‘อาร์เซลิก ฮิตาชิ’ ไม่หวั่นปัญหาสินค้าจีนทะลัก ยังเน้นฐานผลิตในไทย ชูแคมเปญใหม่เจาะกลุ่ม Gen Y - Forbes Thailand

‘อาร์เซลิก ฮิตาชิ’ ไม่หวั่นปัญหาสินค้าจีนทะลัก ยังเน้นฐานผลิตในไทย ชูแคมเปญใหม่เจาะกลุ่ม Gen Y

‘อาร์เซลิก ฮิตาชิ’ เผยหลังร่วมทุนมา 3 ปี ชูแคมเปญใหม่ The Art of Ease เร่งรีแบรนด์ขยายฐานลูกค้า Gen Y ไม่หวั่นปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าจีนทะลัก ยังเน้นผลิตสินค้าในไทยเพื่อส่งออกกว่า 65 ประเทศ ส่วนการแข่งขันตลาดในประเทศพบว่าจาก พฤติกรรมลูกค้าไทยต้องการผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อโลก แต่ยอมรับเศรษฐกิจไทยโตน้อยกว่าคาด และต้องเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี รวมถึงรับมือปัญหาสังคมสูงวัย

    นายซาแฟร์ อัสทูเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ กล่าวว่า ปัจุจบันอาร์เซลิก ฮิตาชิฯ มีการร่วมทุนครบ 3 ปี ในการผลิต จำหน่าย และให้บริการฯ ที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ฮิตาชิทั่วโลก (นอกจากญี่ปุ่น) โดยที่ผ่านมามีฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen X ซึ่งหลังจากนี้ในตลาดไทยและเอเชียแปซิฟิก บริษัทฯ จะมุ่งเน้นสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่ม Gen Y มากขึ้น ผ่านการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และใช้ influencer ที่ตรงกลุ่มมากขึ้น

    ทั้งนี้ ปี 2566 ที่ผ่านมามีการเปิดตัว แคมเปญ The Art of Ease เพื่อผลักดันให้เป็นแบรนด์ด้านโซลูชันไลฟ์สไตล์ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน แต่ยังมีความพิถีพิถันแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ ความทนทาน และประหยัดพลังงาน ตอบโจทยด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปี 2567 นี้ได้ออกมาแล้วกว่า 120 สินค้า

    ในส่วนของไทย อาร์เซลิก ฮิตาชิฯ มีการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ปั๊มน้ำ ฮีตเตอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ ที่ส่งออกใน 65 ประเทศทั่วโลก และยังลงทุนด้านการผลิต และบุคลากรในไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 และการใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว 100% ในสำนักงานทั่วทั้งภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายจากปัญหาสินค้าจีนทะลักโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่อาจจะทวีความรุนแรงขึ้น หากมาตรการลงโทษ (Sanctions) สหรัฐต่อจีนยังเพิ่มขึ้น อาจทำให้สินค้าจีนที่ภาครัฐสนับสนุนการผลิตอาจทะลักเข้าสู่ตลาดหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่มองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะพฤติกรรมของลูกค้าไทยแตกต่างจากประเทศอื่น และมุ่งเน้นที่คุณภาพ และพร้อมแข่งกับสินค้าจีนในตลาดประเทศอื่นๆ

    ในส่วนของเศรษฐกิจไทยมองว่า การขยายตัวน้อยกว่าที่คาดและชะลอตัวกว่าประเทศอื่นๆ (เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย) โดยมองว่า เพื่อการเติบโตในระยะยาว ไทยมีความท้าทายหลักคือ การเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยี และปัญหาสังคมสูงวัย



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ORN มองทิศธุรกิจอสังหาฯ ครึ่งปีหลังเข้า ‘ไฮซีซัน’ เดินหน้าพรีเซล 3 โครงการมูลค่ารวม 3,070 ล้านบาท

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine