คอตตอน ยูเอสเอ ผนึกกำลัง เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป รุกตลาดยีนส์ไตรมาสสุดท้าย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • คอตตอน ยูเอสเอ ผนึกกำลัง เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป รุกตลาดยีนส์ไตรมาสสุดท้าย

คอตตอน ยูเอสเอ ผนึกกำลัง เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป รุกตลาดยีนส์ไตรมาสสุดท้าย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
28 Sep 2017 | 6:24 pm 5609

คอตตอน ยูเอสเอ (COTTON USA™) จับมือพันธมิตร “เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป” หรือ CMG รุกทำตลาดยีนส์ในช่วงไตรมาสสุดท้าย เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “CMG x Cotton Incorporated x COTTON USA™” ร่วมกับสามแบรนด์ไลเซนซีชื่อดัง Lee, Lee Cooper และ Wrangler พร้อมชูจุดเด่นการนำเทคโนโลยีเสื้อผ้าระดับโลก ตั้งเป้ายอดขายสินค้าคอลเลคชั่นนี้เติบโตขึ้น 5% จากคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์

ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวว่า “ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาได้รับการยอมรับจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วยคุณภาพที่เสมอต้นเสมอปลาย มีความยั่งยืน และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยผลิตภัณฑ์ยีนส์เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผลิตจากฝ้าย 100% ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้จากข้อมูลของผลสำรวจ Global Lifestyle Monitor ในปี 2559 ระบุว่าผู้บริโภคคนไทยกว่า 79% มองว่า ยีนส์เหมาะสมที่จะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น และกว่า 41% ชื่นชอบกางเกงยีนส์ และเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้ายีนส์มากกว่าเสื้อผ้าแบบอื่น นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภคคนไทยมีไอเท็มยีนส์เฉลี่ยคนละไม่ต่ำกว่า 10 ตัว และมีการสวมใส่บ่อยถึง 98% ซึ่งจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นยีนส์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย

โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นความร่วมมือตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการจัดจำหน่าย โดย คอลเลคชั่นพิเศษ “CMG x Cotton Incorporated x COTTON USA™” จัดทำผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ยีนส์แบรนด์ Lee, Lee Cooper และ Wrangler ผสานเข้ากับเทคโนโลยีบนผ้าฝ้ายจากคอตตอน อินคอร์ปอเรท องค์กรที่เป็นผู้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมบนผ้าฝ้ายมาประยุกต์เข้ากับคอลเลคชั่นนี้เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ยีนส์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

“แบรนด์ลี ใช้เทคโนโลยี Wicking Windows ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความชื้นได้ดีขึ้นถึง 1,400% และลดความเหนียวติดตัวได้ถึง 50% จากผ้าปกติและเทคโนโลยี TransDRY ทำให้กางเกงยีนส์แห้งเร็วกว่ากางเกงยีนส์ทั่วไปถึง 33% แบรนด์ลี คูเปอร์ ใช้เทคโนโลยี TOUGH COTTON ที่ป้องกันรอยขีดข่วนและการถลอกจากการเสียดสีและยังคงสภาพสียีนส์ได้นานขึ้น ช่วยเพิ่มความทนทานและสวมใส่สบายให้กับกางเกงยีนส์ และ แบรนด์ Wrangler ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมยีนส์สะท้อนน้ำ Stay Dry ซึ่งมีพื้นฐานมาจากนวัตกรรม STORM DENIM มีคุณสมบัติในการป้องกันละอองน้ำทุกประเภท ซึ่งน้ำไม่สามารถซึมผ่านกางเกงได้ ทำให้ไม่เปียก และสวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และยังคงสามารถซักได้เหมือนปกติ“ ไกรภพ แพ่งสภา กล่าว

ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีด้านการผลิตนวัตกรรมผ้าฝ้ายนั้นผลิตจากกลุ่มโรงงานชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท แอตแลนติก มิลล์ ผู้ผลิตผ้ายีนส์แนวหน้าของประเทศไทย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี TransDRY บริษัท ไทยสินดี เทรดดิ้ง ผู้ผลิตผ้ายืดเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี Wicking Windows และ บริษัทตะวันการฟอก พัฒนาเทคโนโลยี TOUGH COTTON และ Stay Dry โดยทั้งสามแบรนด์นำผ้ายีนต์ดังกล่าวมาออกแบบและตัดเย็บให้เป็นคอลเลคชั่นพิเศษในครั้งนี้เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและทำให้สินค้าดังกล่าวมีความเป็นแฟชั่นและฟังก์ชั่นมากขึ้น

ด้าน นันทพร ประเสริฐบดินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ลี ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด หรือ CMG กล่าวว่าในฐานะแบรนด์ที่วางกลยุทธ์หลักมุ่งสู่การเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมเครื่องแต่งกาย ทำให้ “แบรนด์ลี” ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเครื่องแต่งกายให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

“คอลเลคชั่นพิเศษนี้เป็นการสานต่อคอนเซปท์ “RE/DISCOVERWORKLIFE” ที่คนรุ่นใหม่มองว่าการทำงานในยุคนี้คือการได้ทำในสิ่งที่รักและตนเองใฝ่ฝัน โดยมีคีย์ไอเท็มหลักอย่างเสื้อยืดที่ใช้เทคโนโลยี Wicking Windows ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของเสื้อยืดคือช่วยระบายความชื้นได้ดีกว่า แห้งเร็วกว่า ทำให้รู้สึกสบาย และ ลดความเหนียวติดตัวได้ และผลิตภัณฑ์กางเกงยีนส์ที่ได้นำเทคโนโลยี TransDRY ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความชื้นบนผ้าเดนิมได้ดีกว่าและแห้งเร็วกว่าผ้ายีนส์ปกติ และทำให้รู้สึกสบาย และคล่องตัวยิ่งขึ้น”

นันทพร ประเสริฐบดินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ลี ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด หรือ CMG

สุดาทิพย์ แสงประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ ลี คูเปอร์ และ แรงเลอร์ ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด หรือ CMG กล่าวว่า “สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ลี คูเปอร์ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงแนวคิดการไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ และได้เพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปในผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้าน แรงเลอร์ ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายของแรงเลอร์ คือ กลุ่มผู้ชาย 70% ผู้หญิง 30% ที่มีไลฟ์สไตล์รักอิสระ ชอบการเดินทางท่องเที่ยว โดยแบรนด์เตรียมขยายฐานของลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มไบค์เกอร์ และผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางให้รู้จักกับแบรนด์ และเกิดการทดลองสินค้าของแรงเลอร์ได้มากยิ่งขึ้น

“สำหรับงบการตลาดในการเปิดตัวคอลเลคชั่นนี้ คอตตอน ยูเอสเอ และซีเอ็มจีใช้งบประมาณรวมกว่า 60 ล้านบาท เพื่อทำการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะการโปรโมทผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศที่มีกว่า 200 แห่ง รวมถึงสื่อออนไลน์ และช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่ายอดขายคอลเลคชั่นใหม่นี้จะเติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับ คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์” สุดาทิพย์ แสงประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย

สุดาทิพย์ แสงประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ ลี คูเปอร์ และ แรงเลอร์ ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด หรือ CMG
BACK TO TOP