"เซ็นทรัล รีเทล" สบช่องรายได้ท่องเที่ยวเกาะช้างพุ่ง 60% ทะลุหมื่นล้านบาท เดินเกมรุกส่ง "ท็อปส์ เดลี่" ยึด 3 ทำเลทองรวดเดียว ปักหมุดหาดทรายขาว ไชยเชษฐ์ และบางเบ้า เน้นชูโมเดลร้านลูกผสมสุดพรีเมียมที่ยกทั้งโซนไวน์ เบเกอรี่ และบิวตี้ มาไว้ในร้านไซซ์มินิ เพื่อดักกำลังซื้อกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปกระเป๋าหนักที่ชอบพำนักยาว พร้อมตั้งเป้าปูพรมขยายครบ 5 สาขาภายในปี 2569
ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบ ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 1 สิงหาคม 2569 ที่ทะลุ 18.5 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินสะพัดเข้าประเทศแล้วกว่า 8.9 แสนล้านบาท ขุมทรัพย์มหาศาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงอานิสงส์ต่อธุรกิจโรงแรมหรือสายการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่กลุ่มทุนค้าปลีกระดับแถวหน้าต้องเร่งขยับตัวเข้าชิงพื้นที่
ล่าสุด "เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล" ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เร่งเดินเกมขยายธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการส่งแบรนด์ร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่าง "ท็อปส์ เดลี่" (Tops Daily) เข้าไปปักธงในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับประเทศอย่าง "เกาะช้าง" จังหวัดตราด เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีพฤติกรรมใช้จ่ายสูงและเข้าพักยาวนาน
“ท็อปส์ เดลี่” หัวหอกไซซ์มินิ เจาะตลาดยุทธศาสตร์
ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจว่า ท็อปส์ เดลี่ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของบริษัท ด้วยรูปแบบร้านที่มีความคล่องตัวสูง จึงสามารถขยายสาขาครอบคลุมทำเลและชุมชนได้อย่างหลากหลาย จนทำให้ปัจจุบัน ท็อปส์ เดลี่ มีเครือข่ายรวมกันแล้วถึง 560 สาขาทั่วประเทศ
โดยสิ่งที่น่าสนใจคือในจำนวนนี้มีมากถึง 141 สาขา หรือคิดเป็นกว่า 25% ที่ปักหลักอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งเซ็นทรัลฯ มองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีศักยภาพในการต่อยอดรายได้ระยะยาว และหนึ่งในหมุดหมายล่าสุดที่สะท้อนยุทธศาสตร์นี้ได้อย่างชัดเจน คือการเดินหน้าขยายฐานลูกค้าบน "เกาะช้าง" แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตริมชายฝั่งตะวันออก

เจาะตัวเลข “เกาะช้าง” ทำเลทองกำลังซื้อสูง
เพราะเมื่อพิจารณาในแง่สถิติ การเลือกลงทุนบนเกาะช้างมีปัจจัยสนับสนุนทางธุรกิจที่น่าสนใจ โดยในปี 2567 เกาะช้างต้อนรับนักท่องเที่ยวราว 1.143 ล้านคน เพิ่มขึ้น 27% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สวีเดน และรัสเซีย
แต่สิ่งที่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงยิ่งกว่าจำนวนคน คือ "รายได้จากการท่องเที่ยว" ที่เติบโตถึง 60% แตะระดับ 1.04 หมื่นล้านบาท ซึ่งการที่รายได้เติบโตในอัตราที่เร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ชี้ให้เห็นถึงยอดใช้จ่ายต่อคนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
และเมื่อนำมาประกอบกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะช้าง ซึ่งมีโรงแรมและจุดท่องเที่ยวตั้งกระจายยาวตามแนวชายฝั่ง ความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้าจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่นำมาสู่บิ๊กมูฟในการเปิด "ท็อปส์ เดลี่" รวดเดียว 3 สาขา เพื่อสร้างโครงข่ายค้าปลีกให้ครอบคลุมทำเลทองของเกาะ

ยกระดับประสบการณ์ด้วยแนวคิด “Joyvenience Store”
โดยเบื้องหลังการรุกตลาดในครั้งนี้ เซ็นทรัลฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านสะดวกซื้อแบบเดิม สู่แนวคิด "Joyvenience Store" ที่เน้นสร้างความสะดวกควบคู่กับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Strategic Location (ยึดทำเลหลัก) : ปักหมุดพร้อมกัน 3 สาขาในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ หาดทรายขาว ไชยเชษฐ์ และบางเบ้า เพื่อรองรับกำลังซื้อที่แตกต่างกันในแต่ละโซน พร้อมดึง ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงกัน เพื่อดูแลและดักดีมานด์การใช้จ่ายของลูกค้าตลอดทั้งทริป
- Tailored Retail Model (ปรับโมเดลยืดหยุ่นตามพื้นที่) : ชูจุดเด่นของ hybrid model ด้วยการดึงจุดขายและโซนยอดนิยมจาก room concept ของท็อปส์สาขาใหญ่ลงมาไว้ในร้านไซซ์เล็ก ไม่ว่าจะเป็น TOPS WINE CELLAR, The Baker Cafe, โซนความงาม LOOKS และ Snacker ผสมผสานกับสินค้ากว่า 7,000 รายการ เพื่อตอบโจทย์ทั้งชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่และไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวต่างชาติ
- Joyvenience Experience (ดีไซน์เชื่อมโยงอัตลักษณ์) : สร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งให้สนุกยิ่งขึ้น โดยนำมาสคอต TOPSTER มาตกแต่งร้านให้มีเอกลักษณ์ กลมกลืนกับบรรยากาศการพักผ่อนริมทะเล

จัดทัพสาขาตามพฤติกรรม ปูพรมเป้าหมาย 5 แห่งปี 69
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในแต่ละพื้นที่ ท็อปส์ เดลี่ ได้จัดสรรรูปแบบร้านในแต่ละสาขาให้เหมาะสม โดยสาขาหาดทรายขาวและไชยเชษฐ์ จะให้บริการแบบเต็มรูปแบบ โดยจะมีทั้ง TOPS DAILY X TOPS WINE CELLAR X THE BAKER X LOOKS
ขณะที่สาขาบางเบ้าจะเน้นโมเดลที่กระชับเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมเฉพาะพื้นที่ โดยจะมี TOPS DAILY X TOPS WINE CELLAR X LOOKS เป็นต้น

นอกเหนือจากการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ธนวัตร ได้กล่าวย้ำว่า “การขยายสาขาครั้งนี้ยังช่วยสร้างงานในพื้นที่ และใช้เครือข่ายของท็อปส์เป็นช่องทางกระจายสินค้าท้องถิ่นไปสู่นักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม”
สำหรับแผนงานในระยะถัดไป เซ็นทรัลฯ เตรียมขยายสาขา "ท็อปส์ เดลี่" บนเกาะช้างอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 5 สาขาภายในสิ้นปี 2569 ตอกย้ำกลยุทธ์การขยายเครือข่ายเข้าสู่พื้นที่ศักยภาพสูง พร้อมปรับรูปแบบร้านให้กลมกลืนกับบริบทของชุมชนและการท่องเที่ยวในทุกมิติ
ก้าวเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ ท็อปส์ เดลี่ จึงไม่ใช่แค่การเปิดร้านค้าปลีกทั่วไป แต่คือการปักธงยึดทำเลทองในจิ๊กซอว์เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ซึ่งพร้อมเปลี่ยนกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนที่มั่นคงของ เซ็นทรัล รีเทล ในระยะยาว
ภาพ : ท็อปส์ เดลี่
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กลุ่มเซ็นทรัลจัดทัพใหญ่รับโลกยุคดิจิทัล-AI ดัน “วัลยา จิราธิวัฒน์” นั่งแท่น President ชูผลงานปั้น CPN ดันกำไรทะลุหมื่นล้าน มุ่งซินเนอร์ยีทุกธุรกิจ ยกระดับชีวิตผู้บริโภค
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


