ไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี ลงทุนในบริษัท กรีนเดย์ กรุ๊ป จำกัด - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • ไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี ลงทุนในบริษัท กรีนเดย์ กรุ๊ป จำกัด

ไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี ลงทุนในบริษัท กรีนเดย์ กรุ๊ป จำกัด

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
06 Jun 2017 | 4:12 pm 5954

ไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี เข้าลงทุนในกลุ่มบริษัทที่บริหารงานโดยครอบครัว คงศุภมานนท์ ซึ่งรวมถึง บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด และ บริษัท เอ เอส เวิลด์ เทรดดิ้ง จำกัด (เรียกรวมกันว่า “กรีนเดย์”)

กรีนเดย์ เป็นบริษัทผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวจากผักและผลไม้ชั้นนำซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สมุทรปราการ ประเทศไทย หลังจากที่มีการเพิ่มเงินทุน ไดมอน เอเชียจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียวของกรีนเดย์ โดยที่ครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นข้างมากในกรีนเดย์

การเพิ่มเงินทุนโดยไดมอนเอเชียจะนำไปใช้ในการสร้างโรงงานใหม่เป็นส่วนใหญ่เพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ของกรีนเดย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กรีนเดย์มีประวัติในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวแบบดั้งเดิมให้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กผ่านทางการส่งออก

ปัจจุบันนี้กรีนเดย์เติบโตและพัฒนามาจำหน่ายขนมขบเคี้ยวจากผักและผลไม้เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของตนเองทั้งในและต่างประเทศ กรีนเดย์ขายผลิตภัณฑ์ของตนไปยังประเทศต่างๆ กว่า 25 ประเทศภายใต้แบรนด์ Greenday และ Glendee

หลังจากผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ของกรีนเดย์ผลิตด้วยกระบวนการอบแห้งด้วยระบบเยือกแข็งสุญญากาศ (vacuum freeze-drying) หรือทอดสุญญากาศ (vacuum frying) กระบวนการผลิตดังกล่าวไม่เหมือนกับการอบแห้งตรงที่กระบวนการดังกล่าวจะช่วยรักษาผักและผลไม้ให้อยู่ในสภาพเดิมตามธรรมชาติโดยไม่มีการใส่สารกันเสีย น้ำตาลเทียมหรือสารให้ความหวาน กรด หรือสีผสมอาหารแต่อย่างใด ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดกลูเตน (gluten-free) และยังคงรสชาติผักหรือผลไม้ดั้งเดิมเอาไว้

เมื่อเร็วๆ นี้กรีนเดย์ได้เปิดร้านแฟล็กชิปแห่งแรกของตนเองที่ โชว์ดีซี ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ในขนาดพื้นที่ 279.91 ตารางเมตร นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเองแล้ว กรีนเดย์ยังมีบริการรับผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าเฉพาะรายจากต่างประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกที่ โชว์ดีซี ของแบรนด์กรีนเดย์

ตัน เชา ยิน หุ้นส่วนของ ไดมอน เอเชีย กล่าวว่า “กรีนเดย์เป็นแบรนด์ที่เราชื่นชอบมานานพอควรแล้ว แต่เราก็ยิ่งชอบแบรนด์นี้มากยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากที่มีการร่วมมือทางธุรกิจกัน คุณชัยรัตน์และครอบครัวคงศุภมานนท์ได้ปลุกปั้นบริษัทจนกลายมาเป็นผู้นำตลาดสร้างสรรค์ในกลุ่มอาหารว่างเพื่อสุขภาพ ในทุกขั้นตอนการผลิต เราจะได้เห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของครอบครัวนี้ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงเป็นอาหารว่างที่เด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ ส่วนที่ดีที่สุดคือทุกคนกินขนมนี้ได้มากเท่าที่ต้องการ  เราต่างก็ตื่นเต้นกับการร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้มาก และหวังว่าจะได้ร่วมงานกันกับครอบครัวคงศุภมานนท์และทีมบริหารอย่างใกล้ชิด”

(ซ้าย) ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ กรีนเดย์ และ (ขวา) ตัน เชา ยิน หุ้นส่วนของ ไดมอน เอเชีย

ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ กรีนเดย์ และผู้ริเริ่มการผลิตขนมว่างจากผักและผลไม้แบรนด์กรีนเดย์กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการลงทุนจากไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้เราเติบโตไปอีกขั้นหนึ่งและช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตได้อย่างยั่งยืน เราพยายามมองหาคู่ค้าทางธุรกิจที่เหมาะสมมาสักพักหนึ่งแล้วและรู้สึกยินดีที่คุณเชา ยินและทีมได้นำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ๆ และช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่แบรนด์ของเรา

เราหวังว่าความร่วมมือจากไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตีจะช่วยเราในการสร้างแบรนด์ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร และพัฒนากลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซี่งภายหลังจากการร่วมทุนแล้วบริษัทได้มีการลงทุนเพิ่มอีก 200 ล้านบาท  และสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ ซึ่งเป็นแห่งที่ 2 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู (เหนือ) สมุทรปราการ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดที่มากขึ้น

ปัจจุบันกรีนเดย์มีสินค้าที่ผลิตจากผักผลไม้รวมประมาณ 30 ชนิด ขายในประเทศและต่างประเทศสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง มีฐานลูกค้าใน 25 ประเทศทั่วโลก หลักๆ คือ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี ซาอุดิอาระเบีย และในยุโรป สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ กระเจี๊ยบกรอบ บร็อกโคลี่กรอบ สตรอเบอร์รี่กรอบและมะพร้าวกรอบ

โดยในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าจะผลิตให้ได้เต็มเพดานจากโรงงานทั้ง 2 แห่ง อยู่ที่ 1,800 ตัน/ปี และคาดว่าจะทำให้มียอดขายโตกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 30% โดยมีช่องทางจำหน่ายที่ ท็อปส์, เดอะมอลล์, วิลล่า, ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์, B2S, บิ๊กซี, โชว์ ดีซี, เซเว่น และแฟมิลี่ มาร์ท” ชัยรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี เป็นกองทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นการลงทุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยมีกองทุนกองแรกชื่อไดมอน เอเชีย ไพรเวต เอควิตี (เอส.อี. เอเชีย) เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2555 และปิดการลงทุนที่ 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

BACK TO TOP