“แอลฟา” ปิดดีล “ดีเอสวี โซลูชั่นส์” สร้างคลังสินค้าให้เช่าแบบ Built-to-Suit บนพื้นที่ 30,000 ตร.ม. - Forbes Thailand

“แอลฟา” ปิดดีล “ดีเอสวี โซลูชั่นส์” สร้างคลังสินค้าให้เช่าแบบ Built-to-Suit บนพื้นที่ 30,000 ตร.ม.

FORBES THAILAND / ADMIN
19 Jul 2023 | 09:00 AM
READ 652

    “แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น” ปิดดีลสร้างคลังสินค้าให้เช่าแบบ Built-to-Suit กับยักษ์โลจิสติกส์ชั้นนำจากเดนมาร์ค “ดีเอสวี โซลูชั่นส์” พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าครบวงจรบนพื้นที่ 30,000 ตร.ม. ในโครงการ “แอลฟา บางนา กม.19” หลังได้รับความไว้วางใจจากทำเลโดดเด่นใกล้กรุงเทพฯ-เทคโนโลยีเด่นตอบโจทย์การจัดการคลังสินค้า คาดพร้อมเปิดให้บริการ Q1/2567 รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม FMCG และรีเทล พร้อมเปิดกว้างรับผู้เช่าคลังสินค้าแบบ Ready-Built ในทำเลศักยภาพเพิ่มเติม



    ปธาน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมพร้อมบริการครบวงจร ภายใต้การร่วมทุนระหว่างบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI และบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGJWD เปิดเผยว่า บริษัทสามารถปิดดีลพื้นที่แบบสร้างตามความต้องการ (Built-to-Suit) แปลงสุดท้ายในโครงการแอลฟา บางนา กม.19 (Alpha Bangna KM.19) ขนาดพื้นที่ 30,000 ตร.ม. พัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้าครบวงจรให้เช่าแก่บริษัท ดีเอสวี โซลูชั่นส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญและให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์ชั้นนำแบบครบวงจรจากเดนมาร์ค

    “ทำเลที่ตั้งของแอลฟา บางนา กม.19 นั้น ถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 20 กม. ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้า-ออกสะดวก ขณะเดียวกัน แอลฟาให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าและกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าสินค้าภายในคลังสินค้า พร้อมอุปกรณ์ภายในคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลางที่อำนวยความสะดวก รองรับรถขนส่งทุกประเภทการใช้งาน และส่วนงานบริการที่พร้อมดูแลและให้บริการแก่ผู้เช่า ส่งผลให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำ โดยเฉพาะ บริษัท ดีเอสวี โซลูชั่นส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก” ปธาน กล่าว


    ด้านวาย ฮุน ลก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอสวี​ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ DSV Solutions ผู้เชี่ยวชาญและให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์ชั้นนำแบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ โซลูชั่น และซัพพลายเชน โซลูชั่น จากประเทศเดนมาร์ค ที่มีสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในพื้นที่กว่า 80 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 75,000 คนทั่วโลก โดยในประเทศไทยมีสำนักงานอยู่ทั้งในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และแหลมฉบัง และมีศูนย์กระจายสินค้ากระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา อยุธยา ปราจีนบุรี และ ชลบุรี การเข้ามาเช่าพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าแบบ Built-to-Suit ของแอลฟาที่โครงการแอลฟา บางนา กม.19 จะเป็นอีกก้าวสำคัญหนึ่งของบริษัทในการเดินหน้าธุรกิจในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านโลจิสติกส์

    “เรามองหาการลงทุนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมลูกค้ากลุ่มค้าปลีกและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ FMCG เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เราเล็งเห็นว่าโครงการแอลฟา บางนา กม.19 มีทำเลที่ตั้งที่ตอบโจทย์การขนส่งและโลจิสติกส์ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบโจทย์การจัดการคลังสินค้า เราจึงมั่นใจว่า พื้นที่กว่า 30,000 ตร.ม.แห่งนี้ จะตอบโจทย์ลูกค้าของดีเอสวี โซลูชั่นส์ในอนาคต” นายวาย ฮุน ลก กล่าว


    ทั้งนี้ นอกเหนือจากคุณภาพเทคโนโลยีด้านระบบการจัดการคลังสินค้าและบุคลากรมืออาชีพที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและประสบการณ์ระดับสูงแล้ว คลังสินค้าแห่งนี้จะผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP & Halal Certified เพื่อให้สามารถสร้างความมั่นใจและตอบโจทย์ในการบริการต่อกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ในอนาคตอีกด้วย คาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 1/2567 นี้

    สำหรับโครงการแอลฟา บางนา กม.19 เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ขนาดพื้นที่รวมกว่า 80,000 ตร.ม. แบ่งเป็นการพัฒนาคลังสินค้าแบบตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-Suit) ประมาณ 60% ซึ่งล่าสุด ได้เดินหน้าลงเสาเอกที่ดินโครงการแปลงสุดท้ายสำหรับบริษัท ดีเอสวี โซลูชั่นส์ แล้ว และแบบคลังสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน (Ready-Built Warehouse) อีกราว 40% มีขนาดพื้นที่ให้เช่าเริ่มตั้งแต่ 4,000-6,000 ตร.ม. ซึ่งยังคงเปิดรับผู้เช่าที่กำลังมองหาคลังสินค้าในทำเลศักยภาพเพิ่มเติม และคาดว่าจะพร้อมดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2/2567


    บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมพร้อมบริการครบวงจร ภายใต้การร่วมทุนจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) มุ่งดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 

    1.อสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรม (Industrial Property) อาทิ คลังสินค้า ศูนย์โลจิสติกส์ สวนอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม ระบบการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ (Order Fulfillment) 

    2.อสังหาริมทรัพย์เพื่อชุมชนเมือง (Urbanized Property) อาทิ บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน (Self-Storage) ในคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร บริการคลังสินค้าออนไลน์ย่อย (Micro-fulfillment Center) 

    3.การบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ (Property Services) อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มการบำบัดน้ำเสีย กลุ่มก่อสร้าง

    

    อ่านเพิ่มเติม : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพิ่มศูนย์บริการ 40 แห่งทั่วประเทศ สำหรับรถกลุ่ม AMG ทุกรุ่น ขยายเครือข่ายการบริการหลังการขายแบบครบวงจร

    ​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine