เปิดเบื้องหลัง “ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ” นำ WEH ปิดดีลหุ้นกู้ 7,000 ล้านบาท กับวงเงินค้ำประกันใหญ่ที่สุดของ CGIF ในไทย

เปิดเบื้องหลัง “ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ” นำ WEH ปิดดีลหุ้นกู้ 7,000 ล้านบาท กับวงเงินค้ำประกันใหญ่ที่สุดของ CGIF ในไทย

    การระดมทุน 7,000 ล้านบาท อาจดูเป็นเพียงตัวเลขทางการเงิน แต่สำหรับธุรกิจพลังงานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและวางแผนกันเป็นเวลาหลายสิบปี ตัวเลขดังกล่าวมีความหมายมากกว่าการหาแหล่งเงินทุนก้อนใหม่ เพราะเบื้องหลังของการเข้าถึงเงินทุนระยะยาวในระดับนี้ คือความสามารถขององค์กรในการพิสูจน์ให้เห็นว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่สามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้จริง มีระบบบริหารความเสี่ยงที่รองรับการดำเนินงาน และมีโครงสร้างทางการเงินที่พร้อมสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป


ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด

​    สำหรับ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ดีลครั้งนี้จึงเป็นเหมือนจุดที่หลายองค์ประกอบมาบรรจบกัน ทั้งฐานสินทรัพย์ที่สร้างขึ้นมานานกว่าทศวรรษ ผลการดำเนินงานที่แข็งแรง และการเตรียมโครงสร้างเงินทุนสำหรับการกลับมาเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นทิศทางที่ WEH เดินหน้ามาตลอดช่วงการบริหารของ ‘ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ’ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ในปี 2564

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โจทย์ของณัฐพศินไม่ได้อยู่เพียงการบริหารโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว แต่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการประเด็นเดิมขององค์กร การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ไปจนถึงการเตรียมบริษัทให้กลับเข้าสู่รอบของการลงทุนและการเติบโตอีกครั้ง

    หากต้องการเห็นขนาดของฐานธุรกิจที่ณัฐพศินกำลังบริหาร ตัวเลขกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่บอกภาพทั้งหมด ปัจจุบัน WEH มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 8 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ คิดเป็นราว 43% ของกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานลมที่เปิดดำเนินการแล้วในประเทศไทย และถือเป็นกำลังการผลิตที่มากที่สุดในประเทศ

    WEH เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์จากโครงการแรกตั้งแต่ปี 2555 หมายความว่าสินทรัพย์ส่วนหนึ่งของบริษัทผ่านทั้งวงจรการพัฒนา ก่อสร้าง และการเดินเครื่องจริงมาแล้วมากกว่าหนึ่งทศวรรษ โดยบริษัทได้พัฒนาและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 8 โครงการ ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

    ฐานสินทรัพย์ดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของบริษัท โดย WEH สามารถทำกำไรสุทธิแตะระดับ 5,000 ล้านบาทตั้งแต่ปีแรกภายใต้การบริหารของณัฐพศิน และยังรักษาระดับดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้อยู่ที่มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี และในช่วงเวลาเดียวกัน WEH เริ่มจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น โดยจนถึงปัจจุบันจ่ายเงินปันผลสะสมแล้วรวม 11,352 ล้านบาท

    สำหรับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงผลประกอบการในแต่ละปี แต่ยังแสดงถึงความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ใช้เงินลงทุนสูงให้กลายเป็นกระแสเงินสดและผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของทั้งการสร้างผลตอบแทนและการลงทุนต่อยอด

​


​    ปัจจุบัน WEH มีกำลังการติดตั้งรวม 1,016.1 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 717 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 299.1 เมกะวัตต์ โดยพลังงานลมยังเป็นแกนหลักของพอร์ต พร้อมการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์บางส่วน การเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เหล่านี้ถือเป็นการกลับเข้าสู่ช่วงของการขยายการลงทุนอีกครั้ง หลังจากบริษัทมีฐานสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี

    จากฐานธุรกิจและผลการดำเนินงานที่แข็งแรง WEH จึงเริ่มวางโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนในระยะต่อไป ก่อนนำมาสู่การระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท

    การระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาทครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ AAA แนวโน้ม Stable จากทริสเรทติ้ง ภายใต้การค้ำประกันของ Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF ซึ่งเป็นกองทุนทรัสต์ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มประเทศ ASEAN+3 และ ADB เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาค

    CGIF มีบทบาทในการค้ำประกันตราสารหนี้ในตลาดไทยมานานกว่าทศวรรษ โดยธุรกรรมที่ผ่านมาส่วนใหญ่อยู่ในระดับประมาณ 1,000–3,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหุ้นกู้ของ Tropical Wind และ K.R.S. Three ในกลุ่ม WEH ที่มีมูลค่ารวมถึง 7,000 ล้านบาท ธุรกรรมครั้งนี้จึงมีขนาดโดดเด่นอย่างชัดเจน และถือเป็นวงเงินรวมที่ใหญ่ที่สุดที่ CGIF เคยให้การสนับสนุนในประเทศไทย

    แต่การที่ CGIF จะพร้อมค้ำประกันวงเงินในระดับดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากขนาดหรือผลประกอบการของ WEH เพียงอย่างเดียว เบื้องหลังคือกระบวนการพิจารณาที่ใช้เวลาราว 9 เดือน ครอบคลุมตั้งแต่ด้านกฎหมาย เทคนิค และการเงิน ไปจนถึงความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ความเสี่ยงในระดับบริษัท ความสามารถในการบริหารโรงไฟฟ้า คุณภาพของกระแสเงินสด และการบริหารจัดการทางการเงิน โดยลงไปถึงการประเมินว่าสินทรัพย์เหล่านั้นดำเนินงานได้อย่างไร สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ต่อเนื่องเพียงใด และองค์กรมีความพร้อมในการบริหารภาระทางการเงินระยะยาวหรือไม่

    ในแง่นี้ AAA จึงไม่ได้เป็นเพียงอันดับเครดิตที่ปรากฏบนหุ้นกู้ แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการตรวจสอบที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพของสินทรัพย์ ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด วินัยทางการเงิน และระบบบริหารที่อยู่เบื้องหลัง WEH

​

​ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด

    “การระดมทุนครั้งนี้มีความสำคัญต่อ WEH ในสองมิติ มิติแรกคือการปรับโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมกับการเติบโตในระยะยาว และมิติที่สองคือความเชื่อมั่นที่เราได้รับจากสถาบันการเงิน ผู้ลงทุน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม ซึ่งความเชื่อมั่นในตลาดทุนเกิดจากการที่องค์กรสามารถพิสูจน์พื้นฐานธุรกิจ ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด การบริหารความเสี่ยง และความชัดเจนของทิศทางในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง” ณัฐพศิน กล่าว

    บทบาทของณัฐพศินไม่ได้จำกัดอยู่เพียง WEH แต่ยังขยายไปสู่การดูแลทิศทางของธุรกิจและการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และธุรกิจการเงิน โดยมีบทบาททั้งในการบริหารและจัดสรรเงินทุน เพื่อต่อยอดฐานธุรกิจเดิมและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในระยะยาว


​ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด

​    สำหรับ WEH การกลับมาเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอีกช่วงหนึ่งของบริษัท เป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ยังเป็นทิศทางระยะยาว ขณะที่สิ่งที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือบริษัทมีทั้งฐานสินทรัพย์ที่เดินเครื่องจริง ประสบการณ์การดำเนินงานยาวนาน กระแสเงินสดจากธุรกิจเดิม โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงสร้างเงินทุนที่ถูกเตรียมให้พร้อมมากขึ้นสำหรับการขยายตัว

    “จากวันนี้ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการรักษาความแข็งแกร่งของ WEH แต่คือการใช้ฐานเงินทุนและความเชื่อมั่นที่เราสร้างขึ้น เป็นพลังในการต่อยอดการลงทุน ขยายกำลังการผลิต และสร้างแพลตฟอร์มพลังงานสะอาดที่มีขนาดและศักยภาพมากขึ้น” ณัฐพศิน กล่าวทิ้งท้าย