“โฟร์โมสต์” เสริมแกร่งเกษตรกรโคนมไทย รองรับการเปิดตลาดเสรีการค้าปี 2568 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • “โฟร์โมสต์” เสริมแกร่งเกษตรกรโคนมไทย รองรับการเปิดตลาดเสรีการค้าปี 2568

“โฟร์โมสต์” เสริมแกร่งเกษตรกรโคนมไทย รองรับการเปิดตลาดเสรีการค้าปี 2568

กัมปนาท กาญจนาคาร

โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยพร้อมตั้งเป้าโครงการเกษตรกรโคนมไทยผลิตน้ำนมดิบสู่ 18ลิตร/วัน รองรับการเปิดตลาดเสรีการค้าปี 2568 เผยตัวเลขสำคัญประเทศไทยผลิตน้ำนมดิบเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมฉายภาพรวมอุตสาหกรรมนมทั่วโลก

การเปิดเสรีทางการค้าภายในปี 2568 ที่จะเกิดขึ้นสินค้าจากนมกำลังเป็นสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) และความตกลงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ที่มีข้อตกลงเพื่อลดอัตราภาษีการนำเข้าและส่งออกเป็น 0% โอฬาร โชว์วิวัฒนา เผยถึงการเตรียมตัวโดยประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ จากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกรโคนม ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และ ภาครัฐ เพื่อการเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยในการแข่งขันเสรี ทั้งในด้านมาตรฐานในการผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงระเบียบข้อกฎหมายในเรื่องการควบคุมและกลไกของตลาดการค้าเสรี

ปัจจุบันโฟรโมสต์มีพันธมิตรในการส่งน้ำนมดิบจากเกษตรกรโคนมกว่า 1,600 ราย อาทิ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก และ ศูนย์เอกชนรับซื้อน้ำนมดิบ โดยราคาอยู่ที่ 19 บาทต่อลิตร และหากเนื้อนมมีคุณภาพสูงและมีการปนเปื้อนต่ำก็จะทำให้ได้ราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น

“ในปีนี้บริษัทฯ เตรียมใช้งบลงทุนรวมกว่า 15 ล้านบาท ในการสนับสนุนเกษตรกรโคนมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และการผลิตน้ำนมโคอย่างมีคุณภาพ สำหรับเป้าหมายการผลิตน้ำนมดิบในปีนี้ บริษัทฯ คาดหวังว่าเกษตรกรโคนมไทยภายใต้โครงการ “โฟร์โมสต์สานพลังประชารัฐพัฒนาเกษตรกรโคนมไทย” จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมดิบคุณภาพเฉลี่ยจาก 13 กิโลกรัม/ตัว/วัน เป็น 18 กิโลกรัม/ตัว/วัน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรโคนมในโครงการฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 45 ล้านบาท/ปี” โอฬาร โชว์วิวัฒนา กล่าวและเสริมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมนมในประเทศไทย โดยปี 2559 มูลค่าตลาดนมพร้อมดื่มมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโค 45,000 ล้านบาท และสัดส่วนของนมถั่วเหลือง 15,000 ล้านบาท

ด้านจำนวนการผลิตโดยจำนวนการผลิตนมพร้อมดื่มในปี 2559 ของโฟรโมสต์ โอฬาร์กล่าวเพิ่มเติมว่านม พร้อมดื่มแบบ UHT 360,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนการผลิตถึง 80% และนมพร้อมดื่มแบบพาสเจอร์ไรส์ อยู่ที่ 87,000 ตัน โดยสัดส่วนของนมพร้อมดื่มแบบ UHT ที่มีมูลค่าตลาด 20,000 ล้านบาท โฟรโมสต์มีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 33%

สำหรับภาพรวมการผลิตน้ำนมดิบในปีที่ผ่านมาในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยสามารถผลิตน้ำนมดิบได้มากที่สุด วันละ 3,300 ตัน หรือปีละประมาณ 1.20 ล้านตัน รองมาคือเวียดนามวันละ 3,205 ตันหรือปีละประมาณ 1.17 ล้านตัน และอินโดนีเซียวันละ 2,334 ตันหรือปีละประมาณ 0.85 ล้านตัน สำหรับปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมในปีที่ผ่านมาของประเทศไทยอยู่ที่ 231,002 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 16,472 ล้านบาท ส่วนการส่งออกมีปริมาณ 163,804 ตัน เติบโตขึ้น 13.63% และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ส่งออก 6,995 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9.88%

ด้านภาพรวมปี 2559 ทั่วโลกสามารถผลิตน้ำนมดิบได้ถึง 499 ล้านตัน โดยสหภาพยุโรป สามารถผลิตน้ำนมดิบได้มากที่สุด ในปริมาณ 151.60 ล้านตัน รองลงมาคือประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตน้ำนมดิบได้ในปริมาณ 96.34 ล้านตัน และตามด้วยประเทศอินเดีย ที่ผลิตน้ำนมดิบได้ในปริมาณ 68 ล้านตัน

BACK TO TOP