PFG เจ้าของแบรนด์ "นอติลุส" และอาหารสัตว์เลี้ยง "รีกาลอส" ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่บริษัทอาหารครบวงจร โชว์รายได้ทะลุ 7 พันล้านบาท ล่าสุดดึง "Umios" ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นเข้าถือหุ้น 25.1% หวังใช้เป็นสปริงบอร์ดรับ 2 เมกะเทรนด์โลก "โปรตีน-สัตว์เลี้ยง" เดินหน้าปูพรมบุกตลาดเอเชียเต็มสูบ ตั้งเป้าโตเฉลี่ย 10% ในอีก 3 ปี
สุดาทิพ เกียรติศรีชาติ ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด หรือ PFG เผยถึงภาพทิศทางใหม่ของธุรกิจว่า วันนี้ PFG กำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองจากผู้ผลิตอาหารทะเล สู่การเป็นบริษัทอาหารแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทั้งการพัฒนานวัตกรรม การผลิต การจัดจำหน่าย และการสร้างแบรนด์
โดยต่อยอดจากพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งอย่าง นอติลุส, มงกุฎทะเล และซีคราวน์ ไปจนถึงแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงอย่าง รีกาลอส (Regalos) และเรมี่ (Remy) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาโภชนาการ ความสะดวก และความยั่งยืน
ความสำเร็จจากการขยายธุรกิจอย่างครบวงจรนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านตัวเลขผลประกอบการในปี 2568 ด้วยรายได้ทะลุ 7 พันล้านบาท หรือราว 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเม็ดเงินกว่า 65% มาจากตลาดต่างประเทศ และ 40% มาจากกลุ่มธุรกิจแบรนด์ของบริษัทเอง
ซึ่งเป้าหมายต่อไปคือการเหยียบคันเร่งสร้างการเติบโตเฉลี่ยที่ 10% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยใช้นวัตกรรมและการบุกตลาดต่างประเทศเป็นหัวหอกสำคัญ

เจาะ 2 เมกะเทรนด์โลก
เพื่อผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายดังกล่าว การปรับทัพของ PFG จึงไม่ใช่แค่การขยายตลาด แต่เป็นการวางกลยุทธ์ที่สอดรับกับ 2 เมกะเทรนด์ใหญ่ของโลกอย่างแม่นยำ
เทรนด์แรกคือ ความต้องการบริโภคโปรตีนที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดทูน่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโต (CAGR) ถึง 6.07% ในช่วงปี 2568-2573 สอดคล้องกับข้อมูลจาก AC Nielsen ที่ระบุว่า ตลาดทูน่ากระป๋องในไทยโตทะลุ 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เทรนด์ที่สองคือ pet humanization ปรากฏการณ์ที่ผู้คนยกสถานะสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ชัดว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของไทยมีมูลค่ามหาศาลกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท ครองแชมป์ตลาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และไทยยังรั้งตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเบอร์ 2 ของโลก ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8-10% ต่อปี ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่ PFG กำลังรุกเข้าไปชิงส่วนแบ่ง

ผนึก Umios รุกตลาดเอเชีย
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน PFG จึงได้ดึง Umios Corporation หรือชื่อเดิม Maruha Nichiro Corporation บิ๊กคอร์ปด้านธุรกิจประมง แปรรูปอาหาร และจัดจำหน่ายจากญี่ปุ่น เข้ามาเป็นพันธมิตรสำคัญ ซึ่ง Umios มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 145 ปี ทั้งยังมีเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก พร้อมสเกลรายได้ระดับ 2 แสนล้านบาทในปี 2568
โดยการตัดสินใจเข้ามาลงทุนถือหุ้น 25.1% ใน PFG ของกลุ่ม Umios ครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อร่วมกันรุกขยายธุรกิจรับจ้างผลิต และการทำตลาดแบรนด์ของตัวเองในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ จะช่วยให้ PFG สามารถสปีดการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรสูง โดยเฉพาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารโภชนาการเชิงฟังก์ชันในภูมิภาคเอเชียได้เร็วยิ่งขึ้น

ดังนั้นการขยับตัวของ PFG ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสริมแกร่งทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยพร้อมแล้วที่จะยกระดับตัวเองสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกในอนาคต
“เราเชื่อมั่นว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนคือการสร้างคุณค่าที่วัดผลได้ไปพร้อมกับผลประกอบการทางการเงิน นั่นหมายถึงการเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค พันธมิตร และสังคม ดีลครั้งนี้คือการก้าวเดินร่วมกันเพื่อกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร ภายใต้พันธกิจสำคัญคือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน" สุดาทิพ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ : PFG
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “โอสถสภา” เปิดหลังบ้านโชว์ฮับ “อยุธยา” รวมศูนย์ผลิต-เดินเครื่องอัตโนมัติเต็มสูบ ลดต้นทุนได้ 300 ล้าน ดันประสิทธิภาพพุ่ง 15% ผสานซัพพลายเชน-ESG หนุนรายได้โตต้านวิกฤต
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


