“ท็อปส์” เดินหน้ารุกบิวตี้รีเทลนอกซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มตัว เตรียมเปิด “LOOKS” สแตนด์อะโลนช็อปที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน 20 พ.ค. นี้ นำเข้าสินค้าทั่วโลก พร้อมสินค้า Only@LOOKS เท่านั้นอีกกว่า 500 รายการ ราคาเข้าถึงง่าย ไม่ต้องง้อสายหิ้ว
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขยายพอร์ต Beauty & Wellness ครั้งสำคัญ รับเมกะเทรนด์อุตสาหกรรมความงามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ “แตก” ธุรกิจ LOOKS มาเป็นอีกธุรกิจหนึ่งมีทีมบริหารงานโดยเฉพาะ ภายหลังจากประสบความสำเร็จจากการแตกธุรกิจไวน์มาเป็นธุรกิจใหม่ภายใต้ “Tops Wine Cellar" เมื่อหลายปีที่ผ่านมา
ท็อปส์ Spin Off ธุรกิจของ "LOOKS” ซึ่งเป็นโซนสินค้าบิวตี้สุขภาพและความงามในร้านท็อปส์ พร้อมเปิดตัว “LOOKS” โฉมใหม่ในรูปแบบ “สแตนด์อะโลน” ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “TOTAL LOOKS” อยู่บนพื้นที่ขนาด 200 ตารางเมตร มีสินค้าให้เลือก 5,000 รายการ มุ่งสู่การเป็นบิวตี้เดสติเนชันครบวงจรของผู้บริโภคสายบิวตี้ยุคใหม่
โดยสินค้าในร้าน LOOKS สแตนด์อะโลน 46% เป็นสกินแคร์ ซึ่งแบ่งเป็นเฟเชียลแคร์ 35.2% และบอดี้แคร์ 10.9% ที่เหลือเป็นเมคอัพ 20.7% เภัณฑ์ดูแลเส้นเส้นผม 16.2% เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ
การเลือกเปิด LOOKS โฉมใหม่ ที่โรบินสัน ศรีสมาน เพราะศักยภาพของกลุ่มลูกค้าครอบครัวรุ่นใหม่และกำลังซื้อในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวของชุมชนที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์รีเทลอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและเปิดรับสินค้าใหม่ได้ดี

ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ท็อปส์ขยายพอร์ตธุรกิจจากผู้นำด้านฟู้ดรีเทลสู่การรุกตลาดบิวตี้รีเทลอย่างเต็มตัว เนื่องจากตลาดผลิตภัณฑ์ความงามเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพและมีอัตราการเติบโตสูงมาก โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เติบโตขึ้นถึง 3 เท่า
ขณะเดียวกัน มูลค่าตลาดในเมืองไทยในปี 2025 ที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 180,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวปีละ 5-7% ต่อปีระหว่าง 2026-2036 หรือมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 290,000 ล้านบาท
“ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้สินค้าในกลุ่มดังกล่าวเป็นที่ต้องการมากขึ้น ตลาดขยายใหญ่ขึ้น ในขณะที่คนซื้ออายุน้อยลง ทำให้เรามองเห็นโอกาสสำหรับกลุ่มสินค้าประเภทที่เรียกว่า Masstige (Mass + Prestige)” ธนวัตรกล่าว

ธนวัตรระบุอีกว่า นอกจากนี้ ลูกค้ายังต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาที่เข้าถึงได้ ประกอบกับความสำเร็จของ LOOKS ด้วยยอดขายที่เติบโตในปี 2568 ถึง 2 หลักจากปีก่อนหน้า ทั้งสาขาที่อยู่ในร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เดลี่ ติด Top 5 ประเภทสินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดเช่นเดียวกับไวน์ และธุรกิจอาหารสด ทำให้บริษัทมั่นใจเดินหน้ากลยุทธ์เพื่อสร้าง LOOKS ให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ผ่านโมเดลธุรกิจแบบสแตนด์อะโลน
จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดในเครือเซ็นทรัล รีเทล บอกว่า การแยก LOOKS เป็นธุรกิจใหม่ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และช่วยขยาย basket size เพิ่มขึ้น แม้จะมีร้านบิวตี้สโตร์มากถึง 2,000 สาขาทั่วประเทศ แต่เชื่อว่าลูกค้าจะมาช็อปที่ LOOKS โฉมใหม่ เพราะเหตุผลหลัก 3 ข้อ คือ สินค้ามีความแตกต่าง ประสบการณ์ที่ยกระดับ และราคาที่เข้าถึงได้
พักร์วิมล สตะเวทิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก - LOOKS บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า จากการวิเคราะห์อินไซต์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น และให้ความสำคัญกับสกินแคร์ที่เรียบง่าย ไม่ต้องใช้หลายขั้นตอน แต่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือรีวิวจากผู้ใช้จริงมากกว่า การสื่อสารผ่านโฆษณาแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้การใช้สินค้าเพื่อความงามยังเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีค่าใช้จ่ายด้านความงามเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000–1,500 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งสินค้าและประสบการณ์ในรูปแบบที่ลึกขึ้น
“เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จของ LOOKS ในรูปแบบเดิม เราจึงพัฒนา LOOKS โฉมใหม่ให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า โดยนำเข้าสินค้าแบรนด์ความงามและเวลเนสจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ครอบคลุมทั้งเกาหลี ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย

“สินค้าที่ LOOKS สแตนด์อะโลนมีความแตกต่าง เพราะ 50% นำเข้าจากต่างประเทศ และอีก 15% หรือประมาณ 500 รายการ เป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ยังมี Own Brand ของท็อปส์ที่ได้ร่วมมือกับ COSMAX พาร์ทเนอร์ผู้ผลิตสินค้าบิวตี้รายใหญ่ในเกาหลี คิดและพัฒนาสูตรร่วมกัน ในเบื้องต้นจะมีสินค้า Own Brand วางตลาด 2 แบรนด์ในวันเปิดร้านโฉมใหม่ ได้แก่ Tonepop มีจุดเด่นด้านความสนุก สีสัน และเข้าถึงง่าย ราคาเริ่มต้นที่ 129 บาท ขณะที่อีกแบรนด์คือ Dermaze เป็นสินค้าเวชสำอาง และในเดือนมิถุนายนอีก 2 แบรนด์”
ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่
• Expert Curation – “คัดสรร” ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทั่วโลก LOOKS สแตนด์อะโลนโฉมใหม่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินค้า (Curated Assortment) อย่างพิถีพิถัน โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ความงามและเวลเนสประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายประเภทและหมวดหมู่ตั้งแต่สบู่ ยาสระผมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงการดูแลผิวหน้าและการดูแลสุขภาพภายใน เช่น วิตามิน อาหารเสริม รวมมากกว่า 5,000 SKU
• Total Wellness – “ครบครัน” ทุกความงามและสุขภาพครบจบในที่เดียว LOOKS ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านความงามและการดูแลตัวเอง (Self-care Destination) ที่ครบจบในที่เดียว ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ บอดี้ แฮร์ ไปจนถึงเมคอัพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Wellness) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองการดูแลตัวเองแบบองค์รวม (Holistic Care)
• Trusted Value – “คุ้มค่า” ในราคาที่เข้าถึงได้ LOOKS มุ่งนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม (Value for Money) โดยคงมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในทุกการเลือกซื้อ

“การเปิดตัว LOOKS สแตนด์อะโลนโฉมใหม่ในครั้งนี้ เราคาดหวังให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ LOOKS ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลสุขภาพครบวงจร และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าว การเปิดร้าน LOOKS สแตนด์อะโลนในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางของตลาด Beauty Retail ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบเดิม สู่การเป็น Curated และ Experience-led Retail มากยิ่งขึ้น” พักร์วิมลกล่าว
บริษัทตั้งเป้าขยายสาขา LOOKS ในทุกโมเดลอีก 100 แห่งภายในปี 2571 รวมร้าน LOOKS สแตนด์อะโลนที่จะเปิดในปีนี้อีก 10 แห่ง ซึ่งจะมีพื้นที่ตั้งแต่ 200-500 ตารางเมตร เกิดการจ้างงาน 15 คนต่อสาขาเป็นอย่างต่ำ ขึ้นกับขนาดพื้นที่
สำหรับสินค้าไฮไลต์ในร้าน LOOKS สแตนด์อะโลน ได้แก่ plu x Hello Kitty - สครับขัดผิวกายอันดับ 1 จากเกาหลี สินค้า DERMAFACTORY - PDRN4% สำหรับฟื้นฟูผิวระดับเซลล์จากสารสกัดจากปลาแซลมอน สินค้า lalaChuu - Mask สำหรับทุกสภาพผิว FATION – เจลอาบน้ำแบรนด์ดังจากเกาหลี และ Luvum - Mask ไฮโดรเจลแบรนด์ดังจากเกาหลีเช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน LOOKS มีอยู่ในร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 105 สาขา เน้นการจำหน่ายสินค้าความงามและการดูแลสุขภาพที่ครบทุกความต้องการ ตั้งแต่การดูแลความงามทุกวัน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและวิตามินที่นำเข้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีจำนวนสินค้าประมาณ 7,000 – 10,000 รายการ
LOOKS ยังจำหน่ายภายใต้ ท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด โมเดล มีจำนวน 17 สาขา จำหน่ายสินค้าด้านความงามที่เน้นความสะดวกในขนาดเดินทาง (Travel Size) และสินค้าขนาดเล็กสามารถหยิบซื้อได้อย่างรวดเร็วใกล้บ้าน มีจำนวนสินค้าสูงสุดประมาณ 2,500 รายการ พร้อมกันนี้ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าความงามของ LOOKS ได้ที่ชั้นวางสินค้าเพื่อความงามและดูแลสุขภาพทั่วไปที่ร้านในเครือของท็อปส์ทั้งหมด
ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะเข้าสินค้าใหม่ที่ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เมคอัพและเพอร์ซันนอลแคร์อีกปีละ 3,000 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือก
ท็อปส์สร้างการเติบโตของรายได้ ด้วยการขยายพอร์ตธุรกิจเพิ่มเติม ผ่านกลยุทธ์ Spin Off จาก Tops Wine Cellar ที่เดิมเป็นแค่ section alcohol ในร้าน ถูกนำมา spin off และขยายในรูปแบบสแตนด์อโลนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ หัวหิน ตั้งแต่ปี 2022 และท็อปส์ยังมีแผนต่อยอดกลยุทธ์นี้ไปยัง category อื่นๆ อีก 2-3 ธุรกิจในปีนี้
ภาพ: เซ็นทรัล รีเทล
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เครือเซ็นทรัล รีเทล ปิดดีล! ถือหุ้น 40% “JD Sports Thailand” ดันซูเปอร์สปอร์ตเจาะตลาดพรีเมียม ปักธงยอดขายโต 100%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


