เนสท์เล่ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ประกาศตั้งโรงงานในไทย! สร้างฐานผลิตเนสกาแฟ-ฮับกระจายสินค้า คาดเดินเครื่องปี 71

เนสท์เล่ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ประกาศตั้งโรงงานในไทย! สร้างฐานผลิตเนสกาแฟ-ฮับกระจายสินค้า คาดเดินเครื่องปี 71

FORBES THAILAND / ADMIN
09 Jul 2026 | 01:52 PM
READ 336

บอร์ดบีโอไออนุมัติไฟเขียว “เนสท์เล่” ทุ่มเม็ดเงินลงทุนครั้งใหญ่ 23,000 ล้านบาท ปักหมุดสมุทรปราการสร้างโรงงานเนสกาแฟและศูนย์กระจายสินค้าครบวงจร ชูไฮไลต์โรงงานอัจฉริยะดึงระบบหุ่นยนต์และ AI คุมสายการผลิต พร้อมรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี หวังดันไทยผงาดฮับผลิตอาหารและเครื่องดื่มระดับภูมิภาค คาดเริ่มเดินเครื่องปลายปี 2571


    นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ ภายใต้การประธานของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ไฟเขียวอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการ

    โดยโปรเจ็กต์ยักษ์นี้มีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 23,000 ล้านบาท ซึ่งเนสท์เล่เตรียมสร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่แบบครบวงจรในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเนสกาแฟในไทยและรองรับตลาดส่งออก ครอบคลุมการผลิตตั้งแต่กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผสม 3 in 1 ไปจนถึงกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ด้วยกำลังการผลิตมหาศาลกว่า 1.7 แสนตันต่อปี

    นอกจากนี้ ภายในพื้นที่โครงการจะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค โดยโครงการทั้งหมดตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ และคาดว่าจะพร้อมเดินเครื่องผลิตได้ในช่วงปลายปี 2571

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)


ชูเทคโนโลยีล้ำสมัย ยกระดับสู่ “โรงงานอัจฉริยะ”

    เบื้องหลังความสำเร็จของดีลนี้ เป็นผลลัพธ์จากการสานต่อการเจรจาเชิงรุก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ณ การประชุม World Economic Forum เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อรองนายกฯ เอกนิติ และเลขาธิการบีโอไอ ได้ร่วมหารือกับซีอีโอของเนสท์เล่ที่ดูแลภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา จนนำมาสู่การตัดสินใจขยายฐานการผลิตในที่สุด

    ซึ่งความน่าสนใจของโปรเจ็กต์นี้คือการยกระดับสู่ “โรงงานอัจฉริยะ” อย่างเต็มรูปแบบ โดยโรงงานแห่งนี้จะติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ รวมถึงเทคโนโลยีการเก็บรักษากลิ่นกาแฟ พร้อมนำระบบอัตโนมัติขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์ และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้ามาใช้งาน

    ควบคู่กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคุมกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษามาตรฐานคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งการลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะสร้างงานในประเทศไทยมากกว่า 520 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี ไปจนถึงแรงงานทักษะเฉพาะทาง


อัดฉีด 4.3 พันล้าน หนุนซัพพลายเชนเกษตรกรไทย

    นอกจากนี้ การขยายฐานการผลิตของเนสท์เล่ครั้งนี้ ยังส่งผลบวกโดยตรงต่อซัพพลายเชนภาคการเกษตรของประเทศ โดยโรงงานแห่งใหม่มีแผนจัดหาวัตถุดิบและวัสดุจากภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการรับซื้อสูงถึงประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี

    มากไปกว่านั้น เนสท์เล่ยังขับเคลื่อนกลยุทธ์ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG (bio-circular-green economy) ด้วยการลงลึกถึงต้นน้ำของอุตสาหกรรมกาแฟ โดยอาศัยประสบการณ์ในฐานะผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของไทยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ มาต่อยอดสู่การวิจัยสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ สนับสนุนต้นกล้าคุณภาพสูง และถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลผลิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

    ล่าสุด ยังได้ส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อลดช่องว่างปริมาณผลผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทย


ตอกย้ำ 130 ปี ฐานยุทธศาสตร์หลักอินโดจีน

    ปัจจุบัน เนสท์เล่รั้งตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ด้วยรายได้รวมกว่า 3.7 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งในบรรดาเครือข่ายทั่วโลกนั้น ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่เนสท์เล่ปักหลักทำธุรกิจมายาวนานกว่าศตวรรษ พร้อมทั้งยกระดับให้ไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มอินโดจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

    ซึ่งบทบาทความสำคัญของฐานธุรกิจในไทยแห่งนี้ ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2561 ถึง 2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 27,800 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารสัตว์เลี้ยง พร้อมสร้างการจ้างงานกว่า 3,000 คน

    Nikhil Chand ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการลงทุนครั้งนี้ว่า "ไทยเป็นตลาดสำคัญของเนสท์เล่มากว่า 130 ปี การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่อประเทศไทย โดยโรงงานแห่งใหม่จะผสานเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน"

    ขณะที่นฤตม์กล่าวทิ้งท้ายถึงนัยสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ว่า “การตัดสินใจตั้งฐานการผลิตของเนสท์เล่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและมาตรการสนับสนุนของไทย การลงทุนนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ การแปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงการส่งออก ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร และตอกย้ำยุทธศาสตร์การเป็นฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของโลกอย่างแท้จริง”


ภาพ : เนสท์เล่




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดสมรภูมิมื้อค่ำ! โค้ก ส่ง “ซีโร่ ซีโร่” ไร้กาเฟอีน นำร่องไทยที่แรกในอาเซียน ผนึก Grab เจาะคนหิวดึกซ่าได้ยันนอน

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine