ท็อปส์ลุยค้าปลีก 4.5 ล้านล้าน ผุดสแตนด์อโลนหนุน SME ท้องถิ่น เฟ้นแบรนด์ดาวรุ่งรับเทรนด์สุขภาพ ดันสินค้าไทยโกอินเตอร์ 12 ประเทศ

ท็อปส์ลุยค้าปลีก 4.5 ล้านล้าน ผุดสแตนด์อโลนหนุน SME ท้องถิ่น เฟ้นแบรนด์ดาวรุ่งรับเทรนด์สุขภาพ ดันสินค้าไทยโกอินเตอร์ 12 ประเทศ

FORBES THAILAND / ADMIN
30 Oct 2026 | 12:12 PM
READ 103

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กางแผน 3-5 ปี เร่งเครื่อง “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ปักธงชิงแชร์สมรภูมิค้าปลีก 4.5 ล้านล้านบาท เตรียมผุดร้านสแตนด์อโลน ดันสินค้า SME ไทยเจาะตลาดส่งออกกว่า 12 ประเทศ ล่าสุดโชว์ยอดขาย 9 เดือนโต 20% รับเทรนด์สุขภาพ-ความงามมาแรง พร้อมจัดเวที SME Awards เฟ้นหาแบรนด์ดาวรุ่งเสริมทัพ หวังดันยอดขายสิ้นปีโต 30%


    ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ท้าทายและเต็มไปด้วยโอกาส ด้วยมูลค่าตลาดที่พุ่งสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทในปี 2567 และมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 3-3.5% ต่อปีไปจนถึงปี 2571 ตามข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี

    ทิศทางนี้ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของทุนใหญ่ แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างโอกาสสำคัญให้กับผู้ประกอบการ SME ท้องถิ่น ในการสเกลธุรกิจจากระดับชุมชนสู่ตลาดสากล

    ทว่าโจทย์ท้าทายของ SME ไทยในปัจจุบันไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แต่คือการพัฒนาสินค้าให้แข่งขันได้ และการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย

    จุดเปลี่ยนนี้เองคือสิ่งที่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มองเห็นและนำมาปรับโครงสร้างยุทธศาสตร์ผ่านแพลตฟอร์ม “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ที่ดำเนินงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากมากว่า 4 ปี

​

ยกระดับสู่ Growth Partner ดันแบรนด์ไทยโกอินเตอร์

    ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ระบุชัดเจนว่า ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าชั้นวางสินค้า ทิศทางของท็อปส์ในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้ จึงเน้นการยกระดับแพลตฟอร์มสู่การเป็น growth partner อย่างเต็มรูปแบบ

    โดยจะเริ่มจากการร่วมพัฒนาสูตรสินค้าใหม่กับผู้ประกอบการเดิม และขยายสู่หมวดสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการศึกษาโมเดลพื้นที่จำหน่ายรูปแบบใหม่สำหรับสินค้า SME โดยเฉพาะ

    ไม่ว่าจะทั้งในรูปแบบสแตนด์อโลน และไฮบริด รวมถึงการรุกตลาดส่งออก โดยวางเป้าหมายนำพาสินค้าไทยทะลวงตลาดต่างประเทศให้ครอบคลุมกว่า 12 ประเทศ และผลักดันสินค้าเข้าสู่พอร์ตส่งออกอย่างน้อย 100 รายการ เพื่อสร้างกระแสเงินสดและคำสั่งซื้อที่สม่ำเสมอให้กับผู้ประกอบการไทย

​

ธนวัตร จิรจริยาเวช


ยอดขายพุ่ง 20% เจาะเทรนด์ Health & Beauty มาแรง

    ผลจากการปรับยุทธศาสตร์เริ่มสะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านตัวเลขยอดขาย โดย ไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. - ก.ย.) สินค้าในโครงการท็อปส์ ท้องถิ่น เติบโตถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    การเติบโตดังกล่าวมาจากเครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มี SME เข้าร่วม 169 ราย จาก 40 จังหวัด รวมกว่า 940 รายการ กระจายอยู่ในท็อปส์ 110 สาขา และท็อปส์ เดลี่ 550 สาขาทั่วประเทศ

    นอกจากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว ข้อมูลการจำหน่ายตลอดปี 2569 ยังเผยให้เห็นอินไซต์ทางธุรกิจที่สำคัญหลายมิติ

    เทรนด์แรกที่เห็นได้ชัดคือ สินค้าท้องถิ่นกำลังขยายพอร์ตจากกลุ่มอาหารไปสู่ตลาด health & beauty และสินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น สอดคล้องกับกลุ่มสินค้าที่ทำยอดขายสูงสุด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อาหารบรรจุภัณฑ์ เครื่องปรุงอาหาร ของที่ระลึก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

    ขณะเดียวกันการผลักดันให้สินค้ากว่า 30% ในโครงการเป็น exclusive item ยังช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนชั้นวางค้าปลีกได้อย่างมีนัยสำคัญ

​

ไบรอัน ฮิลล์


จับอินไซต์ลูกค้า ปูทางส่งออกตลาดโลก

    นอกจากความหลากหลายของประเภทสินค้าแล้ว พฤติกรรมการจับจ่ายระหว่างลูกค้าชาวไทยและต่างชาติยังมีความต้องการต่างกันอย่างชัดเจน ลูกค้าชาวไทยมักมองหาสินค้าขนาดทดลองหรือราคาโปรโมชั่น เพื่อชิมก่อนตัดสินใจซื้อซ้ำ เช่น น้ำพริกป้อเจ้า และจั๊บเส้นสยาม

    ในขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมจับจ่ายสินค้าที่มีอัตลักษณ์ไทย ทั้งของที่ระลึกและขนม โดยทำเลทองที่โกยยอดขายได้สูงสุดคือ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย ชลบุรี และเชียงใหม่

    เมื่อแบรนด์เริ่มแข็งแกร่งในประเทศ โอกาสในตลาดต่างประเทศก็เปิดกว้างขึ้น จากที่เริ่มนำร่องเจาะ 3 ประเทศในปี 2568 ปัจจุบันท็อปส์พาสินค้า SME ขยายตลาดส่งออกไปแล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และฮ่องกง

    โดยมีผู้ประกอบการกว่า 10 แบรนด์ที่ส่งออกสำเร็จ เช่น We Chips, Jello Boom, และ Gin พร้อมเตรียมผลักดันอีก 10 แบรนด์ตามไป และกำลังอยู่ระหว่างเจรจาบุกตลาดระดับโกลบอลอย่างสหราชอาณาจักรและอินเดีย

​


ตั้งเวที SME Awards เฟ้นหาช้างเผือกหน้าใหม่

    เพื่อต่อยอดระบบนิเวศธุรกิจให้แกร่งตั้งแต่ฐานราก ปีนี้ท็อปส์จึงริเริ่มจัดงาน TOPS TONGTIN SME Awards ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อมอบ 12 รางวัลใน 5 สาขา เป็นการยกระดับมาตรฐานและสร้าง role model ให้กับ SME รายอื่นๆ

    ผลลัพธ์จากการผลักดันสะท้อนผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของผู้ประกอบการหลายราย ที่สามารถนำเวทีนี้ไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนเกษตรกรกว่า 400 ครัวเรือน การพัฒนานวัตกรรมสินค้าจนเตรียมส่งออกสู่สหราชอาณาจักร ไปจนถึงการปรับแพ็กเกจจิ้งเพื่อเจาะตลาดคอนวีเนียนสโตร์จนยอดขายพุ่งทะยาน

    ควบคู่ไปกับการผลักดันแบรนด์เด่น ท็อปส์ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการหน้าใหม่ผ่านเวทีจับคู่ธุรกิจ ท็อปส์ ท้องถิ่น Open House สัญจร 4 ภูมิภาค ซึ่งในปีนี้มี SME สนใจเข้าร่วมนำเสนอสินค้ากว่า 450 ราย และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการเจรจาธุรกิจเพื่อเตรียมวางจำหน่ายจริงอีกกว่า 300 ราย

    ทั้งนี้ จากโมเมนตัมการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ท็อปส์ได้วางเป้าหมายปิดไตรมาส 4 ของปี 2569 ด้วยยอดขายรวมที่เติบโต 30% พร้อมดึง SME เข้าพอร์ตเป็น 180 ราย และปั้นสินค้าขึ้นเชลฟ์ทะลุ 1,000 รายการ


​

ภาพ : ท็อปส์




​​​​​​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ไมเนอร์ ฟู้ด ปรับเกมโตด้วยแฟรนไชส์ ดัน “บอนชอน” บุกนอก ผนึก OR-CP ลุยไทย พร้อมปั้น “ชิโฮะ” ชิงเค้กราเมน 99 บาท ก่อนปักธงสเกลธุรกิจแตะ 4,500 แห่งในปี 72

​​​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine​