Groove @centralwOrld โฉมใหม่ ไม่ได้เป็นแค่จุดนัดแฮงก์เอาต์ยามค่ำคืนอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาท “Bangkok’s All-Day Urban Courtyard” พื้นที่ที่ออกแบบมาให้ใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่วิ่งออกกำลังกาย กาแฟแก้วแรก บรันช์ นัดประชุม ไปจนถึงดินเนอร์และสังสรรค์ยามค่ำคืน
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เดินหน้าพลิกบทบาท Groove ใหม่ทั้งหมด จากพื้นที่ที่เคยสร้าง Talk of the Town มาแล้วทั่วเมือง สู่โมเดล Bangkok’s All-Day Urban Courtyard ตอบรับทิศทางการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
โมเดล All-Day Urban Courtyard คือพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับจังหวะชีวิตของคนเมือง ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงยามค่ำคืน ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานความผ่อนคลาย ความมีชีวิตชีวา และความมีสไตล์ไว้ในที่เดียว
การพลิกบทบาทครั้งนี้ Groove ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิตได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กาแฟยามบ่าย การนัดพบหลังเลิกงาน หรือการแฮงก์เอาต์ในช่วงค่ำ โดยถ่ายทอดคาแร็กเตอร์แบบ Urban Lifestyle ที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ

3 กลยุทธ์ พลิกโฉม สู่ All-Day Urban Courtyard จุดแฮงก์เอาต์ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ
• เจาะกลุ่มคนเมือง (Targeting the Trendsetters) ที่ใช้ชีวิตหลากหลายบทบาทในแต่ละวัน ครอบคลุมทั้ง คนทำงานในเมืองที่มีสไตล์และรสนิยม, คนรักไลฟ์สไตล์ อาหาร และการใช้ชีวิตคุณภาพ, กลุ่มที่ชอบพบปะสังสรรค์หลังเลิกงาน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบในที่เดียว
• ปรับบทบาทสู่พื้นที่ใช้ชีวิตได้ทั้งวัน (Strategic Repositioning) จากพื้นที่แฮงก์เอาต์ยามค่ำคืน สู่การรองรับชีวิตคนเมืองตลอดวัน เริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้า วิ่งออกกำลังกาย แวะซื้อกาแฟมัจฉะ ทานบรันช์ พบปะเพื่อน ทำงานนอกสถานที่ ไปจนถึงการสังสรรค์ยามค่ำคืนในบรรยากาศที่พรีเมียมขึ้น
• ออกแบบประสบการณ์ 2 จังหวะ (Dual-Tempo Experience) รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วย 2 บรรยากาศหลัก ตั้งแต่ช่วงเช้า-เย็น เน้นกิจกรรมแอ็กทีฟ และการดูแลสุขภาพ พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน ไปจนถึงช่วงกลางคืน ที่ยังคงเอกลักษณ์ความสนุกของ Groove ในรูปแบบที่ยกระดับขึ้น

ปรากฏการณ์ความอร่อยและไลฟ์สไตล์ระดับโลก
ปัจจุบัน Groove มีร้านเปิดให้บริการแล้ว อาทิ ALFRESCO, KOZURI HANDROLL และ VE/LA พร้อมเตรียมต้อนรับร้านใหม่อีกหลายแบรนด์ที่กำลังทยอยเปิด อาทิ BARTELS, BELGO, LA GAUCHITA, JIAN CHA, KANI TENGOKU, ONIKU TO GOHAN, THE JAPANESE HIGHBALL BAR 1923 และ บ้านนอกเข้ากรุง
ขณะที่ร้านเดิมที่อยู่กับ Groove มาอย่างยาวนานก็กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น HONOHO, KENSHIN IZAKAYA, REAL PORK และ ชงเจริญ ช่วยเติมสีสันและเพิ่มมิติใหม่ให้กับพื้นที่มากยิ่งขึ้น

จากการรวมร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น เม็กซิกัน และยุโรป รวมถึงร้าน First in Thailand และร้าน New Concept ทำให้ Groove กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนความหลากหลายของรสนิยมคนเมืองได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการปรับพื้นที่ให้เป็น Indoor Glass House ที่เปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน บรรยากาศโปร่ง โล่ง แสงสวย เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและสร้างคอนเทนต์ ขณะที่ในช่วงกลางคืน พื้นที่จะเปลี่ยนเป็นโทนอุ่น มู้ดดี ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ใต้ท้องฟ้า แสงไฟและเงาสะท้อนจากกระจกช่วยสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากโซนไลฟ์สไตล์อื่นๆ
นอกจากนี้ Groove ยังเตรียมต่อยอดพื้นที่ด้วยกิจกรรมและคอมมูนิตี้ที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมือง เช่น City Glow Club by Groove เพื่อเชื่อมโยงผู้คนผ่านไลฟ์สไตล์ กิจกรรม และการใช้พื้นที่ร่วมกัน

ทั้งนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำการเป็น Lifestyle Destination ระดับโลก บนทำเล Super Core CBD ใจกลางกรุงเทพฯ จุดเชื่อมต่อคนเมือง นักท่องเที่ยว และออฟฟิศเกรด A ภายใต้การบริหารของเซ็นทรัลพัฒนา การพลิกบทบาทสู่ Bangkok’s All-Day Urban Courtyard ครั้งนี้ มุ่งสร้าง Quality Traffic ใหม่ๆ และยกระดับสู่การเป็น ‘Center of Life’ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : โฉมใหม่ ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ หลังปรับใหญ่รอบ 30 ปี CPN ทุ่ม 1.7 พันล้านรีโนเวต ดึงกำลังซื้อคุณภาพ ทราฟฟิกพุ่ง 8 หมื่นคนต่อวัน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

