน เพื่อดึงดูดใจให้ผู้บริโภคหมุนเวียนมาใช้บริการด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1. การคัดสรร tenant และกิจกรรมที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคจริง 2. การสร้าง traffic ผ่านอีเวนต์ขนาดใหญ่และกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี 3. การบริหารพื้นที่แบบยืดหยุ่น เพื่อให้พื้นที่เดียวกันสามารถสร้างรายได้และประสบการณ์ได้หลายรูปแบบเป็นต้น
และสำหรับหนึ่งอีเวนต์ใหญ่ประจำปีนี้ ได้แก่งาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” ที่จัดขึ้นระหว่าง 13-16 เมษายน ภายใต้ธีม Neon Water: The Power of the Flow มีศิลปินชื่อดัง อาทิ ก้อง ห้วยไร่, Retrospect, อ๊อฟ ปองศักดิ์, Tilly Birds, MAIYARAP รวมถึงศิลปินและดีเจสายปาร์ตี้ระดับสากล อย่าง SUN B x MC JASON, BUDDHA, SHOCKKO และอีกมากมาย ที่จะมาช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้มาร่วมงานตลอด 4 วัน ได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 คน โดยแบ่งสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 85% และอีก 15% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่าง ลาว เกาหลี สหรัฐฯ และยุโรป ตามลำดับ

"ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและชะลอตัวลง เราจึงมีการจัดทำโปรโมชันในราคาต่างๆ ให้ตอบโจทย์แก่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และยังสามารถ enjoy ไปกับเครื่องดื่มต่างๆ ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของงานได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าปีนี้รายได้ของการจัดงานสงกรานต์จะยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีก่อนอยู่ที่ 50-80%" อภิชา กล่าว
สำหรับกติกาในการเข้าร่วมเทศกาล “UD TOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026” มีการแบ่งโซนดังนี้ โซนคอนเสิร์ต บัตร 100 บาท และเข้าฟรีก่อน 18.00 น. โซนถังน้ำพร้อมเปียกสำหรับ 4 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท/วัน โซนพื้นที่ยกระดับพร้อมทางเข้าส่วนตัวและห้องน้ำแยกพิเศษ โซนโต๊ะยืนสำหรับ 4 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 2,699 บาท/วัน โซนโต๊ะนั่งสำหรับ 6 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 4,999 บาท/วัน
ด้าน ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ผู้บริหารโรงเเรมโมโค และศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ เผยว่า ภาพรวมการเติบโตของธุรกิจกลุ่มโรงแรม MOCO และศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอลล์ ในปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาที่ชัดเจนขึ้น โดยในส่วนของ Hotel MOCO ที่มีจำนวน 68 ห้าง และมีห้องให้เลือกทั้งหมด 4 Type สามารถสร้างจุดแข็งของการเป็นโรงแรม Premium Boutique Hotel ที่มีราคาโดยเฉลี่ยในช่วงปกติอยู่ที่ 2,856-7,556 บาทต่อคืน และอาจจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเทศกาลหรือ High Seasons โดยขณะนี้ทางโรงแรมมียอดจองเข้าพักแล้วถึง 80%
"สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 เราเน้นการสร้างระบบการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงให้ Hotel MOCO, Montatip Hall และธุรกิจในเครือ ทำงานส่งเสริมกันเป็น Ecosystem เดียวกัน นับตั้งแต่เรื่องที่พัก อาหาร กิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการเชื่อมกับอีเวนต์สำคัญของจังหวัดอุดรธานี เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมื่อมาถึงอุดรธานีแล้ว สามารถใช้เวลา พักผ่อน และทำกิจกรรมได้อย่างครบวงจร" ภาสกร กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนเป้าหมายโปรเจกต์ใหม่ ทางธุรกิจโรงแรมและศูนย์การประชุมยังมองถึงการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น ทั้งกลุ่ม Long-stay, กลุ่มคนทำงานที่เดินทางได้อย่าง Digital Nomad, รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับให้อุดรธานีเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ผู้คนอยากกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกเรื่อยๆ
ภาพ : ยูดี ทาวน์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ส่องแผน "เซ็นทรัลพัฒนา" ปี 69 เตรียมเปิดห้างหลังรีโนเวทใหม่ และขยายโรงแรมไปที่ไหนบ้าง? ลองเช็คดู!
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

