การนับหนึ่งใหม่ในไทยของ MINISO ใช้สินค้าลิขสิทธิ์ขับเคลื่อน พร้อมตั้งเป้าสู่ 100 สาขาใน 3 ปี

การนับหนึ่งใหม่ในไทยของ MINISO ใช้สินค้าลิขสิทธิ์ขับเคลื่อน พร้อมตั้งเป้าสู่ 100 สาขาใน 3 ปี

FORBES THAILAND / ADMIN
17 Jan 2026 | 10:47 AM
READ 2410

MINISO รีสตาร์ตเกมรีเทลในไทย จากร้านราคาจับต้องได้สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ขับเคลื่อนด้วย IP และประสบการณ์ เพิ่มสัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์กว่า 70% เปิด MINISO LAND ใจกลางสยาม และขยายสาขาแบบ “ช้าแต่ชัด” สู่ 100 แห่งใน 3 ปี ตอกย้ำทิศทางรีเทลยุคใหม่ที่แข่งกันด้วยแบรนด์และประสบการณ์ มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว


    ท่ามกลางสมรภูมิไลฟ์สไตล์รีเทลที่ร้อนแรงของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยผู้เล่นอย่าง Pop Mart, KKV และแบรนด์นำเข้าจากเอเชีย MINISO เลือกเดินหมากต่าง ด้วยการ “นับหนึ่งใหม่” ทางกลยุทธ์ จากร้านสินค้าราคาจับต้องได้ สู่แบรนด์รีเทลที่ขับเคลื่อนด้วย IP และประสบการณ์ (Experience-led Retail) อย่างชัดเจน

    แกนหลักของการปรับทิศทางครั้งนี้ คือการยกระดับคุณค่าแบรนด์ (Brand Value) ให้แข็งแรงในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการขยายสาขาหรือเร่งยอดขายระยะสั้น โดย MINISO ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์ (IP) จากเดิมราว 30% เป็นมากกว่า 70% เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรง

​


    Jun Wang (จุน หวัง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MINISO Thailand กล่าวว่า ภาพจำด้านราคายังคงเป็นจุดแข็งของแบรนด์ แต่ไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตในระยะยาว กลยุทธ์ใหม่จึงเน้นการสร้าง Value for Money ผ่านดีไซน์ คาแรคเตอร์ และประสบการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า IP ซึ่งเมื่อเทียบกับร้านลิขสิทธิ์ทางการหรือร้านของสะสมพรีเมียม MINISO ยังรักษาความได้เปรียบด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

​

Jun Wang (จุน หวัง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MINISO Thailand


    การขยับสัดส่วน IP อย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงช่วยสร้างเอกลักษณ์สินค้า แต่ยังช่วยเพิ่ม Brand Loyalty และลดแรงกดดันจากการแข่งขันโดยตรงในตลาด Mass Retail

    ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของการนับหนึ่งใหม่ คือการเปิด MINISO LAND สาขาสยามสแควร์วัน ซึ่งถูกออกแบบให้แตกต่างจากร้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่พื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น Brand Experience Hub ที่ผสานเทคโนโลยีและความบันเทิงเข้าด้วยกัน

​

MINISO LAND สาขาสยามสแควร์วัน


    สาขานี้เลือกใช้การออกแบบหน้าร้านด้วยเทคโนโลยี 3D แบบไม่ต้องใช้แว่น มีโซน IP Experience และบรรยากาศแบบ “สวนสนุกในเมือง” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่เปิดรับแฟชั่น คาแร็กเตอร์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น

    จุน หวัง กล่าวว่า การเลือกสยามสแควร์วันเป็นทำเลเปิดตัว ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทราฟฟิก แต่เป็นการวางตำแหน่งแบรนด์บนถนนสายธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่แบรนด์ระดับโลกใช้เป็นเวทีสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งช่วยตอกย้ำบทบาทของ MINISO ในฐานะผู้เล่นรีเทลยุคใหม่

​


    นอกเหนือจากวันเปิดตัว MINISO ยังเลือกใช้กลยุทธ์กิจกรรมต่อเนื่อง โดยจัดธีมและอีเวนต์พิเศษทุกสุดสัปดาห์ เพื่อดึงผู้บริโภคกลับเข้าร้านอย่างสม่ำเสมอ แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของหน้าร้าน จากจุดขายสินค้า สู่แพลตฟอร์มประสบการณ์ที่สร้างการมีส่วนร่วมมากกว่าการลดราคา


ขยายสาขา “ช้าแต่ชัด” ตั้งเป้า 100 แห่งใน 3 ปี

    จุน หวัง กล่าวอีกว่า ในเชิงการเติบโต MINISO วางแผนขยายสาขาในประเทศไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งเป้าเปิดครบ 20 สาขาภายในสิ้นปี 2568 และขยายสู่ 100 สาขาทั่วประเทศภายใน 3 ปี โดยเน้นคุณภาพทำเลและรูปแบบร้านมากกว่าปริมาณ

    เกณฑ์การเลือกสาขาใหม่จะโฟกัสศูนย์การค้าและทำเลไลฟ์สไตล์ที่มีผู้ใช้บริการสูง การแข่งขันสูง และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักได้ชัดเจน พร้อมนำรูปแบบร้านดีไซน์ทันสมัยตามมาตรฐานสากลเข้ามาใช้มากขึ้นในตลาดไทย

​



ออฟไลน์ยังเป็นหัวใจ O2O เป็นตัวเสริม

    แม้ตลาดออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง แต่ MINISO ยังคงยึด ประสบการณ์จริงที่หน้าร้านเป็นแกนหลัก โดยช่องทาง O2O ทำหน้าที่เสริมการเข้าถึงและการรับรู้ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล


ตลาดไทย ฐานยุทธศาสตร์ของอาเซียน

    จากโครงสร้างประชากรที่มีวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก และกำลังซื้อของชนชั้นกลางที่แข็งแรง ทำให้ MINISO มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปัจจุบันสัดส่วนสาขายังเน้นกรุงเทพฯ ราว 80% ก่อนจะค่อยๆ ขยายไปยังหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด

    จุน หวัง กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า ในระยะ 3-5 ปี MINISO ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงเครือร้านค้าปลีก แต่ต้องการเป็นแบรนด์รีเทลไลฟ์สไตล์ที่ผสานแฟชั่น คาแร็กเตอร์ และประสบการณ์เข้าด้วยกัน ผ่านโมเดลร้านแฟล็กชิปและ MINISO LAND ซึ่งกำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ทั้งในไทยและอาเซียน

    สำหรับตลาดรีเทลไทย นี่คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาของแบรนด์ต่างชาติที่เลือกลงทุนกับแบรนด์และประสบการณ์ ก่อนเร่งสเกล เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว



ภาพ: MINISO



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คู่แรกของไทย! ‘เก่ง-น้ำปิง’ นั่งแท่น PANDORA Thailand Ambassador เชื่อมโยงคอมมูนิตี้ สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine