TOSTEM ตั้งเป้าปี 69 ขยายเพิ่มอีก 7 สาขาให้ครบ 25 แห่ง คาดรายได้โต 20% พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม-ดีไซน์ใหม่ด้วย ประตูหน้าบ้านใช้เทคนิคลายไม้ญี่ปุ่นบนบานเหล็ก “GIESTA” และ “IN16” ประตูและฉากกั้นภายในดีไซน์บางเฉียบเพียง 16 มม. ในงานสถาปนิก’69 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เม.ย. - 3 พ.ค. นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
วิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์ “ทอสเท็ม” (TOSTEM) ภายใต้บริษัท ลิกซิลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (LIXIL) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าโครงการ (Project) เติบโตชะลอลง
TOSTEM จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าในตลาดศักยภาพสูงที่ยังคงต้องการโซลูชันที่อยู่อาศัยใหม่ เช่นกลุ่มเจ้าของบ้าน (Retail) ที่กำลังรีโนเวทหรือสร้างบ้านใหม่และกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building)อาทิ โรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา
ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มหลัก คือ การขยายเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา TOSTEM Studio ที่บริหารงานโดยตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดพื้นที่ประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของ TOSTEM ด้วยตนเอง

ปัจจุบัน TOSTEM Studio เปิดให้บริการแล้ว 18 แห่งทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ปทุมธานีสมุทรปราการ นครปฐม อยุธยา พิษณุโลก ชลบุรีอุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลาน่าน เชียงราย เชียงใหม่ และตั้งเป้าจะขยายเพิ่มอีก 7 สาขา ให้ครบ 25 สาขาภายในปีนี้ คาดว่าการขยายเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยให้ยอดขายรวมในปี 2569 โตเพิ่มขึ้นอีก 20% จากปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ทาง TOSTEM ยังเตรียมเปิดตัว 2 โปรดักส์ใหม่ ได้แก่ ประตูเหล็กหน้าบ้านลายไม้ “GIESTA” ที่นำเทคนิค‘Uzukuri’ (อุซุคุริ) หรือการขัดผิวไม้ให้ลวดลายวงปีปรากฏเป็นรอยนูนตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับบานประตูเหล็ก เพื่อเน้นลายไม้ให้โดดเด่นและสัมผัสเสมือนไม้จริง มีสีให้เลือกหลากหลาย พร้อมเปิดตัวสีใหม่ Chestnut สีน้ำตาลโทนอบอุ่น

และ “IN16 Interior Series” (ไอเอ็นซิกส์ทีน) นวัตกรรมประตูและฉากกั้นภายในดีไซน์บางเฉียบ16 มม. ทั้งบานเลื่อนแขวน (Synchronized Hanging Door) เปิด-ปิดได้พร้อมกันสองฝั่ง บานเปิด (Swing Door with Floor Spring Hinges) มีโช๊คประตูฝังพื้นและฉากกั้นห้องแบบเข้ามุม (Corner Type Fixed Divider) ช่วยผสานบรรยากาศจากธรรมชาติภายนอกกับพื้นที่ภายในอย่างกลมกลืน และซ่อนรอยต่อของสกรูไว้อย่างแนบเนียน เพิ่มความสบายตาและโปร่งโล่งสบายให้กับบ้านพร้อมสีให้เลือกถึง 5 สี ทั้ง Natural White, Shine Gray, Autumn Brown, Dusk Gray และ Natural Black พร้อมเผยโฉมครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 เม.ย. - 3 พ.ค. นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภาพ : TOSTEM
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Flying Tiger Copenhagen" กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 200 ล้าน ปักธงย่าน CBD ขยายสาขาเพิ่ม 20 แห่งทั่วประเทศ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

