จาก 4,000 สาขาสู่ไทย! heytea ปักหมุดสาขาแรกเซ็นทรัลเวิลด์ ใช้ “ขนุน-ชาไทย” สร้างเมนู Localized เจาะตลาดผู้บริโภคเอเชีย

จาก 4,000 สาขาสู่ไทย! heytea ปักหมุดสาขาแรกเซ็นทรัลเวิลด์ ใช้ “ขนุน-ชาไทย” สร้างเมนู Localized เจาะตลาดผู้บริโภคเอเชีย

heytea ชูคอนเซ็ปต์ tea lab ปักหมุดสาขาแรกในไทย พร้อมรังสรรค์รสชาติใหม่ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นกลายมาเป็นเครื่องดื่ม "ชาขนุน ทาร์ตไข่และไอศกรีมเจลาโตรสชาไทย" ดึงดูดใจคอชา-สายขนมหวานต้องลอง


    จากร้านชาเล็กๆ 20 ตร.ม. สู่กว่า 4,000 สาขาทั่วโลก heytea เดินเกมขยายตลาดต่อในไทยสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ หลังตั้งเป้าหมายให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็น "Starbucks แห่งวงการชา" พร้อมใช้ไทยเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิด tea lab แห่งแรกในภูมิภาค และนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง "ขนุน" รวมถึงรสชาติ "ชาไทย" มาพัฒนาเป็นเมนูเฉพาะตลาด สะท้อนกลยุทธ์ localization ที่แบรนด์ใช้สร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศ

    ว่าแต่ heytea แบรนด์นี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร และอะไรคือจุดเด่นของแบรนด์ที่สามารถดึงดูดใจสายเครื่องดื่มชาในไทยให้พูดถึงในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง Forbes Thailand จะขยายความให้ฟัง

​


จากร้านชาเล็กๆ ในจีน สู่เป้าหมาย "Starbucks แห่งวงการชา"​

    ย้อนกลับไปในปี 2012 "Nie Yunchen" เด็กหนุ่มธรรมดาวัย 21 ปี ที่เรียนจบสายอาชีวศึกษาและทำงานหาเงินมาแล้วหลายอย่าง ซึ่งรวมไปถึงการเปิดกิจการซ่อมโทรศัพท์มือถือร้านเล็กๆ เช่นกัน แต่ธุรกิจก็นั้นกลับไม่เติบโตตามที่หวัง 

    เขาจึงกำเงินลงทุนราว 150,000 หยวน หันมาริเริ่มธุรกิจร้านชาเล็กๆ ขนาดเพียง 20-30 ตารางเมตรขึ้น ภายใต้ชื่อ "Royaltea" ณ เมือง Jiangmen มณฑล Guangdong ประเทศจีน ซึ่งเวลานั้นตลาดชานมของจีนต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือดด้านราคา ร้านชาส่วนใหญ่จึงเลือกกดต้นทุนด้วยการใช้ผงชงชาสำเร็จรูปและวัตถุดิบคุณภาพต่ำเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น

    เมื่อเกรงว่าจะสู้ท่ามกลางสมรภูมิเดือดนี้ไม่ได้ หยุนเฉินจึงเลือกเดินสวนทาง พร้อมสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ด้วยการใช้ชาและวัตถุดิมที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม พร้อมวางเป้าหมายยิ่งใหญ่นับตั้งแต่วันแรกที่จะพาแบรนด์ก้าวไปสู่ “Starbucks แห่งวงการชา” 

    หลังจากนั้นเขาจึงพัฒนาสูตรเครื่องดื่มมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดขึ้นเป็นเมนู "Cheese Tea" เครื่อมดื่มชาที่มีครีมชีสหอมหวานละมุนโปะอยู่ด้านบน จนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ถูกแบรนด์อื่นๆ เลียนแบบไปทั่วอุตสาหกรรม

​    จากร้านชาคูหาเล็กๆ หยุนเฉินพัฒนาแนวคิดไปสู่ความทันสมัยเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยการนำชาแท้ ผลไม้ และวัตถุดิบร่วมสมัยมาผสมกับเทคนิคและรูปแบบการนำเสนอที่ดึงดูดใจ จนกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ธุรกิจที่หลอมรวมทั้งเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ พร้อมประสบการณ์ที่เชื่อมโยง แฟชั่น ศิลปะ อาหาร และวัฒนธรรมป๊อปไว้ด้วยกัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น heytea (喜茶) ในปี 2016

​

จากเมืองกวางตุ้ง มุ่งสู่ตลาดโลกกว่า 4,000 สาขา

    ด้วยระยะเวลาเพียงสิบกว่าปี ปัจจุบันแบรนด์ชา heytea ขยายการเติบโตไปทั่วโลกแล้ว 11 ประเทศ ด้วยจำนวนกว่า 4,000 สาขา แยกออกเป็นสาขานอกประเทศจีนราว 120 สาขา

    สิงคโปร์คือประเทศแรกที่ heytea ลองชิมลางเปิดตัวร้านนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรกในปี 2018 หลังจากนั้นจึงขยายไปยังประเทศอื่นเรื่อยๆ ทั้ง New York ประเทศสหรัฐฯ, London ประเทศอังกฤษ, Toronto ประเทศแคนาดา, Sydney และ Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ต่อเนื่องไปถึงประเทศมาเลเซีย และเกาหลีใต้​

    สำหรับประเทศไทย heytea เลือกปักหมุดสาขาแรก ในทำเลใจกลางเมือง ณ ห้างเซ็นทรัล เวิลด์ โดยมีเป้าหมายให้สาขานี้ช่วยเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ พร้อมเป็นประตูเปิดไปสู่ตลาดผู้บริโภคของภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการที่ห้างแห่งนี้มีทราฟฟิกของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเดินหนาแน่นตลอดทั้งปี 

​


tea lab แห่งแรกใน SEA และแห่งที่ 3 นอกประเทศจีน

    หนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจของแบรนด์นี้ คือการสร้างพื้นที่ heytea lab ขึ้นในปี 2016 ด้วยการแบ่งพื้นที่ภายในร้านให้เป็นพื้นที่สำหรับทดลองเมนูใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้สำหรับลูกค้า ก่อนจะพัฒนากลายเป็นหนึ่งในรูปแบบร้านที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด

    ความพิเศษของ tea lab ไม่ได้กำหนดตายตัว ว่าทุกสาขาจะต้องเหมือนกันทั้งหมด แต่สามารถนำบริบทของเมืองและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร้านได้ 

    โดยสาขาแรกของประเทศไทย มีการนำคอนเซ็ปต์เรื่องชา tea lab, เบเกอรี bake lab, และไอศครีมเจลาโต gelato lab มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถือเป็น tea lab แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแห่งที่ 3 นอกประเทศจีน ถัดจากการเปิดตัวในสาขาที่ New York สหรัฐอเมริกา และ Toronto แคนาดา

​

​

"ขนุน และ ชาไทย" รสชาติใหม่ เฉพาะสาขาแรกที่ไทยเท่านั้น

    สำหรับความโดดเด่นของสาขาแรกในประเทศไทย นอกเหนือจากการนำเมนูขายดีรสชาติต่างๆ มาเสิร์ฟให้คนไทยได้ลิ้มลองกันโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปต่างประเทศเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

    heytea ยังมีการรังสรรค์เมนูใหม่ผ่านโซน tea lab โดย "teaAir Rock Oolong Jackfruit" คือ การนำเสนอเครื่องดื่มที่ใช้วัตดุดิบท้องถิ่นอย่างผลไม้ไทย เช่น ขนุน มะละกอ และมะพร้าว เบลนด์ออกมาเป็นชาอู่หลงผลไม้ เสิร์ฟพร้อมกับ "tea air" วิบครีมด้านบนที่ทำจากชาชงสด มะพร้าว ไขมันจากนม และอากาศ ผสมกันจนได้เนื้อสัมผัสเบาและฟูนุ่ม ถือเป็นไฮไลต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยด้วย


​

    ถัดมาโซน bake lab และ gelato lab จะเป็นการหยิบยกเอารสชาติที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง "ชาไทย" นำมาตีความใหม่ ให้กลายเป็น ทาร์ตไข่รสชาไทย และ ไอศกรีมเจลาโตรสชาไทย นอกเหนือจากรสชาติอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ลิ้มลองเพราะมีจำหน่ายเฉพาะสาขาแรกที่ไทยเท่านั้น


ทาร์ตไข่รสต้นตำรับ ชาเขียว และชาไทย

​

​


​

ภาพ : heytea




​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : CRG รับเทรนด์มัทฉะขาขึ้น เปิด “I'M MATCHA” เจาะตลาด 400 ล้าน วาง Ceremonial Grade ราคาเริ่ม 95 บาท หวังเพิ่มความถี่การดื่มในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine