“Alliance Laundry” ผู้ผลิตเครื่องซัก-อบ ส่งเข้าร้านสะดวกซัก 10 ปีลงทุนไทย 120 ล้านเหรียญ ปักหมุดโรงงานไทยฮับของภูมิภาค

“Alliance Laundry” ผู้ผลิตเครื่องซัก-อบ ส่งเข้าร้านสะดวกซัก 10 ปีลงทุนไทย 120 ล้านเหรียญ ปักหมุดโรงงานไทยฮับของภูมิภาค

เมื่อร้านสะดวกซักเติบโตในไทยจนมีมากกว่า 6,000 แห่ง บริษัทผู้ผลิตเครื่องซัก-อบผ้ารายใหญ่ระดับโลกจึงเลือกเดิมพันกับประเทศไทย ผ่านการลงทุนกว่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมยกระดับโรงงานในชลบุรีสู่ฐานการผลิตสำคัญของเอเชียแปซิฟิก


    ทุกวันนี้หากเข้าร้านสะดวกซักในไทย โดยเฉพาะในแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มีสาขาจำนวนมากอย่าง Otteri และ WashXpress รู้หรือไม่ว่าเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่ให้บริการในร้านสะดวกซักในไทย 70% มาจากบริษัทที่ชื่อว่า Alliance Laundry Systems ที่ไม่เพียงแต่ขายเครื่องซักผ้าและอบผ้าเชิงพาณิชย์ในไทย แต่ยังลงทุนสร้างโรงงานในไทยด้วย

    Alliance Laundry Systems หรือ ALS ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 118 ปีก่อนในสหรัฐอเมริกา โดดเด่นในเรื่องการผลิตเครื่องซักผ้าและอบผ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันให้บริการสินค้าทั้งหมด 5 แบรนด์ ประกอบด้วย Speed Queen®, UniMac®, Huebsch®, Primus® และ IPSO® (ด้วยความจุตั้งแต่ 20–400 ปอนด์ หรือ 9–180 กก.) พร้อมบริการสนับสนุนหลังการขาย โดยปัจจุบันให้บริการกว่า 170 ประเทศทั่วโลก มีทีมงานกว่า 4,000 คน

    ขณะที่ในประเทศไทย Alliance Laundry Systems เข้ามาสร้างโรงงานในไทยตั้งแต่ปี 2018 ลงทุนครั้งแรก 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เริ่มเปิดการผลิตในปี 2019 และมีการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันลงทุนในไทยไปแล้วกว่า 120 ล้านเหรียญ

    โรงงานผลิตของ ALS ขนาดกว่า 27,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ทั่วภูมิภาค ด้วยเครื่องจักรจากเยอรมันที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การขึ้นรูปชิ้นส่วนมีความสม่ำเสมอและได้มาตรฐานในทุกหน่วยการผลิต


    เบน ดอบส์ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Alliance Laundry (Thailand) Co., Ltd. กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 118 ปี Alliance Laundry Systems ได้สร้างความสำเร็จบนพื้นฐานของคุณภาพมาตรฐานอเมริกัน ความน่าเชื่อถือ และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมซักอบผ้าเชิงพาณิชย์

    “โรงงานของเราในประเทศไทยแสดงให้เห็นว่าเราสามารถใช้จุดแข็งเหล่านี้ สร้างเป็นโซลูชันที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบสนองความท้าทายในการดำเนินงานจริง ขณะเดียวกันก็สนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานระยะยาวสำหรับธุรกิจต่างๆ ด้วยวิศวกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีการผลิตที่แม่นยำ และ STAR Lab แห่งแรกในภูมิภาค เราพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานและความต้องการของธุรกิจในระยะยาว”


    สุกรี กีไร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส ประจำภูมิภาค ระบุว่า ตลาดซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากอุตสาหกรรมการโรงแรม โรงพยาบาล และธุรกิจร้านซักผ้า สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การเติบโตยังได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของเมือง การเติบโตของการท่องเที่ยว และความต้องการโซลูชันการซักผ้าแบบอัตโนมัติและประหยัดพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

    “ร้านสะดวกซักนั้นทำให้ผู้บริโภคทีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ไม่ต้องดูแลรักษาเครื่องซักผ้าและอบผ้าด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการประหยัดน้ำ ทั้งยังสะอาดกว่าเพราะเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์มีประสิทธิภาพมากกว่า การไปซักผ้าที่ร้านก็ทำได้สะดวกเพราะส่วนใหญ่อยู่ในทำเลร้านสะดวกซื้อ ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องเสียเวลาทั้งวัน ตอบโจทย์สำหรับทั้งคนที่อยู่บ้านและนักท่องเที่ยว” สุกรีกล่าว

    สุกรีกล่าวอีกว่า ปัจจุบันการใช้บริการร้านสะดวกซักถือเป็นเรื่องปกติในมาเลเซีย ขณะที่ในสิงคโปร์ร้านสะดวกซักกลายเป็น meeting space และสำหรับประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศที่มีการลงทุนทำร้านสะดวกซักสูงที่สุด บางแห่งลงทุนมากถึง 30 ล้านบาท ส่วนตลาดเกิดใหม่สำหรับ ALS ในภูมิภาคนี้คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม และกัมพูชา ที่กำลังเป็น Emerging Market ที่น่าสนใจ

    “ตอนนี้เรากำลังสนใจตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีประชากรเยอะเป็น 8.5% ของโลก ส่วนประเทศไทยปัจจุบันมีร้านสะดวกซักแล้ว 6,000 สาขา เรียกได้ว่าไทยเป็นตลาดร้านสะดวกซักที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดย ALS มีมาร์เก็ตแชร์ในไทยแล้ว 70% ขณะที่เป้าหมายของเราคืออยากให้ตลาดร้านสะดวกซักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตสู่ 30,000 แห่งทั่วภูมิภาคภายในปี 2031 และ ALS อยากมีมาร์เก็ตแชร์ 70% ของภูมิภาคเหมือนที่ไทย”

    แผนการดำเนินงานของ ALS ในภูมิภาค วางเป้าให้โรงงานในไทยเป็นฮับการผลิตของภูมิภาค และยังไม่มีแผนลงทุนในภูมิภาคอื่น เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่า นอกจากนี้ Capacity ของโรงงานในไทยก็ยังไม่เข้าใกล้ระดับสูงสุด โรงงานแห่งนี้จึงยังรองรับการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้

    สำหรับโรงงานในไทยนั้นรองรับการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วและวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ช่วย (Computer-Aided Engineering: CAE) ถูกนำมาใช้เพื่อออกแบบ จำลอง และทดสอบผลิตภัณฑ์จริงก่อนเข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ แนวทางการทำงานแบบผสมผสานนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดระยะเวลาในการพัฒนา และยกระดับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องซักและอบผ้าทุกเครื่องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพระดับสากล


    นอกจากนี้ เครื่องแต่ละรุ่นยังได้รับการออกแบบให้ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณการใช้น้ำต่อรอบการซัก เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่อง ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

    โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่

    - Stax-X คือโซลูชันเครื่องซักและอบผ้าแบบวางซ้อนกันในแนวตั้ง ออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจร้านสะดวกซักขนาดเล็ก โดยผสานการซักและอบผ้าระดับพาณิชย์ไว้ในเครื่องเดียวในรูปแบบโครงสร้างแนวตั้ง มีให้เลือกใน 2 ขนาดความจุ คือ 14 กก. และ 23 กก.

    - COMBO คือเครื่องซักและอบผ้าแบบ All-in-One ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ เหมาะสำหรับธุรกิจร้านสะดวกซักและร้านค้าขนาดเล็ก โดย COMBO รองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานเฉพาะระบบซัก ระบบอบ หรือโหมดซักและอบต่อเนื่องภายในเครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ทั้งนี้ COMBO วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Speed Queen® เท่านั้น



ภาพ: Alliance Laundry Systems



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ธุรกิจสะดวกซักเดือดต่อ! “ซัมซุง” ร่วมวงชิงตลาด 1.6 หมื่นล้าน เปิดตัวเครื่องซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ ชูจุดเด่น คุ้มค่า-ทนทาน-คืนทุนไว

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine