"Flying Tiger Copenhagen" กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 200 ล้าน ปักธงย่าน CBD ขยายสาขาเพิ่ม 20 แห่งทั่วประเทศ

"Flying Tiger Copenhagen" กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 200 ล้าน ปักธงย่าน CBD ขยายสาขาเพิ่ม 20 แห่งทั่วประเทศ

FORBES THAILAND / ADMIN
20 Apr 2026 | 04:23 PM
READ 157

บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) กางแผนปี 2569 พร้อมทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ขยายสาขาร้านจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ‘Flying Tiger Copenhagen’ เพิ่มอีก 20 แห่งทั่วประเทศ เน้นปักธงในทำเลศักยภาพย่าน CBD ศูนย์การค้าชั้นนำและหัวเมืองหลักท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท


    กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เผยว่า หลังจากเปิดตัว ‘Flying Tiger Copenhagen’ (ฟลายอิ้ง ไทเกอร์ โคเปนเฮเกน) แบรนด์สินค้าวาไรตี้และไลฟ์สไตล์จากประเทศเดนมาร์ก ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา และมีการเปิดร้านไปทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ เอ็มสเฟียร์, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาพัทยา, แฟชั่นไอส์แลนด์, ซีคอนสแควร์, แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ และเดอะมอลล์ บางกะปิ โดยได้กระแสตอบรับอย่างดี สร้างยอดขายได้ตามคาดกว่า 30 ล้านบาท สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่ม Gen Z, Office Worker, Young Family รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว        

    ทั้งนี้ พฤติกรรมการช้อปของลูกค้าจะใช้เวลาเฉลี่ยราว 20-30 นาทีต่อครั้ง และส่วนใหญ่จะมีไอเทมติดมือกลับไปโดยไม่คาดคิด โดยปีที่ผ่านมาสินค้าคอลเลกชันคริสต์มาสและฤดูใบไม้ร่วง และไอเทม Gift ถือเป็น Campaign Product ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเป็นผลมาจากไอเดียดีไซน์สินค้าที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร บวกกับบรรยากาศการช้อปของขวัญส่งท้ายปีทำให้ลูกค้าเลือกช้อปกันอย่างคึกคัก  


    สำหรับปี 2569 ทางบริษัทกางแผนกลยุทธ์บุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทุ่มงบลงทุนราว 15 ล้านบาทต่อสาขา หรือคิดเป็นเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 20 แห่งทั่วไทย ทั้งกรุงเทพและส่วนภูมิภาค และยังชูจุดแข็ง DNA ของแบรนด์ Flying Tiger Copenhagen ที่ผสานดีไซน์สุดสร้างสรรค์ ความสนุก ฟังก์ชันการใช้งาน ในราคาที่เข้าถึงได้ และยังคำนึงถึงด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด 'Changing together' เพื่อส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจ ควบคู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนทั่วโลกในทุกๆ วัน 

    ทั้งนี้ แผนการขยายสาขาจะเน้นในทำเลศักยภาพย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ สยามสแควร์, สีลม คอมเพล็กซ์ ใจกลางเมืองและย่านธุรกิจ Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พระรามสอง ที่มีทราฟฟิกสูงของกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ และเมืองท่องเที่ยวอย่าง จังซีลอน .ภูเก็ต, เซ็นทรัล หาดใหญ่, ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยขนาดพื้นที่เฉลี่ย 200-250 ตรม./สาขา โดยยึดคอนเซปต์ดีไซน์ร้านแบบ Treasure Hunt (เขาวงกต) สร้างอินสไปร์และกระตุ้นให้เกิดการสำรวจและการตัดสินใจซื้อโดยไม่คาดคิด (Impulse Buying) โดยรวมสินค้าทั้งสิ้น 3,400 รายการ (SKUs) และในแต่ละเดือนยังมีสินค้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาต่อเนื่องราว 280-300 รายการ (SKUs) เพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาช้อปซ้ำๆ แบบไม่เบื่อ เพราะมีสินค้าใหม่ให้เลือกช้อปอยู่เสมอ ที่สำคัญคือราคาเบาเข้าถึงได้ง่าย ภายใต้แนวคิด “Danish Design at Affordable Prices” 


    อย่างไรก็ตาม แบรนด์ Flying Tiger Copenhagen มีข้อได้เปรียบที่ช่วยตอบโจทย์ด้านราคาและมีจุดแข็งด้านดีไซน์ “Value through Design” (การสร้างคุณค่าผ่านงานดีไซน์) นอกจากนี้ทุกไอเทมยังให้คุณค่าด้านความยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถูกคัดสรรมาอย่างดีผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน ปลอดภัย  โดยไอเทมที่ทำจากไม้และกระดาษทั้งหมดนั้นมาจากแหล่งที่จัดการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสินค้ากว่า 48% สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และลดการใช้พลาสติกอย่างจริงจัง สอดคล้องกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ยินดีสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อโลก 

    “การขยายธุรกิจครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของ ILM ต่อตลาดไลฟ์สไตล์ไทยที่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาสินค้าเเตกต่าง สนุก และเข้าถึงได้ ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่ายอดขาย Flying Tiger Copenhagen ในปี 2569 นี้ จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท” กฤษชนก กล่าวทิ้งท้าย 


ภาพ : Flying Tiger Copenhagen




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ​หลังยอดขายทะลุ 100 ล้านปีแรก Yolk ลุยต่อปีที่สอง ต่อยอดสู่เบเกอรี่+ชาเฮลท์ตี้ ขยายสาขาสู่ 12-15 สาขาปีนี้

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine