LG เชื่อบอลโลกดันตลาดทีวีฟื้นตัว คาดปีนี้โต 5% มูลค่าแตะ 2.1 หมื่นล้าน ผู้บริโภคอัปเกรดทีวีรับคอนเทนต์ยุคใหม่ ต้องจอใหญ่ คมชัด รองรับ AI

LG เชื่อบอลโลกดันตลาดทีวีฟื้นตัว คาดปีนี้โต 5% มูลค่าแตะ 2.1 หมื่นล้าน ผู้บริโภคอัปเกรดทีวีรับคอนเทนต์ยุคใหม่ ต้องจอใหญ่ คมชัด รองรับ AI

ตลาดทีวีเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว คาดปีนี้โต 5% มูลค่าแตะ 21,000 ล้านบาท LG ประเมินแรงหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก และเทรนด์การรับชมคอนเทนต์ยุคใหม่ กระตุ้นผู้บริโภคอัปเกรดทีวี โดยเฉพาะดีมานด์จอใหญ่ คมชัด และรองรับ AI


    Sunghan Jung ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มการใช้งานทีวีและอุปกรณ์ความบันเทิงในบ้านกำลังเปลี่ยนจากอุปกรณ์รับชม ไปสู่พื้นที่ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค โดย LG มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด “AI in Action” และ “One Home. Endless Vibes” เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้ใช้งาน

    ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์ความบันเทิงที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการรับชมคอนเทนต์บนหน้าจอขนาดใหญ่ในระดับโรงภาพยนตร์ และการใช้งานผ่านจอไลฟ์สไตล์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในบ้าน

    “นวัตกรรมของ LG ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงในบ้าน และทำให้พื้นที่อยู่อาศัยรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น” Sunghan Jung กล่าว


ตลาดโต รับแรงหนุนบอลโลก และเทรนด์ทีวียุคใหม่

    อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เผยว่า ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ สินค้ากลุ่มทีวีคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของธุรกิจ LG ในประเทศไทย หรือคิดเป็นมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท นับเป็นกลุ่มสินค้าอันดับ 2 รองจากเครื่องซักผ้า

    แม้ภาพรวมตลาดทีวีย้อนหลัง 4 ปีที่ผ่านมาจะอยู่ในภาวะติดลบเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง แต่ในปีนี้คาดการณ์ว่าตลาดจะได้รับอานิสงส์จากการแข่งขันฟุตบอลโลก ส่งผลให้มีแนวโน้มเติบโตอย่างน้อย 5% หรือมีมูลค่าราว 21,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านบาท

    ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในปีนี้ยังมาจากหลายด้าน ได้แก่ เทรนด์การใช้ทีวีหน้าจอขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น การเติบโตของคอนเทนต์สตรีมมิ่งที่รองรับความละเอียดระดับ 4K รวมถึงประสบการณ์ภาพและเสียงระดับโรงภาพยนตร์ ตลอดจนการพัฒนาของทีวีที่รองรับเทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่เพื่อรองรับคอนเทนต์และประสบการณ์ที่ดีขึ้น


    ในส่วนของ LG นัั้น ตลาดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือกลุ่มทีวี OLED (Organic Light-Emitting Diode) ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้คาดว่าตลาด OLED จะเติบโตประมาณ 20% คิดเป็นมูลค่าราว 1,550 ล้านบาท ซึ่ง LG ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 58% หรือมากกว่าครึ่งของตลาด โดยครองอันดับ 1 ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 13 ปี

    อีกหนึ่งกลุ่มที่ LG ให้ความสำคัญคือ ทีวีจอใหญ่ (ขนาด 55 นิ้วขึ้นไป) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเติบโต 15% หรือเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 4,000 ล้านบาท และในกลุ่มนี้ LG มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 22%

    “สำหรับเป้าหมายในปีนี้ LG ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจทีวีทั้งหมดไว้ที่ 10% โดยกลุ่ม OLED ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และกลุ่มทีวีจอขนาดใหญ่ตั้งเป้าเติบโต 15%” อำนาจ กล่าว

    อำนาจยังระบุว่า ไทยถือเป็น 1 ใน 3 ตลาดสำคัญ ร่วมกับเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่สำนักงานใหญ่เลือกลงทุนและทำกิจกรรมทางการตลาดเอง เนื่องจากมองว่ามีศักยภาพในการเติบโตสูง และไทยยังเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและซึมซับวัฒนธรรมเกาหลีในระดับสูง

    ทั้งนี้ ช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา จะมีความแตกต่างจากปกติ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเหมือนปีก่อนๆ เช่น โครงการช้อปดีมีคืน ทำให้ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ อาจเห็นการหดตัวลงบ้าง

    อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ตลาดเริ่มฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งโดยปกติจะช่วยผลักดันตลาดให้เติบโตประมาณ 10-20% ซึ่งปีนี้บริษัทก็คาดการณ์ว่าจะเป็นไปในทิศทางดังกล่าว โดย LG เองไม่ได้มุ่งหวังเพียงช่วงฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่ยังมีการเตรียมโปรโมชั่นรองรับไว้ตลอดทั้งปี


เปิดไลน์อัปสินค้าใหม่

    ทั้งนี้ LG ได้จัดงานงานป๊อปอัพ “집들이 by LG ทุกก้าวของการใช้ชีวิตในบ้าน เริ่มต้นกับแอลจี” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานดังกล่าว LG ได้เปิดไลน์อัปผลิตภัณฑ์กลุ่มสื่อและความบันเทิงภายในบ้าน ครอบคลุมทั้งทีวี จอแสดงผล และอุปกรณ์เสียง โดยเน้นการใช้ AI ร่วมกับภาพและเสียงเพื่อรองรับการใช้งานในบ้าน

    โดยกลุ่มทีวีพรีเมียมประกอบด้วย LG OLED evo AI W6 รุ่น OLED77W6 และ LG Micro RGB evo AI ขนาด 100 นิ้ว ซึ่งเน้นคุณภาพภาพระดับ 4K และฟีเจอร์ AI รวมถึงระบบเสียงสำหรับความบันเทิงภายในบ้าน

    กลุ่มจอไลฟ์สไตล์ ได้แก่ LG StanbyME 2 จอไร้สายแบบพกพา และ Smart Monitor Swing รุ่น 32 นิ้ว ความละเอียด 4K รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิง

    ด้านกลุ่มเกมมิ่งมี LG UltraGear OLED GX9 ขนาด 45 นิ้ว และ UltraGear evo AI Monitor ขนาด 39 นิ้ว เน้นประสิทธิภาพด้านภาพและการตอบสนอง

    นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องเสียง ได้แก่ LG xboom AI Stage 501 และ LG Soundbar S95TR สำหรับประสบการณ์เสียงรอบทิศทางภายในบ้าน




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : LG ลุยต่อไม่หยุด ไม่ใช่แค่ผลิต-ขายเครื่องซักผ้าแล้ว ผนึก Trendy Wash เปิดตัวบริการใหม่ ซัก-อบ-พับ-ส่งถึงบ้าน โปรเริ่มต้น 199 บาท

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine