โรบินสัน เครือเซ็นทรัล รีเทล กางแผนลงทุนปี 2570 ทุ่ม 4 พันล้านบาท เดินหน้ารีโนเวตและขยายสาขาใหม่ พร้อมเสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์มูลค่า 1.5 พันล้านบาท บนทำเลรังสิต-นครนายก และ “Riva รามคำแหง” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันมูลค่า 2.5 พันล้านบาท
เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานธุรกิจรีเทลว่า ในปี 2570 โรบินสันได้เดินหน้าสู่การเป็น “Complete Retail Ecosystem” ด้วยการทุ่มงบลงทุน 4,094 ล้านบาท โดยเติบโตผ่านพื้นที่รีเทล 3 โมเดลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และศักยภาพของแต่ละทำเล
เขาระบุว่าแผนดังกล่าวนำโดยการรีโนเวตและขยายสาขาโรบินสันแห่งใหม่ พร้อมเสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ที่เชื่อมความสะดวกในชีวิตประจำวันกับประสบการณ์ของชุมชน และ “Riva” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่มีทั้งการช้อปปิ้ง การพักผ่อน และเวลเนส

ทุ่มงบรีโนเวตโรบินสัน-เดินหน้าเปิดสาขา “หนองคาย”
เลิศวิทย์เผยว่า หมุดหมายสำคัญคือการเปิด “โรบินสัน หนองคาย” ในไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2 พันล้านบาท บนที่ดิน 33 ไร่ ถือเป็นการปั้นแลนด์มาร์กรีเทลแห่งใหม่ที่รวมกว่า 300 แบรนด์ รับโอกาสภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว บนทำเลที่เชื่อมต่อระหว่างไทย สปป.ลาว และจีน รองรับกำลังซื้อทั้งลูกค้าในพื้นที่และนักท่องเที่ยวข้ามแดน โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 40%
เขาระบุด้วยว่า บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าเปิดโรบินสันเพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2571 และ 2572 เพื่อเสริมเครือข่ายและเจาะโอกาสเติบโตในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโรบินสันครอบคลุม 46 สาขาใน 38 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการมากกว่า 3.5 แสนคนต่อวัน โดยมีอัตราการต่อสัญญาของร้านค้าเดิม (retention rate) สูงกว่า 90% และมีส่วนสร้างการจ้างงานสูงสุดถึง 4 หมื่นอัตรา
ในปี 2568-2569 โรบินสันได้ดำเนินการรีโนเวตแล้ว 11 สาขา ด้วยการดึงศักยภาพของทำเลและอินไซต์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่มาสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว อาทิ โรบินสัน กาญจนบุรี กับแนวคิด “กาญฯ ฟีลกู๊ด”, โรบินสัน สระบุรี ชูแนวคิด “ปลุกพลังเมืองสระบุรี” และล่าสุดที่โรบินสัน สมุทรปราการ เป็นต้น
โดยมีแผนรีโนเวตอีก 7 สาขาในปี 2570 ได้แก่ โรบินสัน ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพชรบุรี ราชพฤกษ์ ปราจีนบุรี สกลนคร และพะเยา พร้อมทั้งเตรียมรีโนเวตเพิ่มอีก 12 สาขา ในปี 2571-2572

เลิศวิทย์กล่าวว่า โรบินสันได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์และโลโก้ใหม่ พร้อมจัดโซนร้านค้าเป็น โดยชูแนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” ครอบคลุมอาหาร, แฟชั่น, บ้านและเทคโนโลยี, สุขภาพและความงาม, การศึกษาและกิจกรรมสำหรับเด็ก ตลอดจนความบันเทิง โดยเชื่อมทุกโซนเข้ากับอีเวนต์และกิจกรรมชุมชน เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการใช้บริการ สะท้อนผ่านการปรับโฉมโรบินสัน สมุทรปราการ ด้วยงบลงทุน 500 ล้านบาท เพิ่มร้านค้าใหม่กว่า 250 แบรนด์ ส่งผลให้ยอดผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น 30%
“แผนดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและรีโนเวตสาขาซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2568 โดยใช้งบลงทุนไปแล้วมากกว่า 1 พันล้านบาท โดยคาดว่าการรีโนเวตโรบินสันสาขาเดิมทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 ขณะเดียวกันยังมีแผนปรับเปลี่ยนศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า ให้เป็นโรบินสันทั้งหมด เช่น สาขาพะเยาและพิจิตร เป็นต้น หากดำเนินการได้ตามแผนจะทำให้มีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 ล้านตารางเมตร เป็น 1.3 ล้านตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30%” เลิศวิทย์กล่าว

เปิด “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ ประเดิมรังสิตปี 2570
เลิศวิทย์กล่าวว่า โรบินสันเดินหน้าเสริมพอร์ตด้วยการเปิดคอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ในชื่อ “Ploen” ชูแนวคิด Community-Centric Development ใช้อินไซต์และความต้องการของชุมชนเป็นหัวใจในการพัฒนา ภายใต้คอนเซปต์ “From Everyday Essentials to Everyday Experiences” โดยต่อยอดจากวิถีการใช้ในชีวิตประจำวัน เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัว สู่ประสบการณ์ที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาใช้เวลาได้ทุกวัน
สำหรับโครงการแรกคือ Ploen รังสิต ที่เตรียมเปิดในไตรมาส 3 ปี 2570 บนทำเลถนนรังสิต-นครนายก และวงแหวนรอบนอก โดยพัฒนาเฟสแรกคือคอมมูนิตี้มอลล์บนพื้นที่ 24 ไร่ (ภายใต้มาสเตอร์แพลนที่ดินรวม 322 ไร่) มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 1.6 หมื่นตารางเมตร ครอบคลุมบริการด้านสุขภาพและความงาม เทคโนโลยี บริการเฉพาะทาง พร้อม Tops และ Sunday Playland

ตลอดจนโซนอาหารที่มีร้านค้าในตลาดกว่า 220 ร้าน และร้านอาหารแบบ dine-in กว่า 30 ร้าน ครอบคลุมทั้งบุฟเฟต์ ร้านยอดนิยม และโซนอาหารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ co-creation ทั้งลานกิจกรรม ตลาดต้นไม้ และพื้นที่วิ่ง เพื่อเชื่อมการจับจ่ายเข้ากับการพักผ่อนและแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ รับโอกาสจากฐานประชากรโดยรอบกว่า 8.79 แสนคน และรายได้เฉลี่ยครัวเรือนประมาณ 3.9 หมื่นบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ เลิศวิทย์ระบุว่า โรบินสันได้วางแผนขยายโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ Ploen เพิ่มอีกปีละ 3 แห่งในปี 2571 และ 2572 รวมเป็น 7 แห่งภายในปี 2572

ทุ่ม 2.5 พันล้าน ปักหมุด “Riva รามคำแหง”
นอกจากคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่อย่าง Ploen เลิศวิทย์เผยว่า โรบินสันเตรียมเปิดตัว “Riva” โมเดล recreation-led retail destination แห่งใหม่ โดยวางการพักผ่อนและกิจกรรมสันทนาการเป็นหัวใจในการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “From Shopping to Leisure Living” ด้วยการผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม เวลเนส และคอมมูนิตี้ ถือเป็นการสร้างไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ชวนผู้คนมาค้นพบสิ่งใหม่และใช้เวลาร่วมกัน
โดยโครงการแรกคือ Riva รามคำแหง เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี 2571 รับศักยภาพการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก บนที่ดิน 24 ไร่ มูลค่าโครงการ 2.5 พันล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 5.4 หมื่นตารางเมตร พื้นที่ให้เช่ารวม 2.1 หมื่นตารางเมตร และร้านค้ากว่า 200 ร้าน

เลิศวิทย์ระบุว่า โรบินสันเตรียมขยาย Riva เพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2572 และ 2573 รวมเป็น 3 แห่งภายในปี 2573
สำหรับโครงการ Riva เน้นสร้างจุดดึงดูดผ่านร้านอาหารท้องถิ่น แบรนด์ไทย และคอนเซปต์อาหารใหม่ๆ ควบคู่กับการพัฒนาเป็น Longevity Destination ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกาย ใจ และจิตวิญญาณเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้แบรนด์นำเสนอเรื่องราวและเอกลักษณ์ผ่านรูปแบบร้านค้าที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างประสบการณ์และดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เจาะกำลังซื้อ รับมือเศรษฐกิจผันผวน
เลิศวิทย์กล่าวว่า ปัจจุบันโรบินสันต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งปัจจัยด้านการเมือง สงคราม และภัยธรรมชาติ โดยสิ่งสำคัญคือการมองไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวไม่ได้ดำเนินธุรกิจโดยมองเพียงผลระยะสั้น
เขาระบุว่า แม้กำลังซื้อจะผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และปัจจุบันผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่หากมีสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมสร้างแรงกระตุ้นผ่านประสบการณ์ ก็จะช่วยรักษากำลังซื้อภายในศูนย์การค้าได้ เนื่องจากผู้บริโภคยังเลือกเข้ามาใช้ชีวิตในศูนย์การค้า แม้กำลังซื้อโดยภาพรวมจะลดลง แต่กำลังซื้อภายในศูนย์การค้าของบริษัทยังไม่ลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 10%
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้ประเมินความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน และคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไป โดยยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ต่างๆ มีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงแค่การใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ยังให้ความสำคัญกับการมองหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น” เลิศวิทย์กล่าว
ภาพ: เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้
ออกแบบภาพปก: ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ :CP AXTRA กางแผนพัฒนา 78 โครงการ มุ่งสู่พื้นที่เช่า 1.3 ล้าน ตร.ม. ในปี 2571 เตรียมเปิดโลตัส “เชียงราย-แม่ริม” ปีนี้ พร้อมชู Customer Insight รับเกมค้าปลีกยุคใหม่
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


