MAGURO Group กางแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 30% ด้วยการลงทุนเพิ่ม 300 ล้านบาท ในการขยายแบรนด์ในเครือเพิ่ม 20 สาขา รวมถึงเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่น ได้แก่ ร้านซูชิสายพานในตำนานระดับพรีเมียม “Kaiten Sushi Ginza Onodera” และร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น “IPPE KOPPE”
จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เผยว่า “ปี2569 MAGURO Group เตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ และผลกำไรให้แก่ นักลงทุนและผู้ถือหุ้น โดยตั้งเป้ารายได้ของปี 2569 เติบโตขึ้น 30 % พร้อมลงทุนเพิ่ม 300 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาแบรนด์ในเครืออีก 20 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวร้าน 2 แบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่น"

สำหรับแผนนกลยุทธ์ที่สำคัญในปี 2569 ของ MAGURO Group มีดังนี้
เปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่
1. Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำระดับโลก ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปสักครั้ง (Food Destination) เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น
จุดเด่นสำคัญของแบรนด์นี้ คือ“คุณภาพของวัตถุดิบ ระดับพรีเมียม” ยกระดับประสบการณ์มื้ออาหารของร้านซูชิสายพาน ให้เทียบเท่าร้านโอมากาเสะ(Omakase) ในราคาที่เข้าถึงได้ ทานได้บ่อยๆ และมีอิสระในการควบคุมงบประมาณในมื้อนั้นๆ โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ของปี 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็น สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย


2. IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไป ด้วยการพิถีพิถันปรุงเมนูแกงกะหรี่สำหรับรับประทานคู่กับเมนูทงคัตสึเพื่อยกระดับรสชาติให้ดีที่สุดใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นเพื่อให้ได้แกงกะหรี่ที่เข้มข้น รสชาติสมดุล การันตีคุณภาพโดยเป็นร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569 นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เช่นกัน


สร้างการเติบโตของแบรนด์เรือธง โดยตั้งเป้าขยายสาขาจากแบรนด์ภายในเครือฯ เพิ่ม 20 ร้านภายในสิ้นปี 2569 โดยปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมดจำนวน 54 ร้าน จาก 8 แบรนด์ได้แก่
- MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 20 ร้าน รวม MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่คอนเซ็ปคับโปะ
- HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 16 ร้าน รวมร้านHITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course
- SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน
- Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 7 ร้าน
- CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน
- Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม จำนวน 1 ร้าน
- KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น จำนวน 2 ร้าน
- Chopman (ช็อปแมน) แบรนด์ข้าวมันไก่คราฟต์ ที่ให้บริการในรูปแบบเฉพาะผ่านเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม GRAB และ LINEMAN โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน มกราคม 2569 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
สร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างหลากหลายมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาล การเปิดตัวแคมเปญโปรโมชันพิเศษที่จะหมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการ กลับมาใช้บริการซ้ำ และจูงใจให้อยากใช้บริการแบรนด์อื่นๆ ภายในเครือฯ อีกด้วย
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในปี 2569 งวด 9 เดือนแรก MAGURO มีรายได้รวม 1,389 ล้านบาทเติบโต 42% และมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาทเติบโต 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ภาพ : Maguro Group
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : OH! JUICE ปี 68 ขายได้ 2 ล้านแก้ว กวาดรายได้ 350 ล้าน ส่วนปีนี้หลังจับมือ ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ ยอดขายเกลี้ยงทุกสาขาช่วงแคมเปญ!
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

