“ช้าง” เดินหน้านำร่องเป็นองค์กรเพื่อความยั่งยืน ออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • “ช้าง” เดินหน้านำร่องเป็นองค์กรเพื่อความยั่งยืน ออกบรรจุภัณฑ์ใหม่

“ช้าง” เดินหน้านำร่องเป็นองค์กรเพื่อความยั่งยืน ออกบรรจุภัณฑ์ใหม่

Forbes Thailand / Admin
10 May 2021 | 4:09 pm 286

เครื่องดื่มตราช้าง ออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ช้าง โคลด์ บรูว์ “Recyclable Pack” ที่ตอบโจทย์เรื่องการนำกลับมาใช้ซ้ำ ชูแนวคิดเรื่องความยั่งยืนขององค์กร

เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องกำจัด และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไทยเบฟ และบริษัทในเครือ จะใช้การใช้หลัก 3Rs ได้แก่ Reduce การลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ขวด PET กระป๋องอลูมิเนียม และยังช่วยลดภาวการณ์เกิดโลกร้อน หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ที่ใช้กระบวนการย่อยตามเกณฑ์ที่กำหนด, Reuse การนำกลับมาใช้ซ้ำ

โดยนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิต เช่น ขวดแก้ว ซึ่งในปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้ 80% ของยอดขายทั้งหมดที่จะนำกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด และ Recycle การนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาใช้ใหม่ โดยนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต อาทิ ขวดแก้ว นำมาบดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่, ขวดพลาสติกใส (ขวด PET) นำมาแปรรูปเป็นเม็ดโพลีเอสเตอร์ผลิตเป็นเส้นใยถักทอเป็นผืนผ้า

การให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะ

โดยนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรของไทยเบฟ และบริษัทในเครือ ให้พนักงานได้มีส่วนร่วมคัดแยกขยะในสำนักงาน

นอกจากนี้ยังจัดตั้งโครงการคัดแยกขวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ยกตัวอย่างโครงการ Can 2 Can: การเก็บกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมจากผู้บริโภคกลับมาคัดแยก แล้วนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งในปี 63 สามารถเก็บกระป๋องอลูมิเนียมกลับมาได้ทั้งสิ้น 1,256 ตัน (89 ล้านใบ) หรือร้อยละ 21 ของปริมาณทั้งหมดที่บริษัทจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงการนำขวดแก้วกลับมาหมุนเวียนเพื่อใช้ซ้ำและรีไซเคิลถึงรัอยละ 82

โดยล่าสุด “ช้าง โคลด์ บรูว์” หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดี และมีภาพลักษณ์พรีเมียมโดนใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ได้มีการออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ “ช้างโคลด์ บรูว์” Recyclable Pack ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของรูปลักษณ์ที่พรีเมียม ทันสมัย และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วย

และครั้งนี้ยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์เรื่องความยั่งยืน คือ บรรจุภัณฑ์สามารถนำกลับมารีไซเคลิได้ 100% โดยต้องการให้กลุ่มลูกค้าใส่ใจและให้ความสำคัญกับการนำกลับมา “ใช้ซ้ำ” และ “การทิ้งให้ถูกที่” อันเป็นหัวใจของการลดขยะอย่างยั่งยืน

โดยทุกบรรจุภัณฑ์จะมีการวาง คิว อาร์ โค้ด (QR Code) ที่ ช้าง ร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ วน และ พรีเชียสพลาสติก (Precious Plastic) พัฒนาเป็นเว็ปไซต์ Bring Back Recycle ( http://www.bringbackrecycle.com ) เพื่อระบุพิกัดจุดคืนบรรจุภัณฑ์ (Drop off) เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาทิ้งได้อย่างถูกที่ เพื่อที่จะนำไปสู่การนำมารีไซเคิลได้อย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกด้วย

ณรัชฏ์ วัชรเพชร์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า “เรามองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยหลังจากการ Launch บรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% แล้ว เรามีแผนที่จะวาง คิว อาร์ โค้ด (QR Code) ที่แสดงจุดคืนบรรจุภัณฑ์ (Drop off) ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของเครื่องดื่มตราช้าง ในส่วนของความคาดหวัง

แน่นอนว่าเราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ และคัดแยกขยะของกลุ่มลูกค้า (End Consumer) ซึ่งหลังจากที่ได้เริ่มโครงการนี้ไปในช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่าน ได้รับกระแสที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบในรูปลักษณ์ใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ดูพรีเมียมมากขึ้น แถมมีความพิเศษ คือ สามารถนำกลับม รีไซเคิลได้ 100% ซึ่งโดนใจกลุ่มคนรักษ์สิ่งแวดล้อม

โดยส่วนตัวเชื่อว่าในอนาคตโครงการนี้จะสามารถดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืนจนเห็นผลมากขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ดังกล่าวนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ ไปจนถึง ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ทั่วประเทศ

ดยแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงแค่เทรนด์ในสังคม หรืออยู่ในความรับผิดชอบของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ควรเป็นหนึ่งในเป้าหมายของทุกๆ องค์กร เหมือนเป็นอีกหนึ่ง New normal ที่ทุกคนควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และทำมันอย่างยั่งยืนครับ”

“ช้างโคลด์ บรูว์” Recyclable Pack มีวางจำหน่ายแล้วในร้านสะดวกซื้อ (7-11) ทั่วประเทศ จำนวน 100,000 ชิ้น โดยลูกค้าสามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาส่งคืนที่จุดส่งคืนผลิตภัณฑ์ (Drop off) ในพิกัดที่มีมากถึง 439 จุด โดยบรรจุภัณฑ์ที่ถูกส่งคืนอย่างถูกที่ ถูกวิธีนี้จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง หรือเพิ่มมูลค่าด้วยการผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่น ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบของบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: จับชีพจร “ตลาดอสังหาฯ ไทย” หวัง “วัคซีนต้านไวรัส”


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP